ความทุกข์แห่งสังขารอันเป็นร่างกายที่เราได้มาอาศัยอยู่นี้ช่างหนักนัก

ง่วงก็ทุกข์ เหนื่อยก็ทุกข์ หิวก็ทุกข์ อิ่มก็ทุกข์ ร้อนก็โอย หนาวก็โอย เฮ้อ...ทุกข์จริง

อันบุคคลที่นำดวงจิตไปยัดติดอยู่กับสังขารนั้นทั้งหนัก ทั้งทุกข์

ร่างกายนี้รังแต่จะเสื่อมไปทุกวันทุกวัน
ยิ่งเสื่อมก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งนานก็ยิ่งทุกข์ ถึงแม้ว่าจะดูแลแค่ไหน แต่สังขารนี้ก็ยอ่มเสื่อมย่อมโรยไปเป็นธรรมดา

ผิวหนังที่เคยตึงก็กลับหย่อน จิตใจที่เคยอ่อนกลับแข็งกร้าว

แข็งด้วยความโลภ โลภโทโมสันต์ อยากมี อยากได้ อยากใหญ่ อยากดัง อันว่าจิตนี้ยิ่งอยู่ยิ่งไปนานวัน ก็รังแต่จะแข็งกร้าว เกเร

สังคมทุกวันนี้ชอบกลนัก เป็นสังคมที่จักหล่อหลอมให้จิตหันเหไปในทางต่ำ
โดยเฉพาะหากจิตนั้นไม่แข็งแรง แต่แข็งกร้าว จิรนั้นย่อมเปื้อนคาวแห่งโลกีย์

อนึ่งดวงจิตนี้ตอนเกิดมาประภัสสรนัก ใส สะอาด ประเสริฐและบริสุทธิ์ ดุจแก้วเจียระไน แต่ไฉนอยู่ ๆ ไป ถึงได้ขุ่นมัวจนกลายเป็นสีหมึก

สองขุนพลอันเป็นข้าศึกของจิตคือเจ้ากิเลสและตัณหานั้นแล เป็นดั่งหมึกที่คอยมาเคลือบ ฉาบ และทา พร้อมนำพาจิตนี้ลงหลุมไป

ศีลนั้นเล่าเป็นเครื่องชะล้างจิต
ศีลนั้นจะช่วยให้ทำความสะอาดจิตจากสิ่งสกปรกคือเจ้ากิเลสะและตัณหา
ศีลทำให้เราเป็นคนใจแข็ง แข็งแกร่ง ที่จะต่อสู้หยัดยืน ต้านทานแรงลมแห่งกิเลสและคลื่นแห่งตัณหาที่ถาโถมเข้ามาได้

เมื่อคลื่นลมและคลื่นน้ำถาโถม ศีลนั้นจะเป็นตัวป้องกันมิให้เรารวนเรซัดเซไป
ศีลจะเป็นเครื่องค้ำชูชีวิตและจิตใจให้ยืนหยัดได้อย่างคงทน

เมื่อใดที่เราอยากทำชั่ว หากใจเรามีศีลคุมไว้เราจะคุมสติไว้ได้แล้วยั้งความชั่วนั้น

ศีลนั้นจะทำชีวิตของเราให้สะอาด
สะอาดปราศจากเครื่องมัวหมองทั้งที่ถูกมองจากสายตาคนภายนอกและมองด้วยสายตาของตนเอง

คนมีศีลดีจะยืนหยัดสู้กับกิเลสในสังคมนี้ได้อย่างน่าชื่น ตาบาน
ศีลดี ใจแข็ง ไม่อ่อนไปตามสังคมประชาธิปไตยที่รุนแรง ละดีทำชั่วกัน
เป็นธรรมดา

รักษาศีลถึงแม้ว่าจะเหนื่อย แต่ก็ไม่ทุกข์
ไม่ทุกข์ใจเท่ากับ ความทุกข์แห่งสังขารอันเป็นภัยที่ธรรมดา
รักษาศีลให้ดีเถิด ชีวิตนี้จะพริ้งเพลิดด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่กริ่มใจ ยิ้มได้แม้กายทุกข์...