สองพี่น้อง จึงได้สัญชาติไทยโดยผลของ มาตรา 23 ที่ให้สัญชาติไทยกับบุคคลที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย

 

              ศิริรัตน์เป็นบุตรของ นายนาเวะ และนางเล็ก  ซึ่งอพยพมาจากประเทศพม่า  และได้เข้ามาอยู่ที่  บ้านห้วยคลุม   อ.สวนผึ้ง   จ.ราชบุรี   และในระหว่างที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย   ได้ให้กำเนิดบุตรทั้ง 4 คน   แต่ปรากฏบุตรที่เป็นบุคคลตามมาตรา 23 ดังนี้

                1.  น.ส. สุนีย์    พี่น้องต่างมารดาของ ศิริรัตน์ 

                     -   เกิดในประเทศไทย  ที่บ้าน  ( กรณีจึงไม่มีสูติบัตร )

                     -   เกิดเมื่อ ปี2531

                     -   ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย  ประเภทผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า (บัตรสีชมพู)

                 - มีชื่อในแบบพิมพ์ประวัติบุคคลผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า

                2. น.ส. ศิริรัตน์ 

                     -   เกิดในประเทศไทย  ที่โรงพยาบาล และได้รับการแจ้งเกิด  (กรณีจึงมีสูติบัตรที่ออกโดย อ.สวนผึ้ง)

                -  เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2534

                     -  ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย  ประเภทผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า (บัตรสีชมพู)

                     -  มีชื่อในแบบพิมพ์ประวัติบุคคลผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า

 

         จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้างต้น  ศิริรัตน์ และ สุนีย์  เป็นบุคคลที่เกิดจากบิดา มารดา ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ชอบกฎหมาย และเกิดในประเทศไทย ซึ่งโดยผลประกาศคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 337ข้อ 2 กำหนดไม่ให้สัญชาติไทยกับบุคคลที่เกิดในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2519 จนถึง 26 กุมภาพันธ์ 2535  จากบิดา-มารดา  มีมีลักษณะดังกล่าว   ทำให้ น. ส สุนีย์ และ ศิริรัตน์   ไม่ได้สัญชาติไทยในขณะที่เกิด

       แต่จากมาตรา 23 พระราชบัญญัติสัญชาติ ฉบับ 4 พ.ศ. 2551  กำหนดให้บุคคลที่เกิดในประเทศไทย  แต่

-          เคยถูกถอนสัญชาติไทย (กรณีเกิดก่อน 14 ธันวาคม 2519) 

ผลคือ   >>> ได้กลับคืนสัญชาติไทย

-          ไม่ได้รับสัญชาติไทย (กรณีเกิดตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2519 26 กุมภาพันธ์ 2535)

 ผลคือ   >>> ได้สัญชาติไทย

-          บุตรของบุคคลที่เคยถูกถอนสัญชาติไทย  และ  ไม่ได้สัญชาติไทย  

ผลคือ   >>> ได้รับสัญชาติไทย

 

     

       ซึ่งสุนีย์และศิริรัตน์  เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย  จากบิดา มารดา ที่เป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย  

 

      และเกิดในช่วงวันที่ 14 ธันวาคม 2519 - 26 กุมภาพันธ์ 2535 ที่ ป.ว. 337 กำหนดไม่ให้สัญชาติไทย

          ดังนั้น   สองพี่น้อง จึงได้สัญชาติไทยโดยผลของ มาตรา 23  ที่ให้สัญชาติไทยกับบุคคลที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย

     ตาม ป.ว 337

    

           การได้สัญชาติไทยของสุนีย์และศิริรัตน์  มีผลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551  เพราะเป็นวันที่กฎหมายสัญชาติฉบับนี้ประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษา   แต่ทั้งนี้ทั้ง 2 คนจะ ต้องไปดำเนินเรื่องที่ทางอำเภอเพื่อจัดทำเอกสารที่จะยืนยันว่าตนเองเป็นคนสัญชาติไทย (เพิ่มชื่อใน ท.14) โดยการไปยื่นขอลงรายการสัญชาติไทยในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551  ซึ่งเป็นวันที่ครบระยะเวลา 90 วัน หลังที่ได้ประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษาแล้ว

          ปัญหาที่ต้องดำเนินการก่อนยื่นขอลงรายการสัญชาติไทย

1.        น.ส. สุนีย์

-  เนื่องจากสุนีย์เกิดที่บ้าน  จึงไม่มีสูติบัตร  จึงต้องทำหนังสือรับรองการเกิด   เนื่องจากหนังสือรับรองการเกิด ฉบับเดิมที่สุนีย์นำมาให้ดู  ไม่สามารถใช้ได้ เพราะไม่สมบูรณ์   จึงต้องจัดหาพยานที่จะมารับรองการเกิดของสุนีย์  เพื่อทำหนังสือรับรองการเกิดขึ้นใหม่

         2.   น.ส. ศิริรัตน์

                -  เนื่องจากในวันที่สอบปากคำ ศิริริรัตน์  ไม่สามารถหาบัตรบุคคลผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่ามาให้ดูได้  

                 รวมทั้งความไม่ละเอียดของผู้สอบปากคำ จึงมิได้มีการตรวจสอบหมายเลขของบัตร กับ หมายเลข ที่         

                 ระบุในสูติบัตร  ที่ไม่ตรงกัน   จึงเกิดปัญหาว่า ศิริรัตน์จะใช้เลขอะไร

                -   ซึ่งการแก้ปัญหาของศิริรัตน์   จะต้องมาติดต่อกับทางอำเภออีกครั้งเพื่อพบปลัดอำเภอ  เพื่อที่ต้องนัด

                มาตรวจสอบอีกครั้งว่าจะต้องใช้หมายเลขใด  แล้วจึงสามารถที่จะยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยได้

                                            ท่านใดอ่านแล้ว งง งง !!!!   สอบถามกันได้นะค่ะ  มือใหม่หัดเขียนค่ะ……………..

                          ขอบคุณน้องสุนีย์ และ ศิริรัตน์  ที่มานั่งให้พวกพี่สอบถามข้อมูลนะค่ะ