รู้ไว้ใช่ว่านะ

 ผู้ติดเชื้อมีอาการอย่างไร

        เชื้อเอช ไอ วี เลือกที่จะโจมตีเม็ดเลือดขาว ประเภท Lymphocyte ชนิด CD4 ซึ่ง Lymphocyte ชนิด CD4 นี้เปรียบเสมือนทหารของร่างกาย มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้าไปในร่างกาย เชื้อเอช ไอ วีจะเข้าไปทำลายLymphocyte ชนิด นี้ ทำให้ปริมาณ Lymphocyte ชนิด CD4 ในร่างกายลดต่ำลง เกิดเป็นโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา เรียกกลุ่มอาการโรคเหล่านี้ว่า เอดส์

      เอดส์แบ่งได้เป็น 3 ระยะ หรือ 3 ขั้น

   ระยะที่ 1 ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการอะไรเลย เหมือนคนปกติทุกอย่าง ในบางรายระยะแรกๆ จะมีตอมน้ำเหลืองที่คอและรักแร้โต คลำได้ไม่เจ็บ หรืออาจมีไข้สูฃ เจ็บคอ คล้ายคนเป็นหวัด เป็นอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็หายไปเอง ระยะนี้จะอยู่ได้นาน 8-10 ปี เรียกผู้ป่วยระยะนี้ว่า  ผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี

  ระยะที่  2 คือช่วงหลังที่ติดเชื้อไปแล้ว 8-10 ปี ระดับภูมิคุ้มกันเร่มต่ำลง ผู้ป่วยจะเริ่มอาการแทรกซ้อนต่างๆขึ้น เช่นไข้เรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีตุ่มคันตามแขนขา งูสวัส เริม เชื้อราในช่องปาก เรียกระยะนี้ว่า ระยะสัมพันธ์กับเอดส์ หรือระยะใกล้เอดส์ ระยะนี้จะอยู่นาน 2-4 ปี ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 3

  ระยะที่ 3 (ระยะสุดท้าย) ระยะนี้ผู้ป่วยจะติดเชื้อรุนแรงมาก เช่น ปอดอักเสบ วัณโรคปอด-ต่อมน้ำเหลือง เชื้อราขึ้นสมอง เชื้อราลงปอด ระยะนี้ เรียกว่า เอดส์เต็มขั้น และจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆเหล่านี้หากรักษาไม่ทันการ  และแม้รักษาได้ แต่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ ภูมิต้านทานก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ผู้ป่วยก็จะเป็นโรคแทรกซ้อนชนิดแล้วชนิดเล่า จนเสียชีวิตไปในที่สุด ในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 2 ปี

      ถ้าติดเชื้อแล้ว โดยเฉลี่ย 8-10 ปี ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ

      ถ้ามีอาการของเอดส์แล้ว โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้อีก 2 ปี

  โรคเอดส์เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่รักษาไม่หาย แต่มียาต้านไวรัสเอดส์ ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ และช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ทำให้มีชีวิตที่ดี มีคูณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และตายช้าลง

     สิ่งที่ผู้ติดเชื้อ ควรกระทำ อย่างยิ่ง

         1. ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น

         2. ไม่แพร่เชื้อเพิ่ม

         3. มีวินัยในตัวเอง เกี่ยวกับการรับประทานยาต้านเอดส์ ที่จะต้องกินถูกต้อง ต่อเนื่อง ครบถ้วนและตรงเวลา

         4. บอกผลเลือดกับคู่นอน เพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

ปัจจุบันฉันเองเป็นผู้ดูแลกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้าน จำนวน 96 คน เราต่างมีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน กิจกรรมการดำเนินกลุ่มในแต่ละครั้ง จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้ฉันมีความสุขมาก และเป็นหนึ่งของกำลังใจที่จะทำให้ฉันก้าวเดินต่อไป อย่างไม่ย่อท้อ