การเพาะเห็ดฟาง  สามารถทำได้หลายรูปแบบ  เช่น  การเพาะแบบกองเตี้ย  การเพาะในถุง  การเพาะแบบโรงเรือนอบไอน้ำ  แล้วแต่สภาพความพร้อมของพื้นที่และความพร้อมของเกษตรกรผู้เพาะวัสดุที่ใช้เพาะ   ก็สามารถใช้ได้หลากหลายอย่าง  ตามที่มีในท้องถิ่น  เช่น  ฟางข้าว  ผักตบชวา  ต้นกล้วยแห้ง  ใส่นุ่น  เปลือกถั่ว  หรือกากมันสำปะหลัง  ซึ่งเป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้ในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า  สร้างอาหารในครอบครัว  สร้างงาน  สร้างรายได้เสริม  ในช่วงว่างจากฤดูการทำนา  และวัสดุที่เหลือจากการเพาะเห็ดก็สามารถนำกลับลงในแปลงนาเพื่อบำรุงดิน  หรือทำเป็นปุ๋ยหมักใส่พืชผัก  ไม้ผล  ไม้ยืนต้น  ก็ได้

                การเพาะเห็ดในตะกร้า  เป็นรูปแบบการเพาะเห็ดฟางอีกแบบหนึ่งที่ทำได้ง่าย  ใช้พื้นที่น้อยขั้นตอนไม่ยุ่งยาก  ทุกครัวเรือนสามารถทำได้เพื่อบริโภคในครัวเรือน  ดอกเห็ดสามารถทยอยออกได้เรื่อยๆ  เป็นการลดรายจ่ายด้านอาหารในครัวเรือน  และสามารถทำเป็นกิจกรรมเสริมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย  วัสดุที่ใช้เพาะก็สามารถใช้วัสดุเศษเหลือในไร่นาได้เกือบทั้งหมด  เช่นเดียวกับการเพาะเห็ดฟางแบบอื่นๆ  แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ  สามารถนำก้อนเชื้อเห็ดถุงที่เก็บดอกหมดแล้วทั้งเห็ดขอนขาว  เห็ดนางฟ้า  เห็ดนางรม  มาเป็นวัสดุเพาะได้อีกด้วย

วัสดุอุปกรณ์

             1.  ตะกร้าไม้ไผ่  หรือตะกร้าพลาสติก  ขนาดกว้างประมาณ  12  นิ้ว  สูง  14  นิ้ว  มีตาห่างประมาณ 2x2                           

                                                                   ตะกร้าพลาสติก 

                              2.  เชื้อเห็ดฟางที่พร้อมเพาะ

                               3.  ฟางข้าว , กากมันสำปะหลัง , ก้อนเชื้อเห็ดเก่า ฯลฯ

 ฟางข้าว    ก้อนเชื้อเห็ดเก่า

                4.  อาหารเสริม  เช่น  ปุ๋ยหมัก  มูลสัตว์แห้ง  ผักตบชวาหั่นสด  ละอองข้าว  ฯลฯ             

                               มูลสัตว์เเห้ง                                         ผักตบชวาหั่นสด

                5.  ท่อนไม้หรือท่อนกล้วยสำหรับรองก้นตะกร้า 

                ท่อนกล้วย

            

                           6.  โครงไม้ไผ่แบบสุ่ม

                7.  ผ้าพลาสติกคุมสุ่ม

วิธีการเพาะ

                1.  เพาะจากตอซังข้าว  หรือกากดินมันสำปะหลังให้สับฟางขนาดยาวประมาณ 4 นิ้ว  หมักกับปุ๋ยคอกแห้งหรือปุ๋ยหมักอัตราฟางหรือกากมัน  40  กิโลกรัม  ต่อปุ๋ยคอก  5  กิโลกรัม  รดน้ำพอชุ่มใช้พลาสติกคลุมไว้  1  วัน 

                

หลังจากนั้นนำฟางหรือกากมันที่หมักมาบรรจุในตะกร้าเป็นชิ้นๆ  สูงชิ้นละ  3  นิ้ว  กดพอแน่นใส่อาหารเสริมพวกผักตบชวาสดสับบางๆ  โรยเชื้อเห็ดทับ  รดน้ำพอชุม  ทำชั้นที่ 2  และชั้นที่ 3  เหมือนชั้นที่ 1  แต่ชั้นที่ 3  ให้ใช้ฟางทับบางๆ  ประมาณ  1  นิ้ว  หลังทำถึงชั้นที่ 3  จะเหลือปากตะกร้าไว้ประมาณ  3  นิ้ว

       

     

                 2.  ถ้าเพาะจากก้อนเชื้อเห็ดถุงเก่าที่เก็บดอกหมดแล้วสามารถนำมาเพาะได้เลยโดยเทก้อนเชื้อเห็ดเก่าออกจากถุง  ขยี้ให้แตกบางส่วนอัดลงในตะกร้าหนาชิ้นละ  3  นิ้ว  ใส่อาหารเสริมพวกปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยคอก  หรือผักตบชวาสับชิ้นละ  1-2  กำมือ  โรยเชื้อเห็ดฟาง  รดน้ำพอชุมแล้วทำชั้นที่ 2  และชั้นที่ 3  ต่อไปเหมือนกัน  โดยชั้นที่ 3  ให้เหลือช่องว่างของตะกร้าจากปากไว้  3  นิ้ว

                                          

                                                                  

การดูแล

                1.  หลังจากบรรจุวัสดุเพาะเห็ดเรียบร้อยให้นำตะกร้าเห็ดที่ได้ไปวางไว้ตามร่มไม้ชายคา  ที่แสงแดดเล็กน้อยโดยเอาท่อนไม้  หรือท่อนต้นกล้วยผ่าครึ่งวางรองด้านล่างกันปลวก  โดยการเพาะ  1  สุ่ม  ควรใช้ตะกร้า  4  ใบ  วางด้านล่าง  3  ใบ  ซ้อนด้านบน  1  ใบ

           

                2.  ใช้สุ่มครอบ  คลุมด้วยพลาสติก  ใช้ดินทับรอบพลาสติก

                                     

                3.  ถ้าแห้งรดน้ำรอบๆ  สุ่มให้มีความชื้น

                4.  ได้  4  วัน  เปิดพลาสติกคลุมตอนเช้า  หรือเย็นเพื่อให้เชื้อเห็ดรับอากาศ  ประมาณ  2  ชั่วโมง  แล้วปิดไว้ตามเดิม

                5.  พอวันที่  9 12  ดอกเห็ดฟางก็จะเกิด  สามารถเก็บไปประกอบอาหารได้  ถ้าทำจำนวนมากหลายสุ่มจะเหลือ

                     จำหน่ายเสริมรายได้ด้วย

                6.  ดอกเห็ดฟางในตะกร้าสามารถเก็บได้เรื่อยๆ  จนหมดรุ่น  สามารถเปิดพลาสติกรดน้ำให้เปียกเอารุ่นที่ 2  ได้อีก

                  

                7.  พอดอกหมด  นำวัสดุที่เหลือไปใส่ไม้ผล  ผัก หรือใส่แปลงนาได้อย่างดี

                8.  ล้างตะกร้าให้สะอาดตากแดด 1-2  แดด  นำมาเพาะรุ่นต่อไปได้

 

เรียบเรียงโดย

นายขัญติภาณ  ศรีใส  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ระดับชำนายงาน