อย่างน้อยก็มีหมอคนหนึ่ง ที่มีความเห็นอกเห็นใจ มีน้ำใจต่อคนอื่น

 

 

มีเรื่องสั้น ๆ มาเขียนสู่กันอ่านค่ะ  หลังจากที่ห่างหายไปทำวิจัย(และคาดว่าจะห่างหายไปอีกสักระยะ..เพราะยังไม่เสร็จ)

พอดีได้ไปช่วยรุ่นพี่อยู่คลินิกส่วนตัว. .....

......ในความเห็นของตัวเองหรือจากเรื่องเล่าจากคนอื่นก็ตามแต่

มีความรู้สึกว่าคลินิกส่วนใหญ่ มีความจำเป็นต้องคิดค่าหมอค่อนข้างสูงถ้าไม่ใช่คลิกนิกที่มีคนไข้ประจำมากจริงๆ

บางที่ก็แค่หลักสิบ  บางที่ก็เป็นหลักร้อย  บางครั้งเวลาตรวจที่รพ.ก็จะรู้สึกว่าค่ารักษาที่คลิกนิกค่อนข้างแพง

แต่มีข้อดีที่ได้รับการตรวจรวดเร็ว สะดวกสบาย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเหมือนไปตรวจที่รพ.

      ทราบข้อมูลมาบ้างเวลาที่คนไข้ไปคลิกนิกมาก่อน เราก็ถามประวัติรักษาตามเรื่องตามราว

แต่คลินิกที่ไปอยู่ช่วยนี้กลับกัน 

  ..........มีคนไข้เข้ามาตรวจเรื่องไข้เจ็บคอ  เราก็สอบถามและตรวจร่างกายเสร็จแล้ว

รู้สึกน่าเห็นใจเขามาก (จริงๆก็คือสงสารน่ะค่ะ)

เพราะอาชีพคนงานก่อสร้าง ไม่ค่อยมีสตางค์ จะไปรพ.ก็ไม่มีบัตรทองที่นี่

เพราะมาทำงานจากต่างจังหวัด  สรุปก็คือไม่สามารถใช้สิทธิได้สักอย่าง (คนที่ควรได้ใช้กลับไม่ได้ใช้)

แต่ตัวคลินิกก็ไม่ใช่ของเรา  เลยโทรถามรุ่นพี่เจ้าของคลินิก....

  รุ่นพี่แพทย์ท่านนั้นบอกว่า  ไม่เป็นไรครับ  ถ้าดูแล้วเขาไม่มีสตางค์ ไม่ต้องคิดค่ารักษาเลย

ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ...    ( ฟังแล้วซึ้ง.....ดีใจจังที่ได้มาอยู่คลินิกนี้)

 

   รู้สึกประทับใจ  แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่อย่างน้อยก็มีหมอคนหนึ่ง ที่มีความเห็นอกเห็นใจ มีน้ำใจต่อคนอื่น

(ช่วยลดความน่าเศร้ากับข่าวแพทย์พาณิชย์ และเรื่องราวการฟ้องร้องแพทย์ ไปได้เล็กน้อย)

 

  แม้ว่าสังคมปัจจุบันนี้ มองไปทางไหนก็มีแต่การแข่งขัน แข่งหรูแข่งรวย 

มีแต่วัตถุนิยม   ลุ่มหลงในความฟุ้งเฟ้อ... 

          แต่ก็ยังมีเรื่องน่าดีใจเล็กๆที่เก็บไว้ไม่ได้  เป็น "น้ำใจ" ที่ทุกวันนี้หาได้ยาก แต่ก็อยากมาแบ่งปันกันในวันนี้ค่ะ