การประชุมกลุ่ม นักศึกษาปริญญาโท และนักศึกษาปี ๔ (หน่วยสนับสนุนงานการเรียนรู้แบบธรรมชาติ)
ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ผมได้จัดกิจกรรมให้นักศึกษาปีที่ ๒-๔ และนักศึกษาปริญญาโท จำนวนประมาณ ๑๐๐ กว่าคน เพื่อไปเรียนรู้ถึงเทคนิค วิธีการ การทำนาแบบไม่ไถ ไม่ดำ ณ แปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
กิจกรรม เริ่มตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่มีนักศึกษาบางคนไปนอนอยู่ที่นา เพราะต้องการจับปลาที่จะมาบริโภคในวันรุ่งขึ้น แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เริ่มมาถึงแปลงนา เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. ซึ่งผมก็ไปรอรับนักศึกษาตั้งแต่ประมาณ ๐๗.๐๐ น. เพราะต้องการดูแลความเรียบร้อย ก่อนที่นักศึกษากลุ่มใหญ่จะเข้ามา ที่จริงแล้ว ผมไปเตรียมการต่างๆ ไว้ล่วงหน้าในคืนวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ไว้บางส่วนแล้ว
กิจกรรมตอนเช้า เริ่มต้นด้วย การขนเปลือกผลไม้ ซึ่งผมได้ไปรับมาจากร้านขายผลไม้ เป็นประจำทุกวัน ลงจากรถ
โดยการบอกนักศึกษาให้ทราบถึงการใช้ประโยชน์ของเปลือกผลไม้ชนิดต่างๆ ที่
· บางส่วนใช้เป็นปุ๋ยหมัก
· บางส่วนใช้เป็นอาหารปลา
· บางส่วนใช้ผสมกับหอยเชอรี่เพื่อทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ และ
· บางส่วนที่ยังพอรับประทานได้ ก็แยกไว้ให้นักศึกษาได้ลองบริโภค “ขยะ” โดยเฉพาะ มังคุด เงาะ ทุเรียน ที่ผิวไม่ค่อยสวย แต่ร้านขายผลไม้จำเป็นต้องคัดทิ้ง เพราะไม่มีคนซื้อ แต่ผลไม้เหล่านี้ยังมีสภาพที่สามารถนำมาบริโภคได้
หลังจากแยกเปลือกผลไม้แล้ว ก็เริ่มประชุมกลุ่ม เพื่อกำหนดแผนกิจกรรม
ซึ่งเริ่มต้นด้วย
การเก็บหอยเชอรี่ที่กำลังกินต้นข้าวในแปลงนา
สภาพนา หลังจากหอยเชอรี่กินต้นข้าว เพียงแค่ ๒ วัน
นักศึกษา กำลังเก็บหอยเชอรี่ในแปลงนา
โดยมีนักศึกษารุ่นพี่ เตรียมการถอนกล้าจากแปลงที่ ๑เพื่อมาปักดำในแปลงที่ ๒ ทดแทนส่วนที่ถูกหอยเชอรี่ทำลาย
การเก็บหอยเชอรี่ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงก็เรียบร้อย และยังค่อยๆ เก็บไปเรื่อย ๆ เมื่อเริ่มปักดำข้าว
ในการปักดำได้กำหนดแบ่งกลุ่มโดยธรรมชาติ ให้นักศึกษาคนใดสนใจลองทำตามความสมัครใจ ว่าใครชอบถอนกล้า ใครชอบปักดำ ใครเป็นพนักงานลำเลียงกล้า
ในระยะแรก ๆ มีนักศึกษาหลายคน เสพติดการใช้มือถือ และฟังเพลงผ่านหูฟัง ทั้ง ๆ ที่ผมเตือนแล้วว่า ไม่ค่อยปลอดภัยอาจหล่นลงน้ำได้ ซึ่งก็เป็นจริง มีนักศึกษาหลายคน ตกน้ำ หรือก้มลงทำให้มือถือหล่นจากกระเป๋าเสื้อ ทำให้มือถือใช้การไม่ได้
จนกระทั่งตอนบ่าย ทุกคนจึงตระหนักว่า ไม่ควรพกมือถือลงไปในนาระหว่างทำนา แต่กลับทำให้ทุกคนมีสภาพเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กลับมาสนใจทำนาจริงจังอย่างสนุกสนาน ทำงานไปเล่นน้ำไป เหมือนเด็ก ๆที่ไม่เคยเล่นน้ำมาก่อน
นักศึกษากำลังลำเลียงกล้าข้าว มาปักดำ ซ่อมจุดที่ถูกหอยเชอรี่ทำลาย
หลังจากกิจกรรมการเก็บหอยเชอรี่ ถอนกล้า และดำนา แล้ว ผมก็ได้บรรยายสรุปถึงที่ไปที่มาของแปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม ถึงการพัฒนาการ และเหตุผลความจำเป็นในการกำหนดรูปแบบการจัดการดิน น้ำ พืช สัตว์ และระบบนิเวศ ทั้งในเชิงรูปแบบและหน้าที่ของแต่ละการจัดการ ทำให้นักศึกษาเริ่มเข้าใจ ความหมายของคำว่า “บูรณาการ” ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างและกิจกรรมภายในแปลง แผนนโยบายของประเทศ วิชาการและการปฏิบัติ ในระดับพื้นที่ กิจกรรมการเรียนรู้และการจัดการความรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงในทุกภาคส่วน ซึ่งทำให้นักศึกษาเริ่มเข้าใจและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองในมุมมองต่างๆ ด้วยกัน
ในชั่วโมงสอนของเช้าวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ผมได้กำหนดให้นักศึกษาส่งสรุปรายงานการเรียนรู้และความประทับใจส่วนตัว ซึ่งผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งว่า นักศึกษาทั้งหมด สามารถเขียนและถ่ายทอดความรู้สึกด้วยตัวเอง โดยไม่การลอกเลียนความคิดของผู้อื่น จึงมีสรุปผลที่หลากหลายมาก ดังนี้
· ได้ความรู้ในการทำเกษตรแบบวิธีบูรณาการ
· ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง
· ได้รู้เรื่องการทำนาแบบไม่ไถ ก็สามารถดำได้
· รู้จักการอยู่อย่างพอเพียง
· สัมผัสห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ
· รู้จักความเชื่อมโยงของธรรมชาติ
· ได้รู้ได้เห็นของจริง นอกตำรา ซึ่งทำให้รู้สึกของธรรมชาติอย่างแท้จริง
· รู้จักการผสมผสานระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ เรื่องการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
· การทำนาเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่สอดประสานกับระบบของครอบครัว
· การจัดการขยะในเมืองขอนแก่น
· รู้จักการใช้ประโยชน์จากเปลือกผลไม้ ที่ทิ้งแล้ว
· การเลี้ยงวัวควายกำจัดหญ้า
· รู้จักวิธีการถอนกล้า ดำนา
· รู้จักวิธีการทำปุ๋ยน้ำหมัก
· การทำคันนา การทำนา การทำร่องน้ำ
· การไม่เผาฟาง การจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาการทำนา การทำนาโดยไม่ใช้สารเคมี
· รู้วิธีการใช้เปลือกผลไม้แทนกากน้ำตาล
· รู้จักการจัดการแบบเกื้อกูล
· การใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง
· รู้จักรู้วิธีการบำรุงรักษาดิน การหมุนเวียนธาตุอาหาร การจัดระบบนิเวศน์
· รู้จักน้ำใจเพื่อน ช่วยเหลือ แบ่งปันผู้อื่น
· บรรยากาศ ร่มรื่น สบายใจ สบายกาย เรียนไป เล่นไป สนุกสนานไม่รู้สึกเบื่อ
· รู้วิธีการเรียนจากนา เรียนในระหว่างการทำงานอย่างสนุกสนาน ไม่รู้สึกเบื่อ
· ภาคภูมิใจที่ได้บริโภคของที่ผลิตได้เอง เช่น ข้าว ปลา พืช ผัก กล้วย ฯลฯ
· เรียนรู้ในการใช้งู กำจัดหนู
· ประทับใจเพื่อนที่ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี สร้างความสามัคคี เป็นกันเอง ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น พร้อมการเรียนรู้ในการบูรณาการแบบต่างๆ
· ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ การใช้ความรู้ในการทำนาโดยไม่ต้องลงทุน ไม่ทำลายระบบนิเวศน์
· ได้ทำนาเป็นและไม่อายใคร
· รู้วิธีการทำให้กล้าฟื้นตัวเร็ว
· เพื่อนได้ช่วยเหลือกัน สนุก ไม่รู้สึกร้อนหรือเหนื่อย
· รู้วิธีการจัดการสัดส่วนกับหอยเชอรี่ กับเปลือกผลไม้
· ได้ทำนา ครั้งแรกในชีวิต
· การเป็นกันเองในกระบวนการเรียนรู้ จนลืมนึกไปว่า นี่คือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะอาจารย์เหมือนกับชาวบ้านทั่ว ๆ ไป
· ประทับใจเพื่อน ๆ ตั้งใจทำงานมาก
· สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเรียนรู้และทำกิจกรรม
· แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเอง จากการที่ได้ไปสัมผัสด้วยตนเอง
· นักศึกษาผู้ชายไม่เอาเปรียบผู้หญิง แต่มีการช่วยเหลือแบบพึ่งพากันเป็นอย่างดี
· ควรให้นักศึกษารุ่นอื่นๆ ไปดูบ้าง
นี่คือ ข้อสรุปเบื้องต้นครับ ครั้งต่อๆ ไป ผมจะลองปล่อยให้นักศึกษาไปเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยไม่กำหนดกิจกรรม อยากจะดูว่า คนที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองได้นั้น มีอยู่สักกี่คน
ได้ผลคืบหน้าอย่างไร จะนำมารายงานให้ทราบ ครับ

เรียน ท่านพ่อใหญ่แสวง
รออาจารย์รายงานผลคืบหน้า นาแปลงนี้อาจารย์ยังทดลองเลี้ยงปลาเพื่อกินหอยเชอร์รี่อีกหรือเปล่าครับ ดีจังเลยครับ ผมได้เรียนรู้ไปด้วย ตอนนี้กำลังอยากทดลองทำนาเหมือนกันครับอาจารย์
ดีใจที่ได้พบกลับข้อความดี ๆ
สวัสดีครับอาจารย์
กิจกรรมนี้ดูแล้วน่าประทับใจจริงๆ ครับ ทำให้ผมนึกถึงตอนเรียน อยู่ชั้นประถม โรงเรียนให้นักเรียนเอาแกระจากบ้านของพ่อแม่มาแล้วไปเก็บข้าวทีละรวงในนาของชาวบ้านครับ ทำให้ฟรีๆ โดยมีชาวบ้านร่วมเก็บข้าวกับนักเรียนด้วยครัีบ เป็นการบริการชุมชนไปด้วย และไดู้้รู้จักกับชาวบ้านและเรียนรู้ร่วมกัน ได้สอนเพื่อนด้วยกันสำหรับคนที่ไม่เคยทำ แล้วประโยชน์จากความรู้ในท้องถิ่น และอื่นๆ
ขอสนับสนุนโครงการดีๆ อย่างนี้ต่อๆ ไปครัีบ นี่หากมหาลัยมีที่ ผมว่าลองทำแล้วให้เด็กไม่ว่าคณะอะไรลงแปลงกันบ้างก็ดีครับ โดยไม่ต้องสนใจว่าฉันเรียนวิศวะ สังคม หรือแพทย์ หรือปรัชญา ก็ทำนาขุดดินได้ไ่ม่อายเงาของตัวเองครัีบ
ขอบคุณมากๆ นะครัีบ
ดีใจมากครับ?? อาจารย์ ดร.แสวง ไม่พบกันเสียนาน...ก็คงมีเวทีแลกเปลี่ยนบ่อยๆ..พักหลังๆไม่ค่อยมีโอกาสได้ร่วมประชุม..ครับ?? แต่ก็ติดตามถามข่าวเสมอๆครับ?? ดีใจที่เห็นอาจารย์ได้นำนิสิตลุยโคลนบ้าง....เขาจะได้รู้แก่นแท้ของชีวิต? ผมเองก็นำเด็กนักเรียนฯ ป.4-6 ลุย..ทุกปี??? รับรองครับ??เด็กโรงเรียนบ้านสระคูณ ลำปลายมาศ ทำนา...กะเป็นเด้อ?? (ผอ.ถนอม)
ครับ
ผมปล่อยปลากินหอยในแปลง ๒ น้อยไปนิดหนึ่ง
และมีปัญหาน้ำน้อยเรี่ยดิน ปลากินหอยไม่ไห้ ผมก็ประมาทไปนิด ข้าวเกือบหมดแปลงอย่างที่เห็น ครับ
ไม่เป็นไร เป็นบทเรียน และมีนักศึกษามาช่วย เลยรอดครับ
การเรียนรู้ต้องเป็นอย่างนี้แหละครับ นักศึกษาเขาจะได้รู้จักคิดวิเคราะห์ รูสึกถึงความเหนื่อยยากของชาวนา และอาจจะรู้จักวิธีคิดของชาวนา
ชอบการสอนของเล่าฮูแสวงจังครับ
ครับ ท่านอัยการ
ผมก็กำล้งหาวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา
ปลายๆภาคอาจจะขอความกรุณาจากท่าน ช่วยเป็นวิทยากรให้นักศึกษา ในเรื่องกฏหมายสัก ๒๐ นาที ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมครับ
นี่ขอล่วงหน้าเผื่อไว้ครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
อยากรู้คะว่ารุ่นพี่ไปดำนาที่ไหนค่ะ
หนูอยู่ปี 1 ก็ได้ทำนะคะแต่อยู่ที่แปลง
สนุกมาก คะ
ไปที่นาผมครับ
เดี๋ยวก็คงได้ไปถ้าเรียนกับผม เทอมต้น
เพิ่งอ่านงานเขียนของฟูกูโอกะ อยากลองทำดูบ้าง เลยพยายามค้นหารูปแบบที่ทำในไทย และที่นาของอาจารย์ก็น่าสนใจมากๆ ค่ะ
ครับ
ผมจะรอฟังผลครับ