"อาจารย์ครับช่วยผมด้วย" เป็นคำที่ชายวัยกลางคน หน้าตาออกซีด ร่างกายผอมบาง เดินเหมือนกับจะไม่รอด หลังจากที่เขาเข้ามาเล่าเรื่องราวของชีวิตที่เพิ่งพบไม่นานนี้ คำหนึ่งที่ทำให้ผมต้องสะอึกคือ "อาจารย์ครับช่วยผมด้วย"

   ณ ห้องเรียนพัฒนาชุมชน ภาคพิเศษ ปีนี้เป็นปีที่ ๓ อีก ๑ ปีก็จบการศึกษาแล้ว ห้องเรียนนี้มีนักศึกษาไม่ถึง ๑๐ คน แต่มีนักศึกษาหลักสูตรอื่นๆ มาขอเรียนร่วมด้วย ดังนั้นจึงมากกว่า ๒๐ คน ๑ ในสมาชิกพัฒนาชุมชน ชายวัยกลางคนนี้เองที่ทำให้ผมรู้สึกลำบากใจกับสิ่งหนึ่งคือกติกาของห้องนี้และห้องอื่นๆที่ผ่านไปแล้วหลายรุ่นทั้งที่รับผิดชอบเองและผู้อื่นรับผิดชอบ...และอีกสิ่งหนึ่งคือ ความเอื้อเฟื้อ

  "หมอเพิ่งตรวจพบว่าผมเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด ต่อไปผมจะต้องไปทำครีโม ซึ่งมีผลต่อร่างกาย ผมอาจมาเรียนไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกปวดมากๆ ผมอยากเรียนหนังสือ อาจารย์ช่วยผมด้วย"

  ๑) เกณฑ์กลาง : เข้าชั้นเรียนไม่ครบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีสิทธิ์สอบ (แต่มหาวิทยาลัยระบบเปิดไม่มีเกณฑ์นี้)

  ๒) แต่ละช่วงเวลา จะมีการเก็บคะแนนกลางภาคและไปสิ้นสุดที่เก็บคะแนนปลายภาค หากนักศึกษาไม่มีคะแนน หรือไม่เคยเก็บคะแนนเลย หรือ อาศัยเพื่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ก็ยากที่จะให้ผ่านวิชาที่เอาคะแนนมาเป็นเกณฑ์เพื่อการผ่าน

  ๓) ถ้าไม่มีทั้ง ๒ อย่าง ก็ยิ่งไปใหญ่

 "อาจารย์ครับช่วยผมด้วย" ......"ทำไมไม่ยกเลิกวิชาล่ะ"..........."รุ่นผมเป็นรุ่นสุดท้าย หากยกเลิกแล้วไม่รู้จะได้มาเรียนเมื่อไร"......."คิดให้ดี...ควรรักษาตัวเองให้ดีก่อนนะ....."

 

   ๑) การเรียนนี่...มันอะไรกันหนอ...มันสำคัญถึงกับต้องสละชีวิตกันเชียวหรือ

   ๒) กติกา ใครเป็นผู้สร้าง มีใครไหมที่ไม่เคยผิดกติกาเลย

   ๓) กติกาเพียงเท่านี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปให้ความสำคัญกับกติกาอื่นใดล่ะ

   ๔) จิตใจผู้ทำหน้าที่อาจารย์มีเท่านี้หรือ แค่นี้ก็ช่วยไม่ได้

   ๕) กฎกติกาไม่ได้ตายไปพร้อมกับผู้สานต่อหน้าที่อาจารย์หรอก

 

   รักษาตัวเองด้วย ทราบมาว่า การทำสมาธิมีส่วนยับยั้งโรคหลายชนิด......ดีขึ้นเมื่อไรก็ค่อยมาเรียนแล้วกัน