ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี ถ้าใครมี ถือว่าประเสริฐ แต่ในบางคน บางโอกาสกลับ ใช้ไม่ได้ ..ทำไมหละ

   เป็นเสียง ที่มีน้ำเสียงกังวลใจ  มาทางโทรศัพท์  เป็นของสตรีวัยผู้ใหญ่ คนหนึ่ง  ที่จะต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปทำธุระที่ต่างจังหวัด  ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง  เมื่อสตาร์ทรถ นึกขึ้นได้ว่าจะต้องโทรศัพท์เพื่อที่จะบอกเพื่อนที่ทำงานหน่อย  ว่าจะไปไหน  มาไหน มีเจตนาที่ดี   อนิจจา /  เพื่อนที่ทำงานบอกว่า มีเรื่องที่จะรบกวนนิดหนึ่ง  จะขอไปส่งโรงพยาบาลหน่อย   รอแฟ็บเดียว ขออาบน้ำหน่อย

 

แรกๆก็รอด้วยความตั้งใจ  และเต็มใจ รอไปรอมาเกือบชั่วโมง  เริ่มหงุดหงิดใจ จะทำอย่างไร ทั้งจะต้องไปข้างหน้า และก็เกรงใจเพื่อน ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ด้วยกัน ลำบากใจ ได้แต่ระบาย และบ่นว่า ไม่น่าโทรไปหาเลย 

 

หลังจากวางสายไป สิ่งหนึ่งที่น่าจะหาเหตุผลมารบร้างการปฎิเสธเพื่อนรัก  ๆ ที่น่าจะเป็นแนวปฎิบัติได้ดังนี้

 

รู้จักการสื่อสารแบบสองทาง

        ฝึกรวมพลังในการสื่อสาร  สามารถที่จะบอกตรงๆ ว่าตนเองมีความจำเป็นและมีธุระอย่างไร ต้องยอมที่จะให้เพื่อนโกรธเราบ้างในบางครั้ง  เมื่อมองในมุมกลับ ตัวเราเองจะต้องเสียการนัดกับผู้หลักผู้ใหญ่เช่นกัน และการเดินทางต้องใช้เวลา เพื่อนเขาอาจจะไม่รู้ว่าเราจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร

 

รู้จักปฎิเสธอย่างมั้นใจ
          ถ้าต้องการเป็นตัวของตัวเองเธอต้องเลิกเกรงใจ  มีการกาลเวลาและรู้จักปฎิเสธอย่างมั่นใจและชัดเจนไม่ก็คือไม่ ถ้าช่วยได้ ก็คือต้องช่วย ไม่ใช่ว่าเพื่อนชวนไปทำธุระ   แต่ในขณะเดียวกัน ตนเองจะต้องมีภารกิจอย่างอื่นที่จะต้องทำอยู่  จึงปฎิเสธไปแล้วพอเพื่อนเซ้าซี้ก็ใจอ่อนปลิวไปกับเขาจนได้... นั้นแหละ คราวหลังเพื่อน ก็จะใช้วิธีนี้กับคุณเธอในเรื่องอื่นๆ อีก ถ้าเธอไม่เด็ดขาดหนักแน่นพอ

 

แคร์ตัวเองให้มากขึ้น และหาสังคมที่ใช่ให้ตัวเองใหม่
          เอาใจใส่ความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความรักและเคารพตัวเองเมื่ออยู่ตรงไหนไม่สบายใจ จะต้องกล้าเดินออกมาอย่างมั่นใจเพื่อหาสังคมใหม่ๆ ที่ใช่เพื่อรักษาความรู้สึกตัวเองไว้
...

 

 

ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ จงกล้าที่จะถอยห่างออกมา
          เมื่อเธอได้รู้จักใครใหม่ๆ กี่คนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเพื่อนใจ ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ ให้ลดบทบาทความสำคัญของเขาลง อย่าถลำไปคบไปไกลให้รีบตัดไฟแต่ต้นลม เพราะมันจะกลายเป็นปัญหาใหม่ๆ ให้เธอต่อไปในอนาคต เป็นการฝึกให้เธอรู้จักคิด และหาตัวเองได้และชัดเจนในตัวเองได้เร็วขึ้นด้วยการใช้คนรอบข้างเป็นตัวช่วย

 

ยอมรับอย่างเต็มใจเมื่อถูกใครปฎิเสธ
          แน่นอนเมื่อเรากล้าที่จะปฏิเสธคนอื่นในสิ่งที่เราไม่ชอบ เราก็ต้องพร้อมยอมรับ เมื่อถูกคนอื่นปฏิเสธเช่นกัน ก็ในเมื่อเรายังไม่ชอบในสิ่งที่คนอื่นทำ คนอื่นก็มีสิทธิไม่ชอบในสิ่งที่เราทำเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่การยอมรับ   เผชิญความจริง  แล้วเธอจะไม่ทุกข์เมื่อใครก็ตามปฎิเสธอย่าง ไร้เยื่อใย

 

โทษตัวเอง  เกลียดตัวเอง

         การไม่ปฎิเสธเพียงเพราะให้เพื่อนรักเรา ยอมรับเรา และให้ความสำคัญกับเรา ในขณะที่ความคิดความรู้สึกขณะนั้น กำลังสับสน และต้องทำอีกอย่างอื่น  ถ้าตัวเราเองมีพฤติกรรมอย่างนี้บ่อยๆ  มักจะนำไปสู่การโทษตัวเอง ไม่ชอบ ทำไมเราต้องทำตามใจคนอื่น กลับโทษตนเอง  เป็นเพราะตนเอง  จะเป็นคนที่สมยอม  ฉะนั้น จะต้องฝึกการปฎิเสธ คนอื่น และการรู้จักตนเอง กล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความมั่นใจ

 

      การที่จะก้าวเดินออกมาเป็นตัวของตัวเองนั้น   อาจจะพูดง่ายแต่ทำยาก ผู้ใหญ่หลายๆคน  ยังปฎิเสธไม่เป็น ยังต้องการยอมรับสูง ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี  แต่อาจจะปฏิบัติได้กับบางคน และบางโอกาสเท่านั้นเอง  เพราะ บางคนก็ไปรุกล้ำสิทธิของบุคคลอื่น  เฉพาะผู้ที่อ่อนแอ และสมยอม  ถ้าเธอรู้จักตนเอง และมีใจที่หนักแน่น ทบทวนตนเอง  การฝึกฝนบ่อยๆ และลงมือปฏิบัติ  ในตอนนี้  รับรองว่าการใช้ใช้ชีวิตจะมีความสุขกับชีวิตอย่างสร้างสรรค์ และมองโลกในแง่ดี ชีวีสดใส

อนงค์  ปะนะทัง

8 มิย. 51