ได้ทำนาเป็นและไม่อายใคร

  Nana030

การประชุมกลุ่ม นักศึกษาปริญญาโท และนักศึกษาปี ๔ (หน่วยสนับสนุนงานการเรียนรู้แบบธรรมชาติ)

ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ผมได้จัดกิจกรรมให้นักศึกษาปีที่ ๒-๔ และนักศึกษาปริญญาโท จำนวนประมาณ ๑๐๐ กว่าคน เพื่อไปเรียนรู้ถึงเทคนิค วิธีการ การทำนาแบบไม่ไถ ไม่ดำ ณ แปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

 

กิจกรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่มีนักศึกษาบางคนไปนอนอยู่ที่นา เพราะต้องการจับปลาที่จะมาบริโภคในวันรุ่งขึ้น แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เริ่มมาถึงแปลงนา เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. ซึ่งผมก็ไปรอรับนักศึกษาตั้งแต่ประมาณ ๐๗.๐๐ น. เพราะต้องการดูแลความเรียบร้อย ก่อนที่นักศึกษากลุ่มใหญ่จะเข้ามา ที่จริงแล้ว ผมไปเตรียมการต่างๆ ไว้ล่วงหน้าในคืนวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ไว้บางส่วนแล้ว

 

กิจกรรมตอนเช้า เริ่มต้นด้วย การขนเปลือกผลไม้ ซึ่งผมได้ไปรับมาจากร้านขายผลไม้ เป็นประจำทุกวัน ลงจากรถ

โดยการบอกนักศึกษาให้ทราบถึงการใช้ประโยชน์ของเปลือกผลไม้ชนิดต่างๆ ที่

·       บางส่วนใช้เป็นปุ๋ยหมัก

·       บางส่วนใช้เป็นอาหารปลา

·       บางส่วนใช้ผสมกับหอยเชอรี่เพื่อทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ และ

·       บางส่วนที่ยังพอรับประทานได้ ก็แยกไว้ให้นักศึกษาได้ลองบริโภค “ขยะ” โดยเฉพาะ มังคุด เงาะ ทุเรียน ที่ผิวไม่ค่อยสวย แต่ร้านขายผลไม้จำเป็นต้องคัดทิ้ง เพราะไม่มีคนซื้อ แต่ผลไม้เหล่านี้ยังมีสภาพที่สามารถนำมาบริโภคได้

 

หลังจากแยกเปลือกผลไม้แล้ว ก็เริ่มประชุมกลุ่ม เพื่อกำหนดแผนกิจกรรม

ซึ่งเริ่มต้นด้วย

การเก็บหอยเชอรี่ที่กำลังกินต้นข้าวในแปลงนา

Nana001

สภาพนา หลังจากหอยเชอรี่กินต้นข้าว เพียงแค่ ๒ วัน

Nana013

นักศึกษา กำลังเก็บหอยเชอรี่ในแปลงนา

โดยมีนักศึกษารุ่นพี่ เตรียมการถอนกล้าจากแปลงที่ ๑เพื่อมาปักดำในแปลงที่ ๒ ทดแทนส่วนที่ถูกหอยเชอรี่ทำลาย 

การเก็บหอยเชอรี่ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงก็เรียบร้อย และยังค่อยๆ เก็บไปเรื่อย ๆ เมื่อเริ่มปักดำข้าว

ในการปักดำได้กำหนดแบ่งกลุ่มโดยธรรมชาติ ให้นักศึกษาคนใดสนใจลองทำตามความสมัครใจ ว่าใครชอบถอนกล้า ใครชอบปักดำ ใครเป็นพนักงานลำเลียงกล้า

 Na10306

ในระยะแรก ๆ มีนักศึกษาหลายคน เสพติดการใช้มือถือ และฟังเพลงผ่านหูฟัง ทั้ง ๆ ที่ผมเตือนแล้วว่า ไม่ค่อยปลอดภัยอาจหล่นลงน้ำได้ ซึ่งก็เป็นจริง มีนักศึกษาหลายคน ตกน้ำ หรือก้มลงทำให้มือถือหล่นจากกระเป๋าเสื้อ ทำให้มือถือใช้การไม่ได้

จนกระทั่งตอนบ่าย ทุกคนจึงตระหนักว่า ไม่ควรพกมือถือลงไปในนาระหว่างทำนา แต่กลับทำให้ทุกคนมีสภาพเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กลับมาสนใจทำนาจริงจังอย่างสนุกสนาน ทำงานไปเล่นน้ำไป เหมือนเด็ก ๆที่ไม่เคยเล่นน้ำมาก่อน

 Na017

นักศึกษากำลังลำเลียงกล้าข้าว มาปักดำ ซ่อมจุดที่ถูกหอยเชอรี่ทำลาย

หลังจากกิจกรรมการเก็บหอยเชอรี่ ถอนกล้า และดำนา แล้ว ผมก็ได้บรรยายสรุปถึงที่ไปที่มาของแปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม ถึงการพัฒนาการ และเหตุผลความจำเป็นในการกำหนดรูปแบบการจัดการดิน น้ำ พืช สัตว์ และระบบนิเวศ ทั้งในเชิงรูปแบบและหน้าที่ของแต่ละการจัดการ ทำให้นักศึกษาเริ่มเข้าใจ ความหมายของคำว่า “บูรณาการ” ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างและกิจกรรมภายในแปลง แผนนโยบายของประเทศ วิชาการและการปฏิบัติ ในระดับพื้นที่ กิจกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงในทุกภาคส่วน ซึ่งทำให้นักศึกษาเริ่มเข้าใจและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองในมุมมองต่างๆ ด้วยกัน

 

ในชั่วโมงสอนของเช้าวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ผมได้กำหนดให้นักศึกษาส่งสรุปรายงานการเรียนรู้และความประทับใจส่วนตัว ซึ่งผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งว่า นักศึกษาทั้งหมด สามารถเขียนและถ่ายทอดความรู้สึกด้วยตัวเอง โดยไม่การลอกเลียนความคิดของผู้อื่น จึงมีสรุปผลที่หลากหลายมาก ดังนี้

 

·      ได้ความรู้ในการทำเกษตรแบบวิธีบูรณาการ

·      ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง

·      ได้รู้เรื่องการทำนาแบบไม่ไถ ก็สามารถดำได้

·      รู้จักการอยู่อย่างพอเพียง

·      สัมผัสห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ

·      รู้จักความเชื่อมโยงของธรรมชาติ

·      ได้รู้ได้เห็นของจริง นอกตำรา ซึ่งทำให้รู้สึกของธรรมชาติอย่างแท้จริง

·      รู้จักการผสมผสานระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ เรื่องการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

·      การทำนาเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่สอดประสานกับระบบของครอบครัว

·       การจัดการขยะในเมืองขอนแก่น

·       รู้จักการใช้ประโยชน์จากเปลือกผลไม้ ที่ทิ้งแล้ว

·       การเลี้ยงวัวควายกำจัดหญ้า

·       รู้จักวิธีการถอนกล้า ดำนา

·       รู้จักวิธีการทำปุ๋ยน้ำหมัก

·       การทำคันนา การทำนา การทำร่องน้ำ

·       การไม่เผาฟาง  การจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาการทำนา  การทำนาโดยไม่ใช้สารเคมี

·       รู้วิธีการใช้เปลือกผลไม้แทนกากน้ำตาล

·       รู้จักการจัดการแบบเกื้อกูล

·       การใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง

·       รู้จักรู้วิธีการบำรุงรักษาดิน  การหมุนเวียนธาตุอาหาร  การจัดระบบนิเวศน์

·       รู้จักน้ำใจเพื่อน ช่วยเหลือ แบ่งปันผู้อื่น

·       บรรยากาศ ร่มรื่น สบายใจ สบายกาย เรียนไป เล่นไป สนุกสนานไม่รู้สึกเบื่อ

·       รู้วิธีการเรียนจากนา เรียนในระหว่างการทำงานอย่างสนุกสนาน ไม่รู้สึกเบื่อ

·       ภาคภูมิใจที่ได้บริโภคของที่ผลิตได้เอง เช่น ข้าว ปลา พืช ผัก กล้วย ฯลฯ

·       เรียนรู้ในการใช้งู กำจัดหนู

·      ประทับใจเพื่อนที่ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี สร้างความสามัคคี เป็นกันเอง ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น พร้อมการเรียนรู้ในการบูรณาการแบบต่างๆ

·      ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ การใช้ความรู้ในการทำนาโดยไม่ต้องลงทุน  ไม่ทำลายระบบนิเวศน์

·      ได้ทำนาเป็นและไม่อายใคร

·      รู้วิธีการทำให้กล้าฟื้นตัวเร็ว

·      เพื่อนได้ช่วยเหลือกัน สนุก ไม่รู้สึกร้อนหรือเหนื่อย

·      รู้วิธีการจัดการสัดส่วนกับหอยเชอรี่ กับเปลือกผลไม้

·      ได้ทำนา ครั้งแรกในชีวิต

·      การเป็นกันเองในกระบวนการเรียนรู้ จนลืมนึกไปว่า นี่คือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะอาจารย์เหมือนกับชาวบ้านทั่ว ๆ ไป

·      ประทับใจเพื่อน ๆ ตั้งใจทำงานมาก

·      สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเรียนรู้และทำกิจกรรม

·      แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเอง จากการที่ได้ไปสัมผัสด้วยตนเอง

·      นักศึกษาผู้ชายไม่เอาเปรียบผู้หญิง แต่มีการช่วยเหลือแบบพึ่งพากันเป็นอย่างดี

·      ควรให้นักศึกษารุ่นอื่นๆ ไปดูบ้าง

 

นี่คือ ข้อสรุปเบื้องต้นครับ ครั้งต่อๆ ไป ผมจะลองปล่อยให้นักศึกษาไปเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยไม่กำหนดกิจกรรม อยากจะดูว่า คนที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองได้นั้น มีอยู่สักกี่คน

 

ได้ผลคืบหน้าอย่างไร จะนำมารายงานให้ทราบ ครับ