คนที่จะทำอะไรให้มันเกิดเรื่องราวใหญ่โตได้ ก็มักจะเกิดจากจุดเริ่มต้น เล็กๆ ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

    วันนี้ พักมาเล่าเรื่องราวที่ประเทศไทยสักหน่อยนะคะ ไปเล่าเรื่องราวที่อินเดียเสียหลายวัน คิดถึงบ้าน คิดถึงเมืองไทยค่ะ เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเรื่องบันเทิง ที่จะบันเทิงหรือเปล่า ลองอ่านกันดูก็แล้วกันค่ะ 

ผู้เขียนชอบอ่านหนังสือ นวนิยาย มาตั้งแต่เด็กๆ แต่กับภาพยนต์จะเลือกดูเป็นบางเรื่อง ส่วนละครโดยเฉพาะทางทีวี นานๆจะดูสักเรื่อง แต่เป็นอันรู้ว่า ถ้าดูเรื่องไหน ก็จะติดตามจนจบ และชอบนำมาเล่าต่อให้ใครๆฟัง

 เมื่อปีที่แล้ว ผู้เขียนดูละครเรื่องกาษานาคา ตั้งแต่ต้นจนจบ และเขียนขึ้นบันทึกทางgotoknow.org ไปหลายบันทึก เป็นเรื่องของนาคผัวเมีย ที่กลับชาติมาเกิดด้วยเจตจำนงค์ที่ต่างกัน แต่เชื่อมโยงกัน จึงต้องมาพบกัน ตามแรงกรรม และอโหสิกรรมกันก่อนจะจากกันไปอีกหนึ่งชาติ ที่ต่างก็ได้สร้างกรรมทั้งดีและเลว กันไปอีกหนึ่งชดใหญ่ ทำให้ได้ข้อคิดมากมาย จนถึงทุกวันนี้

 จากนั้นมาผู้เขียนก็ไม่ค่อยได้ดูละครอีก จนมาเมื่อเร็วๆนี้ ได้เห็นช่อง ๓ นำละคร ของคุณ "แก้วเก้า" ซึ่งผู้เขียนชอบการเขียนของเขามาก จึงคิดจะดูละครอีกสักเรื่องคือ "นิมิตมาร"

  จะขอเขียนถึงความรู้สึกที่ได้ชมละคร ที่แต่ละคนแสดงได้ดี ลำดับเนื้อหาน่าติดตาม สำหรับท่านที่ชมอยู่ทุกวันจันทร์-อังคาร ก็คงจะเลยผ่านไป แต่สำหรับท่านที่ไม่ได้ดูมาก่อน จะลองอ่านบันทึกต่อจากนี้ ไว้เป็นเรื่องเพื่อความบันเทิง หรือสาระก็ตามแต่ใจท่านเถิดค่ะ

 นิมิตมาร เป็นเรื่องราวของคนสมัยโบราณ ที่เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย มียศถาบรรดาศักดิ์ เป็นลูกคนแรกของพ่อแม่  ชีวิตของเขาเริ่มต้นด้วยความทุกข์ทรมานตั้งแต่วันเกิด วันที่กรรมเปิดโอกาสให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ได้มาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่อีกครั้ง  ด้วยมีแรงกรรม เป็นทุนตกแต่งตัวมา ก่อนที่จะให้เวลาทุกคน สำหรับปรับปรุงวิถีชีวิต  สุดแต่ว่าใจใคร จะสร้างสรรค์ สิ่งใด เป็นสมบัติติดตัวตน ต่อไป หรือจะทำให้มันตกต่ำลงจากเดิม

     ทวารัศม์ เป็นผู้ได้รับเลือกการมาเกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลดี เป็นที่รอคอยของพ่อแม่ แต่ในวันลืมตาดูโลก เขาก็หมดโอกาส ได้เห็นหน้าแม่ เพราะเธอได้สิ้นใจ จากการคลอดลูก ที่แสนจะยากเย็น ไปเสียก่อน ปล่อยให้เขาเป็นลูกกำพร้าตั้งแต่บัดนั้น ซ้ำร้ายเขากลับมีสภาพพิกลพิการ รูปร่างน่าเกลียดน่าชัง มีมันสมองอยู่นอกกระโหลกศีรษะ แต่เขาก็เป็นดั่งแก้วตา ดวงใจของพ่อ ที่มองลูกด้วยความรักสลักใจ ทะนุถนอมเอ็นดู มิได้มองภาพของลูก เป็นอสูรกาย หรือมารร้าย ที่เข้ามาสู่ชีวิตเลย

  แต่นับวันเด็กชายทวารัศม์ยิ่งเติบโตขึ้น ยามใดที่ได้เห็นใบหน้าตนเอง หรือจากผู้ใดที่แสดงอาการรังเกลียด หรือหวีดร้องตกใจยามพบเจอเขา ก็ยิ่งทำให้อารมณ์เขานั้นพุ่งพล่าน โกรธขึ้ง ทำร้าย ทำลายสิ่งใกล้ตัวตลอดเวลา แม้พ่อจะปลอบโยน เอาใจ สั่งสอนอย่างไร เขากลับมองด้วยความคับแค้น น้อยใจ ในโชคชะตาเสมอมา

  ดวงใจของทวารัศม์ กำลังถูกระบายสีที่ด้วยตัวของเขาเอง อย่างเปื้อนเปรอะ ปนเป สกปรก หาความสวยงามไม่ได้  ด้วยความโกรธ ความเจ็บใจ น้อยใจ การดูถูก และเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เขาอยู่กับสิ่งดังกล่าวตลอดเวลา  คำพูดมีแต่ความเลวร้าย ไม่เคยมองผู้ใดในด้านดี ทุกคนต้องผิด ต้องเลว ต้องรับโทษ เขาตอกย้ำในใจเขาทุกวันที่ผ่านไป แม้ร่างกายจะเป็นคนสมบูรณ์ แข็งแรง สติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ตาม แต่ว่าจิตใจ กลับไม่ได้รับการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นมาเลย ข้าทาสบริวาร ต่างหวาดกลัว ไม่อยากเข้าใกล้ เพราะจะโดนเขาทำร้าย

  ผู้เขียนชมนิมิตมาร แล้วสะท้อนใจถึงคำกล่าวที่ว่า คนเราถ้าจิตใจต่ำทราม กระแสอำมหิตก็จะฉาบทา ไปทั่วร่าง และเปล่งรังสี ให้คนรอบข้าง ต้องพลอยอึดอัด ขัดข้องไปด้วย และขยายความร้อนเร่านั้น ออกไป เป็นวงกว้างขึ้นทุกที

ตอนต่อไป จะเล่าถึงว่า คนที่จะทำอะไรให้มันเกิดเรื่องราวใหญ่โตได้ ก็มักจะเกิดจากจุดเริ่มต้น เล็กๆ ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ปล่อยกายใจ ให้ทำสิ่งเลวร้าย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนแม้ต่อไปในวันข้างหน้า พลังสะสม จะเกิดเป็นอำนาจบันดาลสิ่งต่างๆ ให้ได้ดังใจ เหมือนจะสำเร็จสมหวังอย่างใจนึก แต่เขาก็จะได้เพียง ภาพลวงตา ที่เปรียบเสมือน นิมิตมาร ให้หลงไหลไปแสนนาน

 จะความดี หรือความเลว ที่บุคคลได้สร้างขึ้น ล้วนมีผลกระทบ ต่อสิ่งที่อยู่รอบข้างเสมอ ใครเล่าจะหยุดยั้งพลังร้าย หรือเพิ่มพลังดี ต่อไปได้ นอกจาก ตัวตนของเราเอง..

 

 

DuO - ผิดด้วยหรือ Ost.นิมิตมาร

 

ภาพจาก "MSN บันเทิง"