สิ่งที่ได้ยิน อาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้ จึงควรฝึกฟังแบบแขวนไว้ และใช้ในทุกกรณี จะช่วยให้รอดปลอดภัย

19 พฤษภาคม  รถวิ่งถึงเมืองโคราชราวเกือบๆทุ่มแล้ว แปลกใจที่ตอนจอดไม่มีประกาศบอกอะไร  จนเห็นคนส่วนใหญ่เขาลง จากรถกันนั่นแหละ จึงเดาออกว่า อ้อ! เขาหยุดให้กินข้าวเย็นกัน   

หลังไปห้องน้ำกันแล้ว แวะถามเด็กกระเป๋ารถที่อยู่หน้าอาคารที่เราพากันไปใช้บริการห้องน้ำเรื่อง ข้าวเย็นบริการ  เด็ก คนนั้นตอบว่า โอ๊ย! พี่ข้าวมันแพง เขาเลิกเลี้ยงไปแล้วครับ  ตอนเดินมาเกือบเชื่อว่า เป็นจริงแล้วซิ  แต่พอเดินเข้าในอาคารอีกด้าน ก็เห็นป้ายบอกว่า รับแลกคูปองของรถมีราคาบอกไว้ด้วย  ฉันเดินเข้าไปถามได้ความใหม่มาว่า ข้าวรถยังมีให้ ให้เอาตั๋วรถไปแลกคูปองมาก่อนค่ะ ได้แล้วเอามาแลกซื้ออาหารจากร้านได้ตามราคาที่ติดบอกไว้ได้เลย 

ตกลงข้าวเย็นวันนั้นเรา ชวนกันกินข้าวมันไก่  แล้วดื่มน้ำจากตู้ที่จัดบริการไว้ให้   ปรากฏ ว่าเด็กรถที่บอก เป็นของคนละบริษัทกัน  นี่ก็เป็นอีกครั้งที่รู้สึกแย่ๆ กับคนไทยด้วยกัน 

ความประทับใจที่เกิดทำให้อยากถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก  กดกล้องไปได้สองภาพก็มีคนมาบอกห้ามถ่ายรูปนะค่ะ ฉันเก็บกล้องใส่กระเป๋า ลุงนั้นมือไวกว่าแอบใช้มือถือกดถ่ายภาพเก็บมา  ลุงบอกฉันว่าจะเอาไว้เผยแพร่ประสบการณ์ค่ะ

 

นั่งรถไปอีกสักพักแอร์ตัวเหนือลุงนั่งเริ่มปล่อยน้ำรั่วออกมาลุงเอาผ้าม่านมารับไว้ดูแล้วจะเมื่อยนาน ฉันจึงแนะนำว่าลุงเปลี่ยนไปนั่งข้างหน้าเถอะ ทิ้งสัมภาระลุงวางไว้ที่นี่แหละ 

หลังลุงย้ายที่ไป ฉันเหลียวไปมองดูเจ้าเขียวว่าเป็นยังไงบ้างเขียวหลับสนิททิ้งตัวอย่างน่าอิจฉา  เห็นสภาพจึงนึกได้ มอร์ฟีนมันเล่นงานให้ง่วง วิงเวียน ก่อนเขียวจะขึ้นรถมา เขียวปวดท้องน้อยมากจึงกินยาแก้ปวด แต่เจ้ากรรมอีกแหละ ดันเผลอหยิบผิดเม็ด  อัดมอร์ฟีนเข้าไปแทน  เขียวจึงต้องทำใจรับ สภาพการนอนดีกว่าตื่นค่ะ   

ระหว่าง การเดินทาง มือถือฉันมีข้อความส่งมาจากพี่บางทราย อึ่งอ๊อบตลอดทางส่วนของลุงแฮนดี้ก็มีคนโทรมาคุยถามไถ่การเดินทางตลอดทางเช่นกันค่ะ  

มาจนถึงกรุงเทพฯ ตั้งใจลงหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตเพื่อเดินทางต่อไปที่พักที่ปทุมธานี จวนจะถึงเป้าหมายแล้วป้าจุ๋มก็โทรมาหา อาสาจะมารับ แต่ฉันว่ามันดึก จึงตอบว่าไม่ต้องดีกว่า

เมื่อรถวิ่งมาถึงและจอดหน้าฟิวเจอร์ปาร์คแล้วน้องๆที่นั่งกันข้างหน้ายังนั่งเฉยกันอยู่ค่ะ  ฉันตามเขียวให้ออกเดินและบอกลาลุงแฮนดี้  แล้วมาสะกิดน้องๆที่นั่งข้างหน้าว่าถึงจุดหมายแล้วค่ะ  น้องๆบอกว่าไม่รู้จักเลยพากันนั่งเฉย ดีนะที่รถมันจอดนานให้คนได้ระบายลง 

ลงไปจากรถได้สักครู่ลุงมาโบกมือเรียก อ้าวนี่ฉันนะเผลอหยิบของที่ลุงฝากไว้ติดตัวลงมาด้วยนี่   คืนของกลับให้ลุงแล้วรถก็พาลุงจากไป 

เราเรียกรถไปส่งเจ้ากรรมค่ะ โชเฟอร์บอกว่าช่วยบอกทางหน่อยที่ๆจะไปไม่รู้จัก 

ด้วยว่าดึกแล้วไม่ควรจะโอ้เอ้ศาลาราย  ฉันเลยตัดใจตกลงเช่ารถคันนี้นั่งไป

ระหว่างช่วยกันขนของใส่รถ  โชเฟอร์ประจำรถนั่งเฉยแฮะ  ใจตอนนั้นบอกตัวเองว่าสงสัยโชเฟอร์นี่เป็นคนอีสาน 

ระหว่างทางฉันถามโชเฟอร์เป็นคนที่ไหน นี่ถ้าซื้อหวยฉันกินรวบเจ้ามือแน่ค่ะ คำตอบเขาคือ ผมอยู่อีสานครับ ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯนานแล้วครับ  แต่ไม่ใคร่คุ้นทางแถวปทุมธานีครับ

รถขับพาไปแล้วไปหลงเส้นถนน เส้นหนึ่ง  ทำให้ต้องย้อนออกมาตั้งต้นใหม่ ในที่สุดเราก็ถึงที่พักค่ะ  เข้าไปที่พักได้ก็แยกย้ายกันจับคู่นอน  เขียวกับฉันนอนด้วยกัน  

ก่อนนอนคืนนั้น เขียวทำการบ้านให้เห็นแบบอย่าง  เธอบันทึกไดอารี่ประจำวันค่ะ ฉันเปิดทีวีดูเจอะรายการโทรทัศน์คุณสรยุทธสัมภาษณ์ชายต่างชาติคนหนึ่งอยู่พอดี 

ชายคนนี้เป็นตัวอย่าง พ่อและเป็นสามีที่ดีมากๆ  รายการขอสัมภาษณ์เพราะประสบการณ์ชีวิตเขาไม่เบา 

เขามีลูกพิการ เขาต่อสู้จนเธอเดินได้ตั้งแต่เริ่มหัดเดิน  

เขารักภรรยามาก  คอยเป็นคนหลักเยียวยาใจ จนภรรยาฟื้นใจแข็งแรงมาช่วยดูแลลูกได้  

เขาเป็นคนสุภาพและยิ่งใหญ่มากๆค่ะ  เขาชื่อมิสเตอร์ลี เป็นคนสิงคโปร์ที่มาอยู่ในเมืองไทยค่ะ

ตื่นกันตอนเช้าขนของกันไปอีกรอบใหญ่  ถึงดอนเมืองรอขึ้นเครื่องกลับกระบี่กัน  บินกลับมาถึงกระบี่เวลา 11 โมงกว่าค่ะ  ตอนกลับมานั้นได้รถร.พ.ไปรับ รถแยกย้ายไปส่งแต่ละคนให้กลับถึงบ้าน  กลับกันมาได้ทันกินข้าวเที่ยงกับครอบครัวพอดี   แล้วฉันกับเจี๊ยบที่บึ่งเข้าร.พ.ทำงานต่อ  ตกค่ำจึงมาแจ้งพ่อครูผ่านG2Kว่า ทีมหมอเจ๊ถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว พ่อครูไม่ต้องห่วง