เมื่อวานเป็นวันที่ผมนั่งห้อยขานานเกือบทั้งวันครับ ขาที่เจ็บอยู่เลยบวมมากที่เดียว ตอนกลางคืนจึงลำบากหน่อย กว่าจะล้มตัวลงนอนได้น่าดูเหมือนกันครับ เนื่องจากมันทำให้ผมเกร่งมากตอนจะล้มตัวลงนอน (ผิดจังหวะจะเสียวมากครับ) หัวเราะไปเอนตัวลงนอนพลาง
เช้าวันนี้หลังละหมาด ผมเลยนอนต่ออีกนิดหนึ่ง เพื่อให้ขาได้ยกสูงไว้นานๆ จริงๆ เมื่อวานภรรยาและพ่อออกไปตลาดเพื่อซื้อเตียงใหม่ ปรากฏเตียงโอเค แต่เบาะไม่โอเค เลยส่งกลับไปให้เขาเปลี่ยนแบบใหม่มาให้ตอนนี้ยังไม่ส่งของมาเลยครับ เตียงที่ซื้อมาใหม่ตั้งใจจะวางไว้ที่ห้องรับแขกเลยครับ ไว้ผมนอนเล่นและรับแขกที่จะมาเยี่ยม จะให้นอนอยู่แต่ในห้องนอนก็หัวใจมันห่อเหี่ยวครับ
ขออนุญาตเล่าเรื่องต่อนะครับ
ผมลืมเล่าเกี่ยวกับก่อนการเข้าห้องผ่าตัดไปเรื่องหนึ่งครับ คือ หมอถามผมว่า ขาข้างเจ็บนี้สั้นกว่าขาข้างปกติมากมัย ผมตอบว่า ประมาณ 3 ซม. (จริงๆ ผมว่าเกือบห้า ซม. ครับ แต่ตอนนั้นตอบไปอย่างนั้น) หมอก็บอกว่า หลังผ่าอาจจะสั้นกว่าเดิมนิดหน่อย ฮิฮิ คิดในใจว่า ข้างนี้ยิ่งสั้นยิ่งดีครับ เพราะรองเท้าข้างนี้จะได้ไม่สึก ตอนนี้ปกติรองเท้าข้างขวาของผมจะสึกที่ปลายเท้าอย่างเดียวครับ ถ้าสั้นไปอีกนิดหนึ่งก็น่าจะเยียบไม่ถึงพื้นแล้วละครับ ปรากฏว่าหลังการผ่าตัด ตอนที่ผมนั่งได้ ผมกลับพบว่า หัวเข่าทั้งสองข้างผมเท่ากัน และเมื่อยืนได้ผมยิ่งรู้สึกว่า ขาข้างขวาของผมเกือบจะเยียบพื้นได้ วันสุดท้ายที่ผมออกจากโรงพยาบาล ผมเลยถามหมอว่า ไหนหมอบอกว่า จะสั้นลงอีกเล็กน้อย (ผิดหวังนิดหน่อย ฮิฮิ) หมอตอบผมว่า ไม่ได้สั้นลง เท่าเดิมครับ
ก่อนผ่าตัด ตั้งแต่คืนแรกที่ผมเข้าอยู่ในโรงพยาบาล พยาบาลจะเข้าวัดความดัด และวัดไข้ทุกสองหรือสามชั่วโมงนี้แหละครับ แต่หลังผ่าตัด ถี่กว่าเดิมครับ ซึ่งอันนี้ผมรู้ก่อนแล้วว่าจะถี่กว่าเดิม เพราะในคืนแรกผมโดนวัดจนต้องเอยปากถามว่า ทำไมวัดถี่จังเลยครับ พยาบาลตอบว่า จะถี่กว่านี้อีกหลังผ่าตัดสอนวันแรก ฮิฮิ
การวัดความดันเกือบทุกชั่วโมงกลายเป็นอุปสรรค์ในการหลับของผมจริงๆครับ ก่อนผ่าตัดมาวัดบ่อยก็ไม่เป็นไรครับ เพราะยังงัยก็คงนอนไม่หลับอยู่แล้ว แต่หลังผ่าตัด พยายามจะหลับ พอเกือบหลับเริ่มจะเคลิ้มก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ผมเลยไม่ได้นอนทั้งคืน หลังตีสองพยาบาลหายไปเลยครับ แต่ช่วงนั้นผมก็ไม่หลับแล้วละครับ นอนฟังเสียงเครื่องอะไรสักอย่างหนึ่งดังๆ ดับๆ เลยลองจับเวลาแก้เซ็ง พบว่า มันดังครั้งละประมาณ 10-15 วินาที แล้วก็เงียบไปอีก 40-50 วินาที วนอย่างนี้ทั้งวันและทั้งคืน ผมอยากรู้มากครับว่ามันเป็นเครื่องอะไร ตั้งสมมติฐานไว้ว่า เป็นเครื่องปั๊มอ็อกซีเจนหรือเปล่า สุดท้ายได้ถามพยาบาลเอาในวันสุดท้ายว่า เป็นเครื่องดูดเสมหะรวม
ผมว่าห้องพิเศษของตึกศัลยกรรมกระดูกชาย เสียงค่อนข้างจะดังครับ ไม่รู้เสียงอะไรต่อมิอะไร แต่พออยู่หลายๆ วันก็ชินไปเองครับ
คืนแรกในห้องพิเศษนอกจากผมแล้ว ทั้งแม่ ทั้งพ่อและน้องชายไม่มีใครหลับสนิทเลยครับ จากการต้องเข้าตรวจเช็คผมทุกชั่วโมง น้องชายซึ่งจะขับรถกลับสตูลในตอนเย็น เช้าวันต่อมาเลยไปแอบนอนต่อที่รถชดเชยคืนแรกของผม
พันธนาการที่ติดผมออกมาจากห้องผ่าตัดมีหลายอย่างครับ ด้านขวาเป็นสายเลือดต่อออกจากแผล ทางซ้ายเป็นสายน้ำเกลือและยาแก้อักเสบ ออ.อีกเส้นหนึ่งเป็นสายปัสสาวะครับ
ผมรู้สึกดีอีกอย่างหนึ่งครับ คือ ผมรู้กำหนดการของอาการผมเกือบทุกเรื่องครับ เช่น สายไหนจะถอดประมาณวันไหน แผลจะเป็นอย่างไรในอีกสองสามวันข้างหน้า และอาการแบบไหนถือว่าเป็นอาการที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากผมสามารถวัดได้ว่า อาการผมที่เจ็บหรือที่เป็นอย่างนี้อย่างนั้นถือว่าเป็นอาการปกติของคนผ่าตัดหรือเปล่า อันนี้เนื่องจากนิสัยผมเองครับที่ ผมจะถามทุกเรื่องครับ พยาบาลไม่บอกอะไร แต่เดินมาเปิดแผลผมดู ดูเลือดที่ไหลออกจากแผลผ่านท่อ ดูปริมาณปัสสาวะ ผมก็ถามเลยครับว่า เป็นงัยบ้างครับ เมื่อพยาบาลตอบ ผมก็ถามต่อ ทำให้ผมได้ข้อมูลพอที่จะสามารถสังเกตตัวเองได้ กับหมอ ผมก็ถามครับ ผมว่าการถามเป็นเรื่องสำคัญมาก (เพราะจะเปิดตำราเองคงไม่ทันแล้ว) แต่จริงๆ การบอกน่าจะดีกว่า แต่ส่วนใหญ่ทั้งหมอและพยาบาลไม่ค่อยจะให้รายละเอียดอะไรมากนัก แล้วก็มาตำหนิผู้ป่วย พอผู้ป่วยทำอะไรผิด เหมือนตอนที่พ่อผมไหล่ (หลายปีมาแล้วครับ) พอตื่นจากยาสลบ พ่อผมนึกว่า ไหลเป็นปกติแล้ว จึงชูมือเพื่อถอดเสื้อ ปรากฏไหล่ที่กลับเข้าไปที่เดิมแล้วก็หลุดอีกครั้ง แล้วหมอก็มาต่อว่าท่านว่าทำไมทำอย่างนั้นอย่างนี้ พ่อผมก็ตอบว่า อ้าวก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ
ผมกลัวกรณีผมจะเหมือนกรณีของพ่อครับ ดังนั้นผมถามก่อนทุกเรื่อง ถามล่วงหน้าไว้เลย ออ.ผมขอชมคุณหมอก่อเดร์หน่อยนะครับ ผมว่าเขาให้ข้อมูลได้ชัดเจนและครอบคลุมดีมากครับ แถมการคุยก็เป็นแบบสร้างสัมพันธ์ครับ ไม่ดุ ขออนุญาตชื่นชม
ส่วนพยาบาลนี้ไม่ต้องพูดถึงครับ นอกจากอัธยาศัยดีแล้ว ยังมีมุขตลก ดังนั้นเข้ามาห้องพักของผมไม่ต้องห่วงครับ ฝึกมุกกับผมได้ ฮิฮิ
พยาบาลแต่ละคนก็จะมีเทคนิกไม่เหมือนกันครับ ค่อยเล่าต่อบันทึกหน้านะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ได้ฝึกวิทยายุทธหลายกระบวนท่าบวกทุนเดิมที่มีอยู่ ใกล้สำเร็จแล้วค่ะ แถมได้ถ่ายทอดแก่บรรดาพยาบาลด้วย แผลจึงหายเร็ว...อิอิ
สวัสดีครับคุณamp กำลังจะบรรลุขั้นสุดยอดแล้วครับ ฮิฮิ
มาเยี่ยม คุณจารุวัจน์
มาให้กำลังใจนะ ขอให้หายในเร็ววัน คนที่รักยังรอเราอยู่ตลอดเวลานะครับ
ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองและให้อาจารย์หายไวไว ดูแลสุขภาพเยอะๆ..
สวัสดีครับอาจารย์ ขอส่งกำลังใจขอให้อาจารย์หายเร็วเร็ว นะครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ อาจารย์3. umi
มีกำลังใจเยอะมากเลยครับ จนแม่ผมบอกว่าคนป่วยหายไวแน่เลย ขอบคุณครับ 4. เจ้าหญิงจ่อมแก่น หายไปนานเลยนะครับ สบายดีนะครับ
ขอบคุณครับนักศึกษา วิชาชีพครู กลุ่ม5 ปี50 แหม่มาในนามกลุ่มเลย ฮิฮิ
ขอบคุณครับพี่ยาว เกษตรยะลา แวะมาเยี่ยมสองครั้งสองคราเลย
ขอบคุณครับหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ผมเพิ่งทราบว่าหมอเป็นคนกระบี่ ตอนที่คนเข็นรถ (ออกจากห้องพักกลับบ้าน)เล่าให้ฟัง และอีกครั้งหนึ่งเมื่ออธิการบดีพูดถึงคุณหมอครับ ตอนมาเยี่ยมผม เลยรู้ว่า ภรรยาท่านกับภรรยาผมคนบ้านเดียวกัน ออ.ขอบคุณครับที่คุณหมอให้ความรู้เพิ่มเติม มีอีกหลายเรื่องเล่าครับ จะพยายามนำเสนอต่อครับ