ธุรกิจปรับตัวเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หรือเอาตัวรอดในกระแสทุน

ผมได้อ่าน คอลัมภ์ของ "จิตวิวัฒน์" ใน นสพ.มติชน รายวัน ฉบับหนึ่ง ได้กล่าวถึง "ทุนนิยมอย่างมีจิตสำนึก" เขียน โดย นพ.ประสาน ต่างใจ หน่วยงานฝ่ายแผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ โดยการสนับสนุนของ สสส......

ได้กล่าวถึง... ปัจจุบันนี้  ยุคหรือระบบเศรษฐกิจข้อมูลข่าวสาร ได้จบลงแล้วในสังคมโลกตะวันตก  แม้ว่าจะยังคงแข็งแรงอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ ตามระดับของการพัฒนานั้น ๆ  แต่สุดท้ายแล้วระบบเศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสารคงจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง....และเริ่มจากซึกโลกตะวันตกเหมือนอย่างเคย......

ทั้ง ๆ ที่การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดหรือกระบวนทัศน์ของระบบเศรษฐกิจใหม่ในครั้งนี้ (New paradigm of economy)มาจากตะวันออก  และมีเนื้อหาสาระของความเป็นตะวันออกอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น  แต่เราชาวตะวันออกไม่รู้เป็นอย่างไร จึงไม่ค่อยเชื่อชาวตะวันออกด้วยกัน  ต้องเป็นฝรั่งตะวันตก หรืออเมริกัน จึงจะเชื่อ....

เพราะการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของโลกในครั้งใหม่นี้  จะเป็นเรื่องของ  จิตวิญญาณ (Spiritualty) เป็นเรื่องของทุนนิยมจิตวิญญาณ(Spiritual Capitalism) หรือระบบทุนนิยมอย่างมีจิตสำนึก (Conscious Capitalism).

ระบบเศรษฐกิจที่มีจิตสำนึกใหม่ หรือ จิตวิวัฒน์เป็นรากฐานนั้น  วันนี้และวันต่อๆ ไปจะต้องมีแน่  ไม่ว่านักธุรกิจจะชอบหรือไม่?   เพราะปัญหาที่ซับซ้อนจนเป็นวิกฤตอย่างเราไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน เช่น  การก่อการร้ายที่มีมากขึ้นทุก ๆ วัน

สงครามที่ปล้นเงินชาวโลกไปจำนวนมาก......

น้ำมันที่ค่อย ๆ หมดไป พร้อม ๆ กับแพงขึ้นและหายากขึ้นทุกวัน

ภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่ก่อให้เกิดการขาดแคลนน้ำและอาหารไปทุกหย่อมหญ้า

การว่างงานและเงินในกระเป๋าของประชาชนที่นับวันมีแต่จะแห้งลง  ทำให้อาชญากรรมและยาเสพติดเพิ่มทวีอย่างไม่เคยมีมาก่อน

และปัญหาสังคมอื่น ๆ ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ....

ทำให้เราแสวงหาคำตอบเพื่อการอยู่รอด และการแสวงหาดังกล่าวคือการวิเคราะห์อย่างรอบด้านและรอบคอบ ..ซึ่งเป็นเรื่องภายในทั้งหมด

ทุกวันนี้ นักธุรกิจนักเศรษฐศาสตร์ส่วนน้อยส่วนหนึ่งที่ว่าทุกคนต่างรู้ว่าเราไม่มีเวลาที่จะอย่างเดิม ๆได้อีกแล้ว  และไม่ว่าเราจะทำอย่างไร.....การหวังให้โลกกลับไปเหมือนเดิม ก็เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว  ...ระบบเศรษฐกิจและธุรกิจที่ตั้งบนความโลภ  ...การทำลายสิ่งแวดล้อม  ...การหากำไรระยะสั้นบนความเป็น "ตัวกูของกู"  นั้นกำลังจะจบลงโดยสิ้นเชิงจริง ๆ ...

ที่มองเห็นในปัจจุบันก็คือ  ความหวังว่าเราส่วนใหญ่ จะตื่น และเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลาก่อนที่โลกจะล่มสลายไปทั้งหมด....ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่  แต่คงไม่นานนักแน่ ๆ เนื่องจากการคำนึงถึงเรื่อง (CSR Corporate Social Responsibility และ SRI Socially Responsible Investing) เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจ และกองทุนเพื่อการลงทุนให้กับชุมชน เป็นต้น...

นี้เป็นส่วนหนึ่งของ บทความที่ข้าพเจ้า หยิบยกมาให้เห็นว่ามีความเคลื่อนไหวใน ซีกโลกตะวันตกเหมือนกัน.....ว่าทุนนิยมแบบล้างผลาญทรัพยากรจะอยู่ได้อีกไม่นาน...

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรายังไม่เข้าใจ และเท่าทันกับกระแสโลกที่กำลังปรับเปลี่ยน เราก็จะรู้สึกว่าธุรกิจ..ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ยั่งยืน ในอนาคต เช่น ธุรกิจพืชผลทางการเกษตรเพื่อการผลิตพลังงานบริสุทธิ์ ไร้คาร์บอนไดอ๊อกไซค์ เช่น อ้อย ปาล์ม สบู่ดำ เป็นต้น เริ่มมีท่าทีในการปรับเปลี่ยนเป็นการทำธุรกิจที่เอาใจเกษตรกร(แรงงานที่เข้ามาเพาะปลูก และเป็นกำลังหลักในอนาคตได้)

เพราะฉะนั้น การปรับตัวของธุรกิจก็ยังมีเค้าให้เห็นว่าจะเป็นแบบใด...แต่ธุรกิจในบ้านเรากลับยังไม่ปรับตัวไม่ช้าไม่นาน ซึ่งน่าจะมีการทบทวนเพื่อให้เห็นว่า  ถ้าคุณยังดำเนินธุรกิจไปแบบเดิม ๆ ต่อไป ความเดี่ยวดายก็จะก่อตัวขึ้นให้เห็นชัดเจนแน่นอน  และเมื่อวันใดที่เห็นวิสาหกิจชุมชนแบบทดแทนมากยิ่งขึ้น การขึ้นต่อของเกษตรกรต่อภาคธุรกิจก็จะน้อยลงมากเท่านั้นครับ.......