จากวันนั้นถึงวันนี้ ๒๖ ปี ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ... เพราะความเพียร และเชื่อแล้วว่า ความดีคือ การปฏิบัติตนอย่างพอเพียง ไม่ท้อถอยในความยากลำบาก ... ถือศีล๕ให้มั่น...กตัญญูต่อบุพการี เหล่านี้คือ บุญวาสนาจะนำพาความเจริญมาส่ตน.....บุญมีจริง

      เพราะมีเมียและลูก  ทำให้ชีวิตความผูกพันธ์ของครอบครัวเปลี่ยนไป  .....  แต่ด้วยสัมมาทิฐิหรือทิฐิมานะ จึงต้องส้ทั้งที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร...ตอนนั้นคิดเพียงว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด  ไม่โกงเขากิน  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน....จดจำคำดูถูกเหยียดหยามของคนอื่นไว้เพื่อเอาชนะใจตนเอง,,,และเชื่อว่าวันหนึ่งเราต้องได้ดี

     แต่เช้าตีสาม  ต้องถีบรถจักรยานไปเก็บเห็ดฟางที่ลงไว้  ไกลจากบ้านไป ๔ กิโลเมตร  รีบนำมาส่งรถนอนภาชี ตอนตีสี่ให้ทัน   ...เมียรักคู่ชีวิตคว้าหาบคู่ชีพตื่นตามไปรอที่ตลาดสดตอนตีสี่เพื่อซื้อผักและของขายใส่หาบไปขายหาบเร่ที่สามเสน...พอส่งเมียขึ้นรถนอนภาชีตีห้าตรง  ก็ต้องรีบกลับมาดูลูกสาวที่ยังเล็กนอนอย่บ้านคนเดียว....ตื่นมาร้องหาพ่อ-แม่บ้าง..ไม่ติ่นบ้าง(ก็โชคดี)   พอสว่างหุงข้าวใส่ถุลพลาสติดไปกินที่ทำงาน(โรงเรียนที่สอน(รร.บ้านดอนข่อย) ใส่ปินโตให้ลูกไปกินโรงเรียน....เมียรักกลับจากกรุงเทพฯ บ่ายสามโมงเย็น  ต้องรอรับลูกกลับจากโรงเรียนพร้อมทั้ง ต้มถั่ว  ต้มเผือก  ต้มมัน...ต้มผักไว้รอเป็นกับข้าว  ตัวผมเองกลับจากโรงเรียนก็ตรงดิ่วสู่นา  รดน้ำเห็ด  เก็บผักบุ้ง  ผักกระถิน  ...ข้าวเย็นกินพร้อมกันตอนคำกินไป  กำผักขายเป็นกำ ๆไป ....วันหยุดราชการและเสาร์-อาทิตย์ผมก็คว้าหาบไปด้วยอีกคู่หนึ่ง เดินขายตามกันไปตั้งแต่หน้าสถานีรถไฟสามเสน ...ตราดราชวัตร ถนนสายสุโขทัย..เดินข้ามไปแฟร๊ตตำรวจ...บ้านพักคหบดีหลังวชิราวุธวิทยาลัย  เดินเลยไปสี่ย่าย  เลาะซอยเล็กซอยน้อยกลับถึงสถานีรถไฟสามเสนพอดีบ่ายสอง ขายไม่หมดก็รอรถ ห้าโมงเย็น

    นั่นคือวันที่สร้างตัวช่วงปี ๒๕๒๔ เป็นต้นมา  ...  จากวันนั้นถึงวันนี้ ๒๖ ปี ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ  ...  เพราะความเพียร  และเชื่อแล้วว่า  ความดีคือ การปฏิบัติตนอย่างพอเพียง  ไม่ท้อถอยในความยากลำบาก ... ถือศีล๕ให้มั่น...กตัญญูต่อบุพการี...ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ....สวดมนต์ทำสมาธิ  เหล่านี้เชื่อว่าคือ บุญวาสนาจะนำพาความเจริญมาส่ตน.....บุญมีจริง