เมืองหลวงพระบางกำลังจะจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี เมืองมรดกโลกอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่
โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยขบวนพาเหรดการแสดงทางวัฒนธรรมตระการตา นายอวน สิริสัก (Mr. Ouan Sirisak) ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่เมืองมรดกโลก กล่าวว่า ปีนี้ครบรอบ 10
ปีที่เมืองหลวงพระบางได้เข้าเป็นเมืองมรดกโลก จึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองที่นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่เคยจัดมาภายในสถานที่สำคัญในแขวงหลวงพระบาง ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People's Democratic Republic) "พิธีเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นด้วยขบวนพาเหรดการแสดงศิลปะซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมในขบวนกว่า 1,700 คน" นายอวน กล่าว ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ ขบวนแบ่งออกเป็น 28 กลุ่ม ที่จะบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่มรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมของชาวหลวงพระบาง โดยเริ่มจากบริเวณตลาดหัตถกรรม มุ่งไปสู่วัดเชียงทองซึ่งเป็นหนึ่งในวัดโบราณที่มีความสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภายในเมือง"เราจะแสดงให้นักท่องเที่ยวได้รับชมกันอย่างเต็มที่ว่าเรามีอะไรบ้างภายในเมืองแห่งนี้" นายอวนกล่าว การเฉลิมฉลองจะมีขึ้นทั้งหมด 4 วัน โดยมีกิจกรรมที่เป็นทางการมากมาย อาทิเช่นการเปิดอาคารที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่และการประชุมร่วมกันของประชาชนผู้เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และอนุรักษ์เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง "กำหนดการสำคัญของการประชุมนี้จะเน้นเรื่องผลสำเร็จของการอนุรักษ์และกิจกรรมใดบ้างที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ทำไปเพื่อการปกป้องคุณค่าของเมืองหลวงพระบางไว้ให้ยังคงอยู่ นายอวน กล่าว พร้อมทั้งนิทรรศการแสดงภาพถ่ายเกี่ยวกับความสำเร็จต่าง ๆของงานเพื่อปกป้องเมืองมรดกโลกที่จะมีแสดงอยู่ทั่วไปหลายที่เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วยที่การประชุมที่จัดขึ้นดังกล่าวจะไม่เน้นไปที่ประเด็นปัญหาของการปกป้องดูแลสถานที่มรดกโลกในหลวงพระบางเป็นเพราะ ได้มีการหารือกันถึงเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดอยู่แล้วและก็ได้เริ่มดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ และหารือร่วมกับประชาชนนักเรียนในท้องถิ่นอยู่เสมอเพื่อปลูกจิตสำนึก ให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมในท้องถิ่น
รวมถึงวิธีการที่จะเชิญชวนให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ เช่นฝึกอบรมชาวบ้านให้สามารถประกอบอาชีพหารายโดยดำเนินการอนุรักษ์ไปพร้อมกันได้" นายอวน กล่าวถนนหลายสาย และอาคารบ้านเรือนหลายหลัง ต่างก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมประดับตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ขึ้นเต็ม 2 ฝากฝั่งถนนเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับเมืองหลวงพระบางมากยิ่งขึ้น
ฉลองยิ่งใหญ่ 10 ปีเ มืองมรดกโลกหลวงพระบาง
หลวงพระบาง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ว่าที่ พ.ต.ดร. ณัฏฐพล ตันมิ่ง · 11 มิ.ย. 2551
Asst. Prof. มะดาโอะ ปูเตะ · 11 มิ.ย. 2551
น้ำผึ้งหวาน · 11 มิ.ย. 2551
เป็นเมืองที่อยากไปมาก
วัฒนธรรมตักบาตรเช้าตรู่ที่อยู่คู่กับเมืองหลวงพระบางมาแสนนาน
ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ยังมีให้เห็นอยู่มากมาย
สวัสดีค่ะ
ทำอย่างไรหนอ จะได้ไปบ้าง
"วัดวิชุนราช" ซึ่งสร้างในรัชสมัยเจ้ามหาชีวิตวิชุนราช ช่วง พ.ศ.2046 ต่อมาในปี พ.ศ.2057 พระนางพันตีเชียงพระอัครมเหสีเจ้ามหาชีวิตวิชุนราชโปรดให้สร้างพระเจดีย์ที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายผลแตงโมผ่าครึ่งกลางแล้วคว่ำลง ชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่า "วัดหมากโม" หรือ "วัดพระธาตุหมากโม" แต่น่าแปลกที่ภายในพระธาตุเจดีย์ไม่ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเหมือนเช่นพระธาตุอื่นๆ
เมื่อเข้าไปภายในวัด สิ่งที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เห็นเป็นสง่าก็คือพระธาตุหมากโม เป็นพระธาตุที่มีลักษณะสูงใหญ่และแตกต่างจากพระธาตุองค์อื่นๆ อุโบสถของวัดก็แปลกตากว่าวัดอื่นๆในหลวงพระบางเนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากวิหารแบบไทลื้อสิบสองปันนา วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทะรูปสำคัญหลายองค์อีกด้วย
การเดินขึ้นบันได 328 ขั้น เพื่อสักการะ"พระธาตุพูสี" หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง ที่ระหว่างทางขึ้นจะมีพระพุทธรูปปางประจำวัดต่างๆ ให้พวกเราได้เดินบ้างยกมือไหว้บ้างตลอดทางแล้วยังร่มรื่น และ อบอวนไปด้วยกลิ่นดอกจำปาลาว หรือดอกลั่นทมบ้านเรา ดอกไม้ประจำชาติของลาวตลอดสองข้างทาง ก่อนที่จะมาถึงยังตัวองค์ "พระธาตุพูสี" ซึ่งมีลักษณะเป็นพระธาตุทรงดอกบัวทาสีทองอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร พวกเราถึงขึ้นต้องเงยหน้าคอตั้งฉากมองกันเลยทีเดียว
หลังจากที่กราบไหว้สักการะขอพรกันจนอิ่มบุญแล้ว ก็ได้เวลาของการโพสท่าแบบมืออาชีพถ่ายมุมนู้นทีมุมนี้ที ด้านบนนี้นอกจากจะมองเห็นวิว 2 แม่น้ำสายสำคัญของหลวงพระบางทั้งลำน้ำโขง และลำน้ำคานแล้ว ยังถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามยอดฮิตอีกด้วย แต่พวกเราไม่ได้อยู่ชมพระอาทิตย์ลาลับฟ้าเนื่องจากในคณะของเรามีผู้ใหญ่วัยอาวุโส เกรงว่าหากแสงมืดลงท่านจะลงเขาพูสีไม่สะดวกจึงได้พากันลงเขาก่อนพระอาทิตย์ตก แต่ก็ได้รับการชดเชยโดยการเดินชมตลาดถนนคนเดินกันแทน ซึ่งที่ตลาดแห่งนี้ก็ขายของที่ระลึกมากมายทั้งเสื้อยืดเพ้นท์ลายสัญลักษณ์ของลาวต่างๆ ผ้าทอ กระเป๋า พวงกุญแจ สารพัด อีกทั้งอาหารพื้นเมืองมากมายเราก็สามารถหาได้ที่ตลาดแห่งนี้ พวกเราขาช้อปทั้งหลายเพลิดเพลินเดินจับจ่ายกัน