นี่ไม่ใช่ความลับและไม่ใช่การ Tag ใดๆ นะคะ และเรื่องนี้ฉันทำตาชั่งเอียงมาบล็อกนี้นะคะ

ทบทวนฉันที่ทำงานประจำแบบไม่เคยคิดมาก่อน (คิดใหม่) เมื่อครบหกเดือน
ถามตัวเองว่า มาทำอะไร ได้อะไร ทำทำไม
มีคนมองว่า "เสียเวลานะ...ทำ Refresh ให้งานของหน่วยนั้นหน่วยนี้ ตัวเองทำแล้วตัวเองได้อะไร คนอื่นได้ทั้งนั้น"
ฉันว่าฉันได้... ได้เรียนรู้เรื่อง คน ตรงไปตรงมากันเลยนะ ตัวตนแห่งตัวตนแต่ละคน คน ทั้งที่ฟังฉัน ไม่ฟังฉัน อยู่ตรงหน้าฉัน และที่แอบเอาหน้ายิ้ม ๆ มา ว่าจะบอกอะไรฉันนะเหรอ อ๋อ...ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ก้าวล่วงล้ำอาณาเขตแดนของใครที่ไม่วางใจฉันแน่อยู่แล้ว...
ฉันก็รู้นะว่าฉันได้...เรียนรู้ การฟัง การคิด การพูด การฝึกแก้ไขปัญหา การฝึกมองแบบเป็นกลาง เป็นบุคคลที่สาม สี่ ห้า เพื่อขอรับบริการ เพื่อจะพบคำเฉลยว่า ควรเลือกตัดสินปัญหา ควรหาทางแก้ไข และเพื่อแสดงความคิดเห็นออกไป อย่าง...มั่นใจ แต่การรับฟังและคล้อยตามหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!
ฉันว่าฉันได้...ความเข้าใจ การปฏิสัมพันธ์ การแสดงภาษาท่าทางที่มีความหมายมากกว่าคำพูด
ฉันว่าฉันได้...ความรู้สึกถึงความมีตัวตนในอาณาเขตหนึ่ง มี ความรู้สึกถึง คน คน คน มองเห็นคุณค่าในตัวฉัน!
ฉันว่าฉันได้...สัมผัสสิ่งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอะเจอในพื้นที่ที่ทำงานนี้ คือ ความจริงใจ ความให้ใจที่สัมผัสได้ว่ามันมีอยู่จริง จริงจริงนะ ไม่ใช่ฝันไปเหมือนแต่ก่อน! เกิดจากการลงมือทำ พร้อมถึงเรื่องใจ!
ฉันเคยสงสัย คิดเถียงเงียบๆ เมื่ออ่านงานเขียนอาจารย์หมอปรมาจารย์การจัดการความรู้ในยุคนี้ คัดค้านว่าจริงหรือ นั่นเพราะฉันไม่เคยลงมือปฏิบัติการ แต่วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ แม้ต้องใช้เวลา และปรับตามบริบทของพื้นที่กับสถานการณ์ขณะปัจจุบัน หากมีใจให้ แล้วจะได้ใจกลับมา มากกว่าที่ให้ไป
ฉันว่าฉันได้...ความมั่นใจในการจัดการกับตัวเอง งาน และวิถีทางของสังคมรอบวงกลมที่ฉันเอาตัวเองยืนเป็นจุดศูนย์กลาง วงกลมของฉันไม่เล็กนัก แต่ก็จะไม่ใหญ่มากมายไปกว่าภาระที่รับมอบหมายให้ทำ...เพราะฉันจะไม่ก้าวล้ำล่วงไปในอาณาเขตของใครๆ ที่เขาบอกผ่านท่าทาง...ไม่ต้องมา...
แม้ฉันจะไม่ใช่คนที่มองโลกแง่ดีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันก็จะยังคงยินดีช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระงานในขอบเขตงานที่รับฝาก เพราะงานหนักไม่เคยฆ่าใคร จะมีกันไปเรื่อยๆ จนกว่าฟ้าจะเปิด ฟ้าจะโปรด ส่งคนสำคัญตามตำแหน่งหน้าที่ไปให้กับคนทั้งหลายที่...ให้เป็นใบบุญ เขาได้อยู่พึ่งพา.
ทบทวนฉันวันนี้ที่เข้ามาเขียนบันทึกในโกทูโนวครบแล้วหกเดือนเต็ม (18 มิถุนายน 2551)
ถามตัวเองว่า มาทำไม เพื่ออะไร ได้อะไร
มีใครบางคนถามว่า "เสียเวลาน๊า (นะ) ทำไมไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มดูบ้าง ก็นี่อย่างไร เหตุผลที่เป็นมูลค่าเพิ่มของฉัน ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน..."
ขณะคิดทำการใหญ่งาน Refresh ส่วนงานย่อยๆ ในงานประจำของชาวสำนักงานฯ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ฉันก็คิดเถลไถลเล่นเป็นงานอดิเรก วิ่ง เล่น เต้นระบำในโกทูโนว ถึงขั้นฮึกเหิมบังอาจชวนคนนั้นคนนี้มาร่วมร้องรำฮัมเพลงด้วย ซึ่งวันนี้รู้ดีแล้วว่าป่วยการ! แต่โอเค! มันจบลงแล้ว.
ฉันว่าฉันได้...เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ลอยล่องตามกระแสแห่งความรู้และการเรียนรู้ด้วยตนเอง อย่างต่อเนื่อง ตลอดหกเดือนนี้ เริ่มรู้สึกเห็นตัวเองมีความสุขมากขึ้น ได้รับความสนใจจากเพื่อนใหม่ ๆ มิตรภาพที่มามากมายไม่เคยคิดฝัน
ฉันว่าฉันได้...ความรู้ในโลกไซเบอร์ใบนี้กลับไปแต้มแต่งเสริมเติมเต็มในโลกการทำงานประจำ ที่ซ้ำจำเจ เปลี่ยนโลกนั้นให้เป็นโลกใหม่มีสีสันขึ้น พอที่จะสนุกกับงานแต่ละวัน จนเห็นวันที่มียี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นน้อยไป
ฉันว่าฉันได้...พบพลังภายในบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ รู้ถึงความเชื่อมั่นในความคิดเห็นของตัวเอง และการเปล่งเสียงออกมาอย่างหนัก-แน่น เท่าๆ กับรู้จักว่าเมื่อไรจะต้องสงบ สยบนิ่ง ซื่อตรง ยอมรับความจริงที่บางครั้งเหมือนจะโหดร้าย
ฉันว่าฉันได้...รู้จักใช้สติ สมาธิ เหมือนกับจะสั่งได้ว่า งานจะเดินหน้า ชัดเจน เต็มที่ หรือว่า..ทำตรงกันข้าม ทีละเรื่อง ทีละชิ้นงาน ไม่สะเปะสะปะเหมือนแต่ก่อน ชีวิตดูจะเติมเต็มด้วยความหมาย ความเข้าใจและความสุข
แต่ฉันก็ยังไม่ได้อีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คิด ยังไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ เพราะยึดติดบางอย่างอยู่ สะบัดไม่หลุด...นั่นหมายถึงว่า ฉันยังไม่ค่อยกล้าออกความเห็นให้เพื่อนร่วมงานที่เรียนมาสูงกว่า มีตำแหน่งหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย และ ฯลฯ สูงขึ้นไปๆๆ (กูยังไม่แน่! เหมือนอาจารย์สาทิส อินทรกำแหงบอกพวกเราเรื่องสุขภาพนั่นเลยค่ะ) (เขียนแบบนี้คุณคิดว่าฉันจะเดี้ยงไหมคะ เอาน่ะ! แล้วสักวันหนึ่งฉันคงจะเพิ่มดีกรีความเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองได้หรอก อิ๊!)
แต่จะอย่างไรก็ตาม ภายใต้รัศมีของวงกลมที่ฉันยืนอยู่ตรงกลาง ฉันก็คิดว่าฉันได้มากมายมากกว่าเรื่องเล็กจิ๊บๆ เหล่านั้น แต่ละคนล้วนมีวิถีทางเดินเป็นของตัวเอง นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่ฉันยอมปล่อยทุกอย่างจมดิ่งลงแหล่งชุมนุมกระแสน้ำวน (หลุดจากการเป็นคนเชียร์บล็อกนับจากนั้นมา ก๊ากส์)
6 เดือนในงานประจำ และ 6 เดือนนอกเวลางานประจำ
ฉันได้ความคิดใหม่ว่า ที่ผ่านมา พูดมากไปนะ ตอนต่อจากนี้ไป พูดน้อยลง ฟังมากขึ้น และเข้าเรื่อง ๆๆ เข้าเรื่องเสียที... และสองสามวันมานี้ฉันได้เตรียมถังใบใหญ่มาก เตรียมเอาไว้เก็บความคิดดีดีไม่ให้ลื่นหลุดไปไหน ความคิดดีดีแบบปิ๊งปั๊งของเพื่อนร่วมงาน ฉันเกริ่นนำกับพวกเขาไว้แล้วล่ะค่ะ ขอลองเรื่องท้าทายนี้ดูอีกสักตั้งในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 6 เดือนนี้ค่ะ...
โดยสรุปแล้วฉันคิดว่า
เมื่อเราใช้พลังงานทั้งหมดของเราและหัวใจของเรา เราจะรู้จักการถนอมเอาใจใส่งาน กล้าหาญชาญชัยรับงานท้าทายมาลองจัดการดูสักตั้ง ยำมันให้เละแล้วดูว่าจะเป็นอย่างไร? แต่ฉันยังได้รู้จักการเลิกความคิดมองงานเป็นแค่เครื่องมือทำมาหากิน แล้วปล่อยหัวใจจัดการกับมัน
ทำให้
ฉันคิดว่า
ฉันได้...
รู้จักการใส่พลังให้หัวใจ ให้กองงาน
แล้วฉันก็คิดว่าฉันได้เมล็ดพันธุ์การเรียนรู้ เมล็ดพันธุ์มิตรภาพ
ที่งอกเงย และงดงาม
เมล็ดพันธุ์การเรียนรู้
เมล็ดพันธุ์การเรียนรู้จากผู้รู้มากมายในที่นี้ ให้ได้ต่อยอดในความรัก (ปรัชญา ความจริงของชีวิต) ภาษา (ช่วยไม่ให้ลืมว่าตัวตนเป็นคนไทยๆ) ธรรมชาติ(อารมณ์ ลม ฝน ฟ้า พายุและเมฆหมอก) สุขภาพ (ป่วย ไม่ป่วย) นี่ไงคะทั้งหมดนี้ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอมีในพื้นที่แห่งนี้...
เมล็ดพันธุ์มิตรภาพ
แม้หัวใจจะเหน็บหนาวสักเท่าไร ฉันยังมีมิตรภาพอีกมากมายในที่นี่ที่ทำให้ฉันยิ้มได้ หัวเราะได้ ไม่ว่าเรื่องที่เราคุยกันในนี้จะเป็นเรื่องงานอันอุดมด้วยความเครียด แต่กำลังใจมีเยอะในที่แห่งนี้ อยากขอบคุณพี่บางทราย คุณแผ่นดิน คุณคนโรงงาน ให้ความรู้และกำลังใจในงานเพิ่มเติมตามที่อยากรู้ น้าอึ่งอ๊อบคนรั้วบ้านสีเดียวกัน น้องจ๊ะ...ที่พาไปรู้จักพี่ๆ น้อง ๆ อีกมากมายทำให้เห็นโลกสวยงาม น้องว่าที่ ดร.คนไม่มีราก แล้วก็น้องแจ๋วจริงๆ (นี่ก็เป็ดเหมือนกัน) ที่มาทักทายพูดคุยด้วยเป็นคนแรกๆ และมีคุณครูที่น่ารักอีกมากมาย (ตั้งแต่น้องครูมิม ครูปู ครูตุ๊กแก ครูโย่ง ครูอ๋อยแม่น้องแอมแปร์ คุณครูเยอะจริงๆ เยอะที่สุดเลยค่ะโอ้ว ลืมครูคนนี้ ครูขจิตไม่ได้เช่นกัน) ขอบคุณมายังอีกหลายๆ ท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ (ฮือ จะมีงอนกันไหมเนี่ย)
(ไม่ได้ใจร้ายนะคะที่ไม่ยอมทำ link ไปหาญาติมิตรที่กล่าวถึง ^^ เพราะไม่ช้าไม่นานเราก็จะรู้จักทุกคนในไม่ช้าค่ะ ถ้ามากันบ่อยๆ ^^)
...เขียนยาวไปแล้วนะ...หกเดือนผ่านไป และใครไม่รู้ (ไม่รุ) แอบแซวๆ ให้ฉันทำ SWOT ตัวเอง แล้วลง TOWS Metrix ดูซิ ฟังๆ ก็น่าสนใจดีหรอกเนอะ แต่ความรู้มีเพียงแค่หางเป็ดเนี่ย...ทำได้แค่ ทบทวน ทบทวน...นี้เอง อิ๊!

...มาค่ะ อ่านจนเพลิน แล้วอึ้งไปนานไม่ได้นะคะ ขอปุ๋ยเพิ่ม ขอการรดน้ำพรวนดินให้ด้วยนะคะ ถ้าเป็นพระจันทร์เข้ามาดูแลกัน ก็ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือให้ฉันด้วยนะคะ...(อยากอ่านเรื่องเป็ด เป็ด บ้างแล้วยังคะ...แห่งการงานอันแสนบานเบอะในหัวใจเป็ด...)
สวัสดีครับ
คุณครูตรวจสอบความเป็นคนไทยมาท่านแรกเลยนะคะ
เดี้ยง เดี้ยง เดี้ยงแล้วค่ะ เอากระปุกมารองรับเลย ยังมีอีกเยอะแน่ๆ เขียนเองแต่หาไม่เจอ 555
สวัสดีครับ มาช่วยรดน้ำพรวนดินครับ จะได้ฮึกเหิมขึ้น ยิ่งให้จะยิ่งได้มากกว่า .... อย่างน้อยที่สุด ใจเราก็กว้างขวางขึ้น ขอให้เบิกบานใจครับ
สงสัยผมต้องหัดคิดแบบนี้บ้างแล้ว งิงิ
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่
รู้สึกไม่ได้เข้ามาเยี่ยมก็หลายวัน สบายดีนะค่ะ?
วันนี้นอนดึกหน่อยค่ะ เลยแวะเข้ามาอ่านบันทึกของหลายๆท่าน
พี่รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ....ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ นาย เอกราช แก้วเขียว
คุณ suksom คะ
น้อง กล้วยแขก ค่ะ
สวัสดีค่ะครูปู
สวัสดีครับ
งอนๆๆๆๆๆ ไม่พูดถึงเรา ชวนกินข้าวก็ไม่มากิน อิอิอิอิ
อ. ธ.วั ช ชั ย ค่ะ
อาหมอ คนชอบวิ่ง ค่ะ
โห..... เรียกอาหมอ ไม่งอนแล้ว โกรธเลยแหละ
ใครๆเค้าก็เรียกพี่กันทั้งนั้น อิอิ
อุ๊บส์พี่หมอ คนชอบวิ่ง
น้าอึ่งนะ วันที่ประชุม CKO มช. โดนลากเข้าไปร่วมทีม KM มช. เพื่อทำ KM ในTQA มช. (งงไหมคะ เอา KM ไปทำกระบวนการให้คนทั้ง มช รู้ เข้าใจเรื่อง TQA เอ๊ะยังไง ใครเป็นเครื่องมือใครกัน)ไม่รู้จะไปกันใหญ่แค่ไหนแล้วค่ะ น้าอึ่งจะต้องเครียดมากๆ เพราะรับเป็นผู้ช่วยเลขาฯ แล้วเอาเราไปเครียดด้วย แงๆ ...โอ๊ว พี่หมอ แล้วน้าอึ่งจะลำดับกันยังไงคะเนี่ย
สวัสดีค่ะ
มาร่วม..รดน้ำพรวนดินให้....เมล็ดพันธุ์การเรียนรู้ เมล็ดพันธุ์มิตรภาพ..งอกเงย และงดงาม..ต่อไป...
^ - ^
สวัสดีค่ะคุรครู Gutjang
ขออะไรกับพระจันทร์?... เอาพระจันทร์เสี้ยวหนึ่งมาให้ก่อน หลับตาแล้วอธิษฐานเลยนะจ๊ะ ^^
หกเดือนนี้ที่ผ่านมา..พี่จ๊ะได้อะไร? เมล็ดพันธุ์แห่งความรู้และมิตรภาพเบ่งบานงดงามขนาดไหน? ยิ้มนะจ๊ะ ^^
น้องจ๊ะ