ผมรู้จักครูน้องอึ่งผ่าน Blog มานาน แต่ได้พบหน้ากันจริงๆก็ที่สวนป่าที่ผ่านมา ดูเธอเป็นคุณครูที่ลุ่มลึกอยู่ และเมื่อได้ติดตามงานของครูอึ่งแล้วก็บอกได้ว่าประทับใจยิ่งนักครับ ผมเคยวิเคราะห์เล็กๆในบันทึกของครูน้องอึ่งไปครั้งหนึ่งแล้ว

 

งานของครูน้องอื่งและเพื่อนคุณครูที่โรงเรียนคงมีมากมาย ผมยังไม่มีโอกาสเข้าไปศึกษาอย่างละเอียด แต่ที่ครูน้องอึ่งบันทึกไว้ที่ 1.ที่นี่ 2.ที่นี่ 3.ที่นี่ และ 4.ที่นี่. นั้น ผมก็หาเวลาศึกษามากกว่าการอ่านผ่านๆ ผมพบว่า นี่เป็นงานที่ผมฝันจะเห็นทีเดียวละครับ

 

เธอและเพื่อนครูในโรงเรียนจัดงานค่ายเด็กขึ้นช่วงปิดเทอม โดยใช้เวลากินอยู่ร่วมกันนานถึง 5 สัปดาห์ นานมากพอที่จะเกิดอะไรมากมายทีเดียว

 

เธอบันทึกไว้ค่อนข้างละเอียด เชิญทุกท่านติดตามได้นะครับ แต่ผมใคร่ขอวิเคราะห์สาระที่เธอได้สร้างไว้เป็นฉบับสังเขปดังนี้ครับ

 

๑. ขั้นเตรียมการ: เธอและเพื่อนครู มีหลักการเชิงวิชาการอยู่เพียบแล้ว ก็เอาออกมาสร้างแผนงานไปตามลำดับ  จุดเด่นที่เธอย้ำไว้คือ การเรียนรู้ในค่ายนี้ไม่ใช่ค่ายวิชาการจ๋า แต่จะเป็นการเรียนรู้เรื่องใกล้ตัวในวิถีชีวิตของชุมชนแถบนั้น และเรื่องชีวิตประจำวัน นอกจากเรียนรู้ความหมาย ความเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์แล้ว สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและการกระตุ้นแนวทางการอนุรักษ์สร้างสรรค์ก็ถูกกระตุ้นให้เด็กได้คิดมากกว่าการเห็นผ่านๆไป  สิ่งเหล่านี้คือเรื่อง ดิน น้ำ ป่า และความเกี่ยวข้องกับชีวิตนั่นเอง

 

 

 

๒. การจัดการในค่าย: เธอและเพื่อนครูได้จัดการเรื่องเหล่านี้ได้อย่างครูที่มีสำนึกในการสร้างเด็ก นั่นคือ จัดให้เด็กอยู่กันแบบบ้าน ให้พี่ดูแลน้อง แล้วให้รับผิดชอบกันเองโดยคุณครูแนะนำอยู่ห่างๆ ผมเชื่อว่า เด็กหลายคนอยู่บ้านตัวเองอาจจะไม่เคยต้องรับผิดชอบเท่านี้ สิ่งสำคัญที่เป็น Climax ส่วนนี้คือให้เด็กได้ทำ การบันทึกเรื่องราวที่เรียนรู้ระหว่างกันในบ้าน ในค่าย สุดยอดเชียวครับ

 

เพราะการบันทึกนั้นคือการที่เขาจะต้องทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆถึงสาระต่างๆที่ผ่านมาทั้งวัน การที่ได้มีโอกาสทำเช่นนี้ คือขั้นตอนที่สำคัญของการเรียนรู้ของคน เพราะการกระทำ การเรียนรู้ทั้งวัน ถูกสมองจัดระบบใหม่ แล้วได้เขียนเป็นอักษรลงในบันทึกอีก เป็นการย้ำถึงสาระที่ผ่านการเรียนรู้มาทั้งวัน  สาระสำคัญทั้งหมดเขาจะจดจำไปอีกนานแสนนาน

 

 

 

๓. สายใยสัมพันธ์:  ปรกติครูกับศิษย์นั้นมีความสัมพันธ์กันในระดับสูงอยู่แล้ว แต่เมื่อครูกับศิษย์มาทำกิจกรรมแบบนอกกรอบ เช่นนี้ ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์จะทวีความแนบแน่นสูงขึ้นมากมายหลายเท่ายิ่งนัก ความสัมพันธ์ครูกับศิษย์ในลักษณะของพี่เลี้ยงในกระบวนการเรียนรู้นั้น มันเป็นความอบอุ่น มันเป็นความสายใยของการเรียนรู้ และพัฒนาให้กระบวนการเรียนรู้นั้นไม่อยู่ในเฉพาะห้องเรียนเท่านั้น อยู่ในสังคมกว้าง เด็กที่อยู่ในเงื่อนไขดีดีเช่นนี้จะสั่งสมคุณค่าซึ่งเป็นฐานของความเป็นคนดีที่พึงประสงค์ เด็กมีแบบอย่างที่ดี  เด็กมีผนังแห่งชีวิตที่นุ่ม และซึมซับเอาคุณความดีนั้นไปขยายต่อไปเป็นลูกโซ่อีกด้วย

 

 

ครูที่ผมไม่มีวันลืมได้เลยในชีวิตคือครูองุ่น มาลิค ท่านผู้สอนวิชาจิตวิทยาที่ มช.เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา  เพราะเราทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ท่านรักศิษย์เหมือนลูกหลาน ท่านพร้อมรับฟังและสนับสนุนศิษย์ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และพร่ำสอนให้รับใช้สังคม

 

แม้ท่านจะสิ้นไปนานแล้วแต่คุณค่าของครูนั้นอยู่ในใจศิษย์คนนี้และเพื่อนร่วมสำนักอีกมากมายเสมอ ลูกศิษย์ครูองุ่นจำนวนมากมีบทบาทที่สำคัญในสังคมนี้ทั้งอดีตและปัจจุบัน

 

๔.          Outcome และ Impact: จำนวนเด็ก 40 คนจะได้ผ่านกิจกรรมค่ายที่ประสบผลสำเร็จลุล่วงด้วยดี นั่นคือ ผลที่ได้เกิดขึ้น แต่ผลสัมฤทธิ์ และผลกระทบของงานค่ายนี้ยังส่งคุณค่าอีกหลายประการ ดั่งละลอกคลื่นที่เกิดขึ้นและไหวไปทุกทิศทางอย่างไม่รู้จบ

 

ผลสัมฤทธิ์ ผมอ่านบันทึกของครูน้องอึ่งแล้วก็ ขนลุกเลยทีเดียวที่ครูเป็นผู้กล่าวว่า นอกจากเด็กจะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆแล้ว ครูก็เรียนรู้จากเด็กอีกด้วย นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า ผลสัมฤทธิ์ที่ไม่คาดหวังไว้ก่อน สาระที่สำคัญคือ ครูเข้าใจเด็กมากขึ้น โดยเฉพาะความรู้สึกของเด็ก ธรรมชาติ และความแตกต่าง มีบทเรียนในเรื่องการเรียนรู้แบบผ่อนคลาย ผมเชื่อว่า ครูมีความสุขมากทีเดียวแม้จะเหนื่อยอ่อนก็ตาม 

 

ส่วนของเด็กน่ะหรือ สรุปว่า เห็นชัดเจนว่าเด็กมีความกล้าหาญมากขึ้น  เด็กแสดงออกในทักษะที่ตัวเองถนัดอย่างเต็มที่  เด็กที่ก้าวร้าวกลับอ่อนโยน....

ที่วิเศษสุดน่าจะเป็น ผลกระทบที่เกิดขึ้น ครูได้นำบทเรียนมาพัฒนาการเรียนการสอน เด็กๆมีความรู้สึกดีดีกับครู กับโรงเรียน กับสิ่งแวดล้อม กับสังคม.....

 

บทสรุป:  ผมลองใช้หลักการบริหารจัดการโครงการมาพิจารณา ก็จะได้ข้อสรุปโดยสังเขปดังไดอะแกรมข้างบน ครูน้องอึ่งกับเพื่อนครูที่โรงเรียนมงคลวิทยาแห่งจังหวัดลำพูน ได้สร้างแบบอย่างของกระบวนการเรียนการสอนที่วิเศษขึ้นแล้ว  เป็น ตัวต้นแบบ ที่พร้อมจะให้เรียนรู้และพัฒนาต่อไป นี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้น

 

ผมขอปรบมือให้กับครูน้องอึ่งและเพื่อนครูของโรงเรียนมงคลวิทยา อ.เมือง จ.ลำพูน

 

ผลตั้งโจทย์เพื่อเป็นการบ้านต่อไป โดยคิดกลับกันคือ  “เราจะทำโรงเรียนให้เป็นแบบค่ายได้ไหม?...