ช่วงนี้ คนไทยนอนดึกเฝ้าหน้าจอทีวีกัน พวกนกฮูกเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าภาษาคนชอบวิ่งก็บอกว่า..ซื้อเหล้าแถมเบียร์ คอบอลก็ดูบอล คอละครก็จ้องเชียร์พระนางตอนจบ คอการเมืองก็ลุ้นกันว่าม๊อบกับตำรวจจะออมชอมกันไหม โปลิศเอารถและสิ่งกีดขวางมาจุกช่องทางเดินเท้า ส่วนพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยก็เดินเบียดไปแบบนิ่มๆ ยกรถย้ายเบี่ยงเป็นช่องให้ขบวนผ่านโดยไม่เสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างยั้งอารมณ์ ถ้าขนมจีนผสมน้ำยาอย่างนี้ไปเรื่อยๆก็คงไม่กระไรนัก

บรรยากาศการเมืองถูกรายงานผ่านทีวีทุกช่อง เป็นปรากฏการข่าวสารที่ดีกว่าทุกครั้งที่มีเหตุการณ์นำไปสู่..ประกาศฉบับที่1-2-3 คราวนี้ต้องขอชมทีมนักข่าวทีวีที่วางแผนถ่ายทอดได้ทุกแง่มุม ทำให้การข่าวน่าสนใจติดตาม เป็นประชาธิปไตยด้านสื่อสารมวลชนเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ต่อไปใครปิดกั้นสื่อจะถูกตอบโต้มากขึ้น

ถ้าไม่ปิดหูปิดตาคนไทย ปล่อยให้เข้าถึงข่าวสารได้ตามเป็นจริง วิชาหน้าที่พลเมืองก็จะมีชีวิตชีวาขึ้นมา การเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย จะเป็นไปตามครรลองของระบบการปกครองที่ทุกคนต้องการ สิ่งนี้ใช่ไหมที่ทำให้คนไทยเข้าถึงบริบทการเมือง ถ้าประชนได้รู้ได้เห็นความเป็นไป จะช่วยพัฒนาการตัวเองได้ตามลำดับ

ถ้าทีวีทำหน้าที่ตนเองอย่างทันการและกรองสถานการ เชิญนักวิชาการหรือผู้สันทดกรณีมาสนทนาปัญหาบ้านเมือง นอกจากสื่อจะช่วยขยายความรู้แล้ว ยังช่วยป้องปรามปัญหาการซื้อเสียง ใบเหลืองใบแดงจะแจกน้อยลง แม้แต่ปัญหาความขัดแย้งสะสมก็จะเบาบาง เกิดการเรียนรู้โดยไม่ต้องรณรงค์ ทีวีมีมาห้าสิบปี เพิ่งจะมาบรรลุการทำหน้าที่ช่วงนี้ ทำอย่างไรประชาคมไทยจะรักษาเอกสิทธิด้านสื่อสารอิสระไว้ได้ มันเป็นเครื่องมือสำคัญมากต่อการเรียนรู้การเมืองการปกครอง ที่ผ่านมาคนไทยเข้าถึงสื่อเฉพาะเรื่องการบันเทิง การกีฬา การศึกษา มีบ้างแต่ยังไม่มากนัก ทุกกรมกองหรือหน่วยงานต่างๆไม่สามารถเบียดรายการตลกได้ ไม่ทราบว่าคนไทยมีเรื่องคิดเครียดกันมากที่สุดในโลกหรืออย่างไร

มีท็อกโชว์

มีละครและกีฬามากพอควร

มีรายการตอนบ่ายคลายเครียด

ใครเครียดทุกบ่ายก็แย่แล้ว

ยิ้มแย้มหากัน รักกันดีกว่านะครับ

ผมนึกไม่ออกว่าอารมณ์บูดจะผลประโยชน์ตรงไหน?

 

Key Word:

“ถ้าท่านรักประชาธิปไตย ประชาธิปไตยก็จะรักท่าน”

“ทำไมท่านกอดประชาธิปไตยเฉยๆละครับ”