เมื่อสมัยก่อนยุคแผนพัฒนาฯ นั้น การศึกษากับชีวิต หรือ ชีวิตกับการศึกษานั้นแทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน มีระบบการเรียน การศึกษาเพื่อชีวิต ที่เชื่อมโยงทั้งกิจกรรม และวัตถุประสงค์ที่มีความสอดคล้อง ผสมผสาน และเชื่อมโยง กันตลอดมา เป็นการเรียนเพื่อชีวิต ไม่ใช่เพียงให้สอบผ่านเกณฑ์ เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลผู้นั้น แต่อย่างใด
ในยุคสมัยปัจจุบัน การศึกษากับชีวิต และหรือชีวิตกับการศึกษานั้น มีการพัฒนาแบบแยกส่วนกัน ที่เป็นการศึกษาที่แยกออกจากชีวิต โดยสิ้นเชิง (ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะหลังๆนี้) เพียงด้วยเหตุเพราะ
ต้องการทำให้ทุกคนรู้สึกว่าง่ายในการเรียน การสอน
ที่ทำให้เกิดการทำงาน และการพัฒนาอย่างแยกส่วนตามมา แบบขยายตัวเป็นทวีคูณ ไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็น “ระบบการศึกษาที่แยกออกจากกันกับชีวิตของแต่ละคน
ที่ทำให้เป็นระบบการศึกษาที่ไม่มีชีวิต
ที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้คำว่า “การศึกษา” ที่แปลว่า “การพัฒนาตนเอง” อีกต่อไป
เพราะการพัฒนาตนเองนั้น ต้องทำแบบมีชีวิตเท่านั้น
ทั้งนี้ เพราะ
· เกิดการเรียนแบบแยกส่วน แล้วไม่นำความรู้มารวมกัน ทำให้เกิดเป็นระบบการศึกษาที่ไม่มีชีวิต
· เป็นระบบการเรียนที่มีแต่การท่องตำราไปสอบ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ จึงเป็นการเรียนแบบไร้จิตวิญญาณของชีวิตจริง
· ประเมินผลการเรียนรู้ จากการสอบวัดความจำแบบผ่าน ๆ ไป
· ผู้เรียนที่จบ “การศึกษา” ก็ไม่ได้มีความรู้ที่แท้จริง
· ตำราที่ใช้สนับสนุนการเรียน ก็เป็นการสนับสนุนการเรียนแบบท่องจำ
· เมื่อเรียนจบ ไม่มีความรู้เพียงพอที่จะไปประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตของตนเองได้
ในการพัฒนาชีวิตอีกมุมหนึ่งของระบบ
ชีวิตที่ขาดการศึกษา
· เป็นการพัฒนาแยกส่วนของชีวิต ที่ไม่มี ไม่ใช้ระบบการศึกษามาสนับสนุนให้สอดคล้องกัน และ/หรือ พัฒนาแบบเชื่อมโยงกัน
· เป็นชีวิตที่ไร้จุดหมาย
· ขาดความรู้ ความเข้าใจชีวิต การทำงาน และการทำหน้าที่ของตนเอง
· วิ่งตามกระแสอย่างเหน็ดเหนื่อยไปกับภาวะเศรษฐกิจ สังคมของกระแสโลก มีแต่ “ทุกข์” ทั้งชีวิต
· ชีวิตที่ไร้การศึกษา จึงมืดมน หลงทาง วิ่งตามกระแสจนหาทางออกไม่ได้
· ขาดความคิดในการแก้ไขปัญหา เพราะไม่มีความรู้ที่จะนำมาคิดแก้ไขปัญหา
· เป็นการดำรงชีวิตที่ขาดการเรียนรู้ ไม่ใฝ่ที่จะรู้
· ชีวิตที่ขาดการศึกษา ทำให้เกิดการล่มสลายของชีวิต
ทางเลือกที่สำคัญ ที่ควรรีบดำเนินการ คือ
· นำการเรียนรู้ โดยวิธีการเรียนแบบธรรมชาติ ที่ดี แบบมีชีวิตกลับมาให้ได้
· ทำให้การเรียนรู้ควบคู่ อย่างสอดคล้องกัน เชื่อมโยงกับชีวิต อย่างเหมาะสม
· ทำให้ชีวิตกับการศึกษา และการศึกษากับชีวิต มีการผสมผสาน กลมกลืน และเชื่อมโยงกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป แบบเป็นธรรมชาติ
· ในที่สุด การศึกษากับชีวิต และชีวิตกับการศึกษานั้น จะผสมกลมกลืน และนำพาการเรียนรู้คู่กับชีวิต ไปอย่างธรรมชาติ และที่มีความยั่งยืน ตลอดไป
นี่คือ !! สิ่งที่ผมกำลังคิด กำลังฝัน ที่..
· พยายามทำ ในทุกบริบทของชีวิต และการทำงาน ที่จะทำให้การศึกษากับชีวิต ดำเนินไปด้วยกันอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แบบธรรมชาติ และ หวังว่า....
· การศึกษากับชีวิต จะซึมซับ แทรกเข้าหากัน กลายเป็นปึกแผ่นเดียวกัน ในที่สุด
ขอบคุณครับ...
เห็นด้วยกับอาจารย์ ดร.แสวง อย่างยิ่ง...ความจริง คนเราก็ค้นและคว้าหาความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น...และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข.ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและธรรมชาติ..คงมิใช่เรียนรู้เพื่อสนองความต้องการแห่งกิเลส..เป็นสำคัญ....ดังนั้น..การเรียนรู้กับชีวิตต้องร้อยรัดเป็นองค์รวมและเป็นหนึ่งเดียว...ครับ???
ครับ อาจารย์
ผมสนใจงานสอนที่โรงเรียนสระคูณอยู่นะครับ
เรื่องการศึกษาเพื่อชีวิตนี่ คงต้องเริ่มที่ตัวเรากระมังครับ
หลักการนี้น่าจะเป็นสาระสำคัญของ การจัดการความรู้
แต่.....คนที่พูดเรื่องนี้ ก็มักจะมองข้ามต้วเอง
และ พยายามจะบอกให้คนอื่นทำ
แปลกดีนะครับ
สวัสดีครับ
การศึกษาคู่(เพื่อ)ชีวิต จบไม่ได้
เพราะถ้าจบ ก็แปลว่า จบชีวิต
ผมจึงยังเรียนไม่จบครับ
ยังไงก็ยังไม่ยอมจบ อีกต่างหาก ว่าเข้าไปนั่น
ขออีกสักสามหมื่นวันเป็นไงสหาย อิอิ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
โคกเพชรกับชุดความรู้เพื่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงานในครัวเรือน และ นาป่าครูวุฒิที่ชัยภูมิ
สองลิงค์นี้ ครูวุฒิไม่แน่ใจว่าพอจะเป็นการศึกษาที่สอดคล้องกับชีวิตจริงได้หรือเปล่า ขอคำชี้แนะด้วยครับคุณครู?
สวัสดีครับ
เอ...ไม่แน่ใจว่าค่าโฆษณา หรือค่าลิขสิทธิ์ ที่จะอยู่ในระบบนี้
ท่านอัยการช่วยพืจารณาด้วยครับ อิอิ