กฎหมายได้บังคับใช้ 4 มิถุนายน 2551 คำนำหน้านาม จาก “นาง” เป็น “นางสาว”

            วันนี้ วันที่ 4   มิถุนายน  2551 ขอแสดงความยินดี กับหญิงหม้าย  หย่าร้าง และพบเจออุบัติเหตุของชีวิตคู่  และอีกหลายเหตุผลที่ไม่ได้กล่าวถึง  อีกทั้ง ผู้ที่ประสงค์ในการจะเปลี่ยน คำนำหน้านาม   แต่ไม่มีโอกาส    ในบางราย หางานยาก  ขาดการติดต่อกับสังคม   พบเจออุปสรรคมากมาย    

           แต่ครั้งนี้ เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสเลือก ชีวิตของตนเอง   เพราะ กฎหมายใหม่ได้บังคับใช้   คำนำหน้านาม ที่ผู้หญิงได้รอคอยมามากกว่า 30 ปี  จากการดูข่าวโทรทัศน์ ช่องหนึ่ง จึงได้ทราบว่าผู้หญิงจำนวนมาก ที่เดินทางไปอำเภอ เพื่อไปเปลี่ยน คำนำหน้านาม  ของตนเอง  จาก นาง  เป็น  นางสาว  เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิง ได้รับเสรีภาพ  อิสระในการกำหนด  คำหน้านามได้  อย่างสมัครใจ  ขอแสดงความยินดีกับผู้หญิงที่ ต้องการอิสระ เสรีภาพ เป็นโอกาสของคุณแล้วค่ะ

พระราชบัญญัติ คำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 125 ตอนที่28 ก. ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ได้ตีพิมพ์ พระราชบัญญัติ คำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 โดยมาตรา 5 ระบุว่า หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้วจะใช้คำนำหน้านามว่า นางหรือนางสาวได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

ส่วนมาตรา 6   ระบุว่า หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่านางหรือนางสาวได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

ที่มา : http://www.naewna.com/news.asp?ID=94174

พระราชบัญญัติ คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ๑   พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑


มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อย ยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็น อย่างอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ


มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้คำนำหน้านามว่า นางสาว


มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า นางหรือ นางสาวได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว


มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า นางหรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว


มาตรา ๗  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตาม

พระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี

เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๒๘ ก  ราชกิจจานุเบกษา ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑


หมายเหตุ :-

 เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว และหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว และต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงต้องใช้คำนำหน้านามคำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล จึงจำเป็นต้องตรพระราชบัญญัติ

 

อนงค์  ปะนะทัง

4  มิถุนายน  2551