หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
พ.ญ. ศิริรัตน์ เอกศิลป์ สุวันทโรจน์

เยือนสวนป่า รู้จักกระบวนกร (๑๓) : ยังอยากบันทึกไว้ประสบการณ์ดีๆที่สวนป่ามอบให้ในครามาเยือน...เฮฮาศาสตร์5


เดินไปในสวน รู้ได้เลยว่าพ่อครูทำวิจัยเปรียบเทียบไว้หลายมุม ดูอย่างต้นตาลที่ปลูกไว้ซิ มีสองขนาด ต้นสูงและไม่สูง นี่ก็ปลูกไว้อย่างตั้งใจวิจัยว่าคนปลูกกับธรรมชาติปลูก อย่างไหนดีกว่ากัน

ด้วยยังบันทึกเรื่องราวการไปสวนป่าครั้งแรกไม่จบ  แล้วก็ยังอยากบันทึกไว้อ่าน ประสบการณ์ดีๆที่สวนป่ามอบให้ในครามาเยือน   ฉันจึงมาต่อบันทึกเรื่องราวให้ สำเร็จตามใจประสงค์   และเป็นการหัดบันทึก นิราศส่วนตัวเผื่อเอาไว้ให้หลานเหลนอ่านให้ฟังเมื่อยามแก่เฒ่าดวงตาฝ้าฟาง กว่านี้ค่ะ    ที่ เอามาฝากไว้ใน G2K นั้น ใครแวะเวียนมาอ่านอย่าถือสาความพร่ำเพร้อของฉันเลยนะค่ะ 

19 พฤษภาคม  เมื่อคืนต้อนทีมกระบี่ ให้ไปเรียนวิธีเขียนบล็อกลงใน G2K ทั้งทีมได้ครูดีที่มีใจกรุณา มีครูเสียงเหน่อ น้องขจิต ครูหน้าหวาน น้องลูกหว้า ครูหน้าคม น้องราณีช่วยกันประกบให้เขียนทีละคนสองคน  แล้วแถมยังน้องอึ่งอ๊อบ น้องแป๊ด ลุงแฮนดี้เป็นกองหนุนให้กำลังใจด้วยเสียงเพลงเพราะๆ  พร้อมทั้งพ่อครูบาแอบคอยลุ้นอยู่ ใกล้ๆ ไม่ยอมหลับนอน ทั้งๆที่มือร่วงจากเม้าส์ไปตั้งหลายหน  

ค่ำคืนที่ผ่านให้ความสุขเติมล้น พลังเจ้าเขียวเลยปล่อยออกด้วยการทำเก้าอี้บ้านพ่อหักซะเลยพี่น้อง  ฮ่าๆๆๆ  พากันเข้านอนค่อนรุ่งแล้วหนา พร้อมด้วยขอสัญญาน้องขจิตว่า ช่วยปลุกกันหน่อย จะได้ตื่นมาช่วยทำอาหารเช้า ไข่ดาวไก่ต๊อกยำกันอีกสักรอบ

 

 ตอนเช้าตี 5  น้องขจิตปลุกให้ตื่นตามที่สัญญา ไว้  พากันตื่นแล้ว  สะสางเก็บตูบ เก็บของใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมกับการเดินทางกลับวันนี้    อาบน้ำแต่งตัวแล้วไปเข้าครัวช่วยเตรียมอาหารเช้า  วันนี้มีคนเหลืออยู่สักครึ่งของ วันที่ผ่านมา  ช่วย กันทำอาหารเช้าโดยบริหารเอาผักที่เหลือจากเมื่อคืนมาทำจับฉ่ายเจ  ทอดไข่ไก่ต๊อกทำยำเจเช่น เดิม   ส่วนทีมแม่หวีก็ทำอาหาร อื่นเพิ่มเติมให้ด้วย  ทำ ไปสักครู่ได้ยินเสียงเรียก  พ่อครู จะพาเดินไปชมสวนป่ากันรีบมาๆ   ต้ม จับฉ่ายค้างไว้เลยรีบราไฟ ฝากให้น้องๆลูกมือแม่หวีช่วยดูต่อให้  แล้วก็ชวนกันไปชมสวนป่า ด้วยกัน  นีน่าตื่น แล้วและเตรียมตัวตามไปชมสวนด้วย 

พ่อครูพาเดินไปในทิศด้านที่มี คอกวัว เล่าเรื่องวัวที่เลี้ยงไม่เชื่องให้ได้รู้จักที่มาที่ไป  คุณน้องเสียงเหน่อก็เป็น ผู้ช่วย ช่วยคนที่อยากจับต้องตัววัว คอยดึงวัวมาให้ได้จับต้องกัน   เดินกันไปคุยกันไป หลังจากนั้นไม่นานก็แวะเข้าไปในบริเวณป่าใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ  เดินเข้าไปไม่ลึก นีน่าร้องบอกหนูไม่ไปแล้ว  ก็ มดมันกัดหนูกลัวมันค่ะ  มัน กัดหนูจนคันทนไม่ไหวแล้วค่ะ  น้องราณีเลยบอก งั้นเดินกลับกันไม่ไปกันแล้ว  เป็นอันว่าเช้านี้ น้องราณีเลยไม่ได้ไปชมสวนด้วยกัน   

เดินไปถึงจุดหนึ่ง มีไม้ต้นใหญ่ พ่อครูอธิบายเรื่องต้นยางนา  ตรงนั้นมีเถาวัลย์ห้อยระย้าอยู่ มากมายเลยค่ะ  คนที่ เดินตามหลายคนลองดึงๆ แล้ววิจารณ์กันว่ามันก็แข็งแรงดี น่าผูกชิงช้า มิน่าทาร์ซานจึงใช้มันห้อยโหนไปมาง่ายดายไม่ตกลงมา  เรื่องของทาร์ซานและความแข็งแรง ของมันยั่วยวนใจให้อยากจะลอง จึงมีคนลองโหนมันดู  ผลการทดลองมีเสียงดังพลั่ก อ้าวไหงคนลองลงไปนอนกองกับพื้นซะละน้องจ๋า   ใครคือคนๆนั้นลองตามดูภาพเอาก็ แล้วกันค่ะท่าน   เหตุ ที่หล่นไปไม่ใช่เพราะเถาวัลย์ขาดนะค่ะท่านขา  แต่เป็นเพราะว่า คนโหนโหนตัวผิดจังหวะค่ะ เถาวัลย์เลยเหวี่ยงให้ตัวอยู่ผิดท่า แล้วเจ้าตัวเผลอสติไม่ยั้งตัวไว้ ปล่อยตัวทันที ก็หล่นซิค่ะ

 

 

เดินเข้าป่าวันนี้ ได้เห็นผลไม้ที่ไม่เคยเห็น  สีเหลืองและหอม ข้างในละม้ายผลอะไรไม่รู้ มารู้ตอนลุงซิ่งของหนูจิบอกว่า มันคือมะตูมครับ  เออๆดมกลิ่นดู หอมกลิ่นมะตูมจริงๆด้วยซิ   ถามว่ากินสดได้ไหม ไม่มีใครตอบ และที่ยังไม่รู้คือ ผลมะตูมอย่างไหนที่คนเอามาทำมะตูมแห้งให้ได้ต้มน้ำกินกัน

 

 

เดินไปในสวน รู้ได้เลยว่าพ่อครูทำวิจัยเปรียบเทียบไว้หลายมุม ดูอย่างต้นตาลที่ปลูกไว้ซิ มีสองขนาด  ต้นสูง และไม่สูง  นี่ก็ปลูกไว้อย่างตั้งใจวิจัยว่าคนปลูกกับธรรมชาติปลูก อย่างไหนดีกว่ากัน  

ไม้ในสวนที่เห็นมีหลาย ต้นไม่รู้จักก็ถ่ายภาพมาเพื่อไว้ติดตามเก็บเกี่ยวความรู้ต่อ    แต่ที่ได้รู้แน่ๆคือว่า ครูปลูกต้นยางนาแทรกไว้มากมาย ด้วยว่ามันมีประโยชน์ในการรักษาดินให้อุดมสมบูรณ์ 

ฉันว่าต้นยางนา คนกวาดขยะในกรุงคงจะไม่ชอบถ้าเอาไปปลูก   เจ้าต้นไม้นี้นั้นใบมันหล่นเยอะ ถ้าปลูกสวนในกรุงก็ต้องกวาดบ่อยๆ จะปล่อยให้มันหล่นสะสมกันเป็นปุ๋ยบำรุงหน้า ดิน เหมือนสวนพ่อครู  คน กรุงก็จะว่ากทม.ละเลย  เมือง ไม่สะอาด มีใบไม้หล่นเต็ม  ต้องการสะอาดจึงต้องมากวาดมันไปทิ้งซะ  ดีหรือไม่ดี  ถูกหรือไม่ถูก  นี่แหละคือมุมที่ต้องพิจารณา จะแขวนมันไว้หรือจะตัดสินให้มีคำตอบ

หมายเลขบันทึก: 186676เขียนเมื่อ 7 มิถุนายน 2008 11:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:08 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (10)

สวัสดีเจ้าค่ะ ป้าหมอจ๋า

น้องจิคิดถึงงงงงงงงงงงง กอดดดดดดดดดด รักป้าหมอ จุ๊บๆๆๆ ตอนนี้อยู่บ้านแล้วค่ะ ป้าหมอสบายดีไหมค่ะ น้องจิปวดหัว ทำไงดี มีวิธีหายปวดแบบไม่ต้องกินยาไหมค่ะ 555++ ถ้าอยู่ใกล้ๆป้าหมอ สงสัยกอดทีเดียว หายเลย 555++ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ

เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---> น้องจิ ^_^

  • หนูจิที่รัก มาช่วยป้าหมอพอดีเลย กำลังอยากคุยกับใครสักคนจ๊า
  • .......
  • ตรวจตัวเองก่อนลูก คลำต้นคอดู คลำข้างคอ คลำบ่าหลังดูดู มีตรงไหนตึงไหม กดตรงไหนปวดบ้าง เวลาที่ปวดหัว  ถ้าพบว่ามีบำบัดตัวเองตามนี้นะจ๊ะหนูจ๋า
  • ........
  • ฝึกตัวเองนะหลาน ในการเบือนหน้าหลอกตัวเองไปซ้าย-ไปขวา แต่ละข้างช้าๆๆๆๆมากๆๆๆๆ ให้เป็นแบบ slow motion คือแทบไม่รู้สึกว่ากำลังเบือนหน้า เบือนไปจนสุดข้างใดข้างหนึ่ง แล้วคืนเบือนกลับช้าๆๆๆๆ เหมือนๆตอนแรก เพื่อเบือนหน้าไปให้สุดอีกด้าน
  • ........
  • อีกท่าที่จะช่วยลดความตึงเกร็ง ซึ่งคือต้นเหตุปวด คือ หดคางและยืดคาง 
  • ยืดคางคือให้ทำแบบหนังอินตระเดียที่นางเอกชอบใช้เวลาเต้นระบำ  ทำไปเพื่อยืดคอ เวลาหดคอก็คือ การดึงให้คอคืนกลับท่าเดิมนะจ๊ะๆ
  • เวลายืดคอ ให้ทำช้าๆๆๆๆๆ ในระดับเหมือนที่บอกไว้ในข้างต้น  เวลาหดคอก็ช้าเหมือนๆกันนะจ๊ะ
  • ........
  • มีท่าที่สามที่จะแนะให้....ท่าเอียงคอแบบคนหน่อมแน้มไงลูก  เอียงไปทางซ้าย เอียงไปทางขวา ทำไปช้าๆๆๆๆ เหมือนกันจ๊าหนู
  • ท่าเอียงคอนั้น ให้เอียงไปจนศีรษะลงสุด ต่ำไปอีกไม่ได้ แล้วให้ค้างๆไว้สักครู่ แล้วจึงยกคืนกลับมาอยู่ศีรษะตรง หลังจากนั้นจึงจะเอียงอีกข้าง
  • ท่านี้บางคนที่คออ่อนช้อย จะเอียงได้จนศีรษะซบไหล่ของตัวเองได้เลยจ๊ะลูกจ๋า
  • .........
  • ทำ 3 ท่านี้นอกจากจะช่วยลดอาการปวดหัวของคนที่เอาแต่อ่านตำรา ก้มหน้าทำงานไม่เงยมองใคร เอาแต่นั่งเขียน ไม่แชเชือนไปไหนให้สบายคอ หลังและไหล่ 
  • ........
  • ยังเอามาเล่นให้ฝึกตามรู้ความรู้สึกให้ได้สติอย่างที่อาจารย์ประสาทให้ลองลุกขึ้นนั่งบนเข่าในวันแรกๆที่สวนป่าได้ด้วยนะจ๊ะหนูจ๋า
  • อ.ประจักษ์ค่ะ ขอบคุณค่ะที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ ติดตามอ่านบันทึกหมอเจ๊อย่างเหนียวแน่น และคอยเตือนใจให้ช่วยดูแลส่วนรวม
  • หมอเจ๊มีความคาดหวังว่า จะได้เจออาจารย์ในเร็วๆนี้ค่ะ

ตามมาอ่านเหมือนกันค่ะ อ่านสนุก เหมือนไปเองค่ะ

  • หมอเจ๊ขา...
  • แหม..เหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องเปิดอ่านบันทึกนี้
  • แสดงว่ามีแรงคิดถึงกันอยู่
  • สวนป่าให้อะไรหว้ามากมายทีเดียวค่ะ...
  • สิ่งหนึ่งที่รู้สึกดีๆคือ  การที่ได้สอนผู้ที่อยากเรียนจริงๆ  ดีกว่าการสอนแบบยัดเยียดให้กับคนที่ไม่อยากเรียน...
  • ทีมกระบี่น่ารักกันทุกคนค่ะ
  • พี่ศศินันท์ค่ะ หมอเจ๊หวังว่าพี่คงจะได้ไปสวนป่าเพื่อพบกันในโอกาสหน้าได้นะค่ะ
  • ขอบคุณค่ะที่ตามมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับการเขียนบันทึกเรื่องราวของหมอเจ๊

สวัสดีครับ

  • ตามมาเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆจากบันทึกนี้อีกครับ
  • นอกจากได้ประโยชน์จากตัวบันทึกแล้ว .. คำถามของเด็กเสียงเน่อ ยังช่วยให้ได้วิธีปฏิบัติเพื่อขจัดการปวดหัวอีกด้วย
  • ขอบคุณ "อย่างแรง" ครับ
  • น้องลูกหว้าจ๋า.....ขอกอดดดดดดดดดดดดดดดดดดก่อนค่ะ
  • คิดถึงนะค่ะ
  • ตามอ่านบันทึกตลอด...แต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้....เพราะตอนเปิดอ่านมันมีเวลาไม่มากนักค่ะ
  • .......
  • ที่หมอเจ๊เคยทำเวลามีคนที่ไม่อยากเรียนมาเข้าเรียนด้วย..แต่หมอเจหวังดีอยากให้เขาได้รู้....
  • หมอเจ๊ใช้เทคนิคล่อใจเขาให้สนุกก่อนเริ่มค่ะ....เริ่มไปเริ่มไปแล้วก็รู้ว่าที่จริงเขาเองนั้นก็อยากเรียน.....แต่ที่ไม่มาเรียนเพราะเบื่อการสอนแบบการพร่ำบ่นคนเดียวของคนสอน.....เบื่อความคาดหวังที่คนสอนมีต่อตัวเองมากกว่าความคาดหวังที่ผู้เรียนคาดไว้ค่ะ.....และเบื่อตัวเองที่ตามคนอื่นไม่ทัน...พอรู้จุดนี้ หมอเจ๊เปลี่ยนสไตล์มาใช้วิธีให้เขาร่วมคิด เรียนรู้ด้วยโจทย์ที่เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น....ไอ้ที่อยากยัดเยียดก็เลยยังได้ยัดเยียดค่ะ
  • ........
  • สไตล์ที่สวนป่าใช้คราวนี้นั้น มันสร้างความสุขไปพร้อมความรู้.....มันสะท้อนให้รู้ว่า....คนเรียนจะสุขได้เพียงใดที่จะเรียน...คนสอนต้องพัฒนาตนและเทคนิคตนด้วยนะค่ะ
  • ลุงแฮนดี้ค่ะ
  • ดีใจที่ลุงแวะมาคุยกันค่ะ
  • คำแนะนำเด็กเสียงเหน่อ....แก้ปัญหาเรื่องปวดหัวที่เกิดจากกล้ามเนื้อให้ได้ค่ะ....และที่สำคัญกว่า....ให้ใช้บำบัดตัวเองทุกวันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปวดหัวค่ะ
  • ........
  • ลืมบอกเด็กเสียงเหน่อไปว่า ให้ทำวันละกี่หนดี
  • เลยขอบอกผ่านลุงแฮนดี้หละค่ะว่า....ให้ทำวันละ 4-8 รอบค่ะ.....1 รอบคือครบ 2 ข้างซ้ายและขวา ยืดและหดค่ะ
  • ........
  • ถ้าทำอย่างนี้เป็นประจำแล้วยังปวดหัว....ก็ต้องหาสาเหตุเรื่องอื่นแล้วค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี