ปิลู บุญเจริญ ชื่อนี้น่าจะคุ้นชิน สำหรับคนที่เรียนกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล
กับอาจารย์พันธุ์ทิพย์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอาจารย์ฉัตรพร แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้เรียนเรื่องราวของลุงปิลู ผ่านบทเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล
ลุงปิลู เป็นบุคคลที่อพยพมาจากประเทศพม่า และเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยที่บ้านห้วยคลุม อำเภอสวนผึ้ง ตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ. 2519 ลุงปิลู และ ภรรยาจึงเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
และมีบุตรที่เกิดในประเทศไทยทั้งหมด 5 คน แต่ในช่วงระยะเวลาที่บุตรทั้ง 5 คนเกิดนั้น ประกาศคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 337 กำหนดไม่ให้สัญชาติไทยแก่บุคคลที่เกิดตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2519 – 26 กุมภาพันธ์ 2535
จากบิดา-มารดา ที่เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บุตรทั้ง 5 คน ของลุงปิลู จึงไม่ได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน
สถานะปัจจุบันของ ลุงปิลู คือ ได้ยื่นขอสถานะเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายไว้ ยื่นครั้งที่ 2 เมื่อ วันที่ 4 เมษายน 2551 หลังจากรอคอยจาการยื่นขอมีสถานะต่างด้าวมานาน ถึง 4 – 5 ปี ซึ่งใน ขณะนี้เรื่องได้มาถึงขั้นตอนในการพิมพ์ลายนิ้วมือใหม่ ซึ่งก็ดูจะใกล้ความหวังเข้าทุกทีแล้ว
นอกจากความหวังในเรื่องสถานะบุคคลของตนเองแล้ว ลุงปิลูก็ยังคงมีความหวังกับลูกทั้ง 5 คน และหลาน อีก 1 คน ที่เป็นบุคคล ที่ได้สัญชาติไทย จากผลของมาตรา 23 พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551
จากคำบอกเล่าของลุงปิลู ดูจะล้ากับการที่จะต้องยื่นเรื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะการดำเนินเรื่องในครั้ง ๆ หนึ่ง ทุกครอบในครอบครัวก็ดูจะมีความหวัง แต่เมื่อนาน ๆ ครั้ง และเป็นระยะเวลานานความหวังเล่านั้นก็แทบจะหมดไปเหมือนกัน
ซึ่งพวกเราถามว่า “ดีใจไหมที่มีมาตรา 23 ออกมาเพื่อให้สัญชาติไทยกับลูก ๆ และ หลาน อีกทั้ง 6 คน “ ลุงปิลู ให้คำตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่ดีใจ ขอให้ได้ออกมาเป็นบัตรก่อนถึงจะดีใจ “ คำตอบนี้แสดงให้เห็นว่าลุงปิลู ดูจะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการที่จะต้องดำเนินการทางกับทางราชการ เพราะต้องใช้ระยะเวลานานมากพอสมควร เหมือนดังที่ลูก ๆ และ หลาน เคยยื่นขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ แต่สิ่งที่แตกต่างในมาตรา 23 นี้ ลูก ๆ ของลุงปิลูได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ 28 กุมพาพันธ์ 2551 เพียงแต่จะต้องยื่นขอลงรายการสัญชาติไทย ได้ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป อีกทั้งผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติสัญชาติไทยตามาตรา ดังกล่าว คือ นายอำเภอ ซึ่งน่าจะช่วยลดขั้นตอนของการดำเนินการทางราชการให้สะดวก และรวดเร็วขึ้น
แต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ในเวลาบ่ายเราพาเด็กชาย ชลาวัฒน์ บุญเจริญ หลานของลุงปิลู ที่ได้สัญชาติไทยตามผลของมาตรา 23 ซึ่งมีเอกสารครบสมบูรณ์ตามที่มาตรา 23 กำหนดไว้ ไปยื่นขอลงรายการสัญชาติไทยที่อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่อำเภอปฎิเสธไม่รับคำร้อง อ้างว่าทางอำเภอยังไม่ได้รับหนังสือสั่งการในเรื่องดังกล่าว (ซึ่งในวันนั้นลุงปิลูก็ได้ไปที่อำเภอด้วย โดยมิได้นัดหมายกับทางเราและหลาน) ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายที่ให้สัญชาติแก่ ด.ช. ชลาวัฒน์ บุญเจริญ นั้นมีผลตั้งแต่วันที่ 28 กุมพาพันธ์ 2551 และสามารถยื่นขอลงรายการสัญชาติไทยได้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 แต่เรากลับไม่สามารถยื่นเรื่องดังกล่าวได้……………
หลังจากวันนี้ ลุงปิลู จะคงยังได้แต่ท้อแท้และเหนื่อยล้า กับการดำเนินการทางราชการอยู่หรือเปล่านะ
ป.ล ดีใจจังที่ได้เจอลุงปิลูตัวจริง หนุ่มกว่าที่คิดไว้อีกนะ !!!!!!!!!!