วันเสาร์ เป็นวันที่ต้องเดินทางไปยังจังหวัดราชบุรี เพื่อไปลงพื้นที่ แต่พวกเราก็ได้รับโทรศัพท์แต่เช้าจาก อาจารย์ชลฤทัย ว่ามีกรณีของคนลาว เข้ามามอบตัวให้ตำรวจ สถานีตำรวจชนะสงคราม จับตนเอง ซึ่งอาจารย์ชลฤทัยเห็นว่าน่าสนใจ จึงโทรบอกพวกเรา ซึ่งเราทั้ง 3 คน ก็รีบไปที่ ส.น. ชนะสงคราม เพื่อขอพบและพูดคุยกับผู้ต้องหานั้น ซึ่งกว่าจะได้พบก็รอนานเหมือนกัน เพราะทางเจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจการทำงานของพวกเรา แต่ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกับบุคคลสัญชาติลาว จากการพูดคุยพบว่า
- ด.ช. แลง - อายุ 15 ปี (ตามกฎหมายลาว จะทำบัตรประชาชนเมื่ออายุ 20 ) - เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากประเทศลาว เข้ามาประเทศไทย โดยทางจังหวัดอุบลราชธานี - จากการพูดคุยกับ ด.ช.แลง พบว่าสาเหตุที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เพื่อต้องการเข้ามาทำงานและ ตามเพื่อน ๆ เข้ามา เนื่องจากเห็นเพื่อนมาทำงานได้เงินและกลับเข้าไปที่ประเทศลาวได้ - การเข้ามาของ ด.ช. แลง จะเข้ามาโดยผ่านนายหน้า และจะต้องทำงานให้นายหน้าเพื่อแลกค่านายหน้า - ส่วนสาเหตุที่ ด.ช. แลง ต้องเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากต้องการที่จะกลับประเทศของตน เพราะการทำงาน อีกทั้งยังถูกโกงค่าแรง - ด.ช. แลงจะต้องถูกส่งตัวไปที่ ต.ม เพื่อรอการส่งตัวกลับ ซึ่งอาจจะต้องรออยู่ห้องขังประมาณ 2-3 วัน เพื่อ รอส่งตัวไป ต.ม พร้อม ๆ กับคนต่างด้าวคนอื่น ๆ - ระหว่างการพูดคุย กับ ด.ช.แลง อาจารย์บุญมี จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ ด.ช. แลง ซึ่งดูเหมือนว่า ด.ช.แลง จะพูดเยอะกว่าที่พูดคุยกับพวกเราเสียอีก เพราะอาจจะด้วยเหตุผลที่เป็น คนสัญชาติเดียวกัน และภาษาที่ใช้ทำให้รู้สึกเป็นกันเองมากกว่า
หลังจากพูดคุยกับ ด.ช. แลง แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปห้องขัง พร้อมกับส่ง ด.ช. แลง (ซึ่งฉันไม่คิดมาก่อนว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้เข้าไปได้ เพราะตอนแรกออกจะเข้มงวดกับการพบ ด.ช. แลง ) ฉันเต็มใจที่จะเข้าไปสัมผัสในห้องขังอย่างไม่ลังเล จึงรีบตอบตกลงกับทางเจ้าหน้าที่ไป แต่เพื่อนฉันอีก 2 คนออกจะดูกล้า ๆ กลัว กับห้องขัง
จนฉันต้องรีบเข้าไปก่อน เพราะกลัวว่าทางเจ้าหน้าที่จะไม่ให้เข้าไป ด้วยความรีบทำให้ฉันลืมเคล็ดการเข้าห้องขัง (ต้องเดินถอยหลังเข้าไป)
ภายในห้องขังที่คนภายนอกไม่ได้สัมผัส อากาศภายในดูจะอับชื้น และมีกลิ่นไม่ดี ภายในห้องขังถูกซอยออกเป็นห้อง ประมาณ 4 – 5 ห้อง มีห้องน้ำที่มีเพียงกำแพงกั้นเตี้ย ๆ เท่านั้น
ในห้องขังนั้น ฉันพบผู้หญิงชาวเขมร กับ เด็ก อีก 2 คน อายุประมาณ 4- 5 ขวบ นั่งอยู่ ทราบว่าถูกจับเนื่องจากเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ฉันถามเขาว่า “อยากกลับบ้านหรือเปล่า”
เธอได้แต่นั่งยิ้ม........... ฉันเดาว่าเธอคงไม่อยากลับประเทศของตนเอง เพราะต้องการทำมาหาที่กินที่ประเทศไทยมากกว่า หรือไม่เธอก็ฟังภาษาไทยที่ฉันพูดไม่ได้ ลูกของเธอ 2 คน ที่ฉันเห็นแล้วก็........ เพราะความจริงเด็กไม่น่าที่จะต้องมาพบเจอกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้ น่าจะมีการแยกเด็กออกจากห้องขังด้วยก็จะดี
หลังจากออกมาจากห้องขัง ฉันรู้สึก.........เฮ้อ .... (บรรยายไม่ถูกว่าจะใช้คำไหน) รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ไม่ต้องไปหลบหนีเข้าเมืองที่ไหน……………….. ** ประสบการณ์ในห้องขัง ต้องขอบคุณ อาจารย์ชลฤทัย ที่แจ้งข่าวให้พวกเราได้ทราบ ** ** และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนั้น ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ **
นั่นสิครับ โชคดีจริงๆ