คนที่เป็นครูต้องพยายามหามุข มาสร้างบรรยากาศในการสอนตลอดเวลา และต้องทันเกมผู้เรียนด้วย

             เปิดเทอมใหม่ปีนี้  ครูจิ๋มเข้าไปสอนคณิตศาสตร์ นักเรียนชั้น ม.3 ชั่วโมงแรกในห้องหนึ่ง   ครูจิ๋มก็มาในแนวแปลก  พอเดินเข้าไปก็พูดประโยคแรกว่า
            
เร็วเข้า...ช่วยกันจัดโต๊ะสอบกันเลย
             เด็กๆมองหน้ากันอย่างงงๆ  ครูจิ๋มทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และย้ำอีกครั้ง
           
เร็วเข้าสิ...รีบจัดห้องสอบสิ
            เด็กๆทำตามทั้งๆที่ไมเต็มใจ  เด็กคนหนึ่งหันมาบ่นขณะยกโต๊ะเก้าอี้
           
ยังไม่ทันรู้จักกันเลยก็สอบแล้ว   ครูจิ๋มได้ยินก็ตอบทันควัน
           
สอบแล้วจะได้รู้จักกันไง
           เด็กๆเลยพากันหัวเราะ  ครูเองก็ยิ้มให้หลังจากปล่อยมุขเด็จออกไปเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ  ครูจิ๋มก็ให้เด็กๆเข้านั่งประจำที่  แล้วแจกข้อสอบเพื่อทดสอบพื้นฐานเด็กก่อนสอน  เด็กๆต่างก้มหน้าทำข้อสอบตามสั่ง
           ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเชียบ  ทันใดนั้นมีเด็กคนหนึ่ง  ร้องเพลงออกมาท่อนหนึ่ง  ทำให้ทุกคนเงยหน้าหันไปดู
          
รู้ไว้อย่างเดียว...
          เด็กคนนั้นยังไม่ทันร้องต่อ  ครูจิ๋มก็พูดสวนออกไปทันทีว่า
         
ก็ถึงโง่ไง   เด็กที่ร้องทำหน้าสงสัย  หันมาถามอย่างไม่ทันมุข 
         
ทำไมถึงโง่คะ
        
รู้เพียงอย่างเดียวก็โง่สิ
       เท่านั้นเองทั้งห้องก็หัวเราะครืน   บรรยากาศในห้องหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง  เมื่อเด็กๆทำข้อสอบเสร็จ  ครูจิ๋มจึงแจ้งวัตถุประสงค์  และข้อตกลงในการสอนอย่างเป็นกันเอง  ความเข้าอกเข้าใจก็เกิดขึ้นตามมา
       ครูจิ๋มสรุปเหตุผลให้ผมฟังตอนท้ายว่า
    
คนที่เป็นครูต้องพยายามหามุข มาสร้างบรรยากาศในการสอนตลอดเวลา  และต้องทันเกมผู้เรียนด้วย