ผมเดินเรียนไปเรื่อยๆ อ้อยอิ่งไม่รีบร้อน คิดคนเดียวพูดกับตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ บางทีก็ปิ๊งแว๊บเรื่องที่ได้คิด อย่างที่เห็นโทนโท่อยู่ตอนนี้ คนงานผมสิครับ เคยบอกเคยเตือนว่ากิ่งไม้ใบไม้เป็นปุ๋ยชั้นดี ..แต่พอให้เก็บกวาดขยะ แกก็ขนไปทิ้งกองไว้กลางแจ้ง  ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อต้นไม้หรือการบำรุงดินเท่าที่ควร เกษตรแบบมักง่ายเป็นเช่นนี้เอง

(ที่เห็น ธรรมชาติปลูกทั้งนั้น)

แต่โชคดีครับ

เมล็ดผักที่ติดมากับกองขยะ

เจอฝนเข้าก็งอกงาม ฟัก แฟงออกดอก ออกผล กำลังทอดยอดคลุมพื้นที่

สิ่งที่ปรากฏนี้บ่งบอกว่า

น้ำ ความชื้น ปุ๋ย มีความสำคัญ

มากกว่าที่มนุษย์จัดการเสียอีก

    

(มนุษย์ปลูก ธรรมชาติปลูก ต้นไม้ปลูกตัวเอง จุดพิเศษอยู่ตรงไหน?)

เจ้าลูกน้องจอมขยันไม่ถูกเรื่องนี่

แสดงความสามารถไว้หลายเรื่อง

เห็นร่องรอยเอาหน่อเผือกที่ซื้อจากลาวไปทิ้ง

เอาหน่อขมิ้นชัน ไปทิ้ง

ตอนนี้ของทิ้ง กำลังงอกงามภายใต้การดูแลของธรรมชาติ

สร้างคุณค่าและมูลค่า โดยที่มนุษย์ไม้ต้องลงแรงอะไร

เมล็ดพืช และผักหลายชนิดงอกงามโดยธรรมชาติเป็นผู้จัดการ

ตำลึง พริก มะเขือพวง มะระขี้นก ผักหวานบ้าน กระเพา กระถิน ขี้เหล็ก สะเดา มะกรูด มะนาว มะละกอ ผักปัง เพกา สลิด มะรุม มะเขือเปราะ กระเจียว กระชาย เรียงล่ายซ่ายขึ้นงาม แถมยังไม่มีโลกแมลงรบกวน แข่งกันออกมาให้เราเด็ดไปลงหม้อ ลงกระทะ

บางทีที่มาของคำว่า”เกษตรอินทรีย์อาจเป็นเช่นนี้เอง”

Key Word

มนุษย์จะยังไงก็ช่าง ธรรมชาติเดินหน้าไปเรื่อยๆ