ประสบการณ์การเข้าร่วมเล่าเรื่องราวการทำงานในการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ หมื่นคน


ทุกคนไม่ว่าใครไม่ควรทิ้งโอกาสของเราไป ถ้ามีโอกาสเข้ามาหาเราแล้ว และโอกาสไม่ได้เข้ามาง่ายๆ ฉะนั้น อย่าทิ้งโอกาสนั้นให้เสียไป ทุกคนทำได้ไม่ว่าคุณจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่(ไม่ใช่รูปร่าง) ถ้าตั้งใจจริง

      

  •      การประชุมที่ว่าคือการประชุม HA Forum ครั้งที่ 9:องค์กรที่มีชีวิต( Living Organization)  ที่เมืองทองธานี กรุงเทพ วันที่ 11 -14  มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมเกือบหมื่นคน เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผม  ผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมด้วย ผมเองรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาประชุมครั้งนี้กับเขาด้วย ผมเองไม่ได้ตั้งใจจะไป แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรไม่ทราบ ท่านหัวหน้าภาค อ.ปารมี บอกว่าให้ผมไปเล่า  ประสบการณ์การทำงานของผมและเพื่อนๆที่เปลี่ยนแปลงที่เกิดในพยาธิวิทยาของเราใน 3 -4 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง  ตอนแรกผมเองไม่ทราบว่ามีคนเยอะเป็นหมื่น ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอรู้ว่าต้องไปจริงๆ   เริ่มรู้สึกกินไม่ได้แต่ก็ยังนอนหลับเหมือนเดิม สำหรับผมการพูดเป็นเรื่องธรรมดามากเพราะการทำงานของผมปกติแล้วจะพูดมากกว่าทำ ไม่เชื่อไปดูได้ที่ห้องเคมีได้ครับ แต่การพูดครั้งนี้จะต้องพูดเกี่ยวกับตนเองให้มากที่สุด มันเริ่มจะพูดไม่ออกก็เพราะเรื่องของตัวเองนี่แหละครับ ธรรมดาผมจะพูดเฉพาะเรื่องของเพื่อนและคนอื่นเท่านั้น  งานนี้ต้องมาพูดเรื่องของตัวเองทำให้รู้สึกพูดไม่ออกเลย และไม่อยากพูดขึ้นมาทันที แต่อ.ปารมีบอกว่าเปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว แต่ทุกอย่าง ก็เป็นไปได้ด้วยดี เพราะกว่าจะไปพูดนั้นผมเอง ต้องมาซ้อมการพูดและนำเสนอให้อ.ปารมีฟัง 4-5 เที่ยวเห็นจะได้ อ.ปารมียังชมผมว่า นายดำพูดไม่เคยเหมือนกันซักครั้งเลยน่ะ ผมเองก็งงว่าไม่รู้อาจารย์ชมหรือด่ากันแน่เริ่มชักไม่แน่ใจเสียแล้ว  แต่ละครั้งที่ซ้อม ผมก็พูดไปตามสไลด์ที่ตัวเองนึกไว้ และไม่เคยเหมือนกันเลยจริงๆ เหมือนที่อาจารย์บอกเลย ไม่รู้ทำไมพูดไม่เหมือนกันซักครั้ง(ผมนึกในใจ) อ.ปารมีจะคอยแนะและสอนวิธีการนำเสนอที่เป็นมืออาชีพ คือ อาจารย์บอกว่า ในสไลด์ 1 สไลด์ จะมี 

    point ที่สำคัญเราจะต้องเน้นอะไร และต้องบอกอะไรแก่คนฟัง ไม่ใช่พูดคนละอย่าง กับ สไลด์ที่โชว์ขึ้นมา ซึ่งตอนแรกผมเองก็เป็นอย่างนั้น จนวันสุดท้ายที่ซ้อมต้องมาพูดให้อาจารย์ฟังอีกครั้ง ครั้งนี้มีอ.เสาวรัตน์ พี่เม่ย ฟังด้วย พอผมพูดจบอ.เสาวรัตน์ บอกว่า นายดำ พูดและอ่านตามโพยได้ดีมาก แต่ไม่มีชีวิตและวิญญาณเลย    พี่เม่ยบอกว่าให้ผมพูดในสไตล์ของผมเอง โดยไม่ต้องอ่านโพย ได้หรือเปล่า ผมบอกว่าได้ แต่มันจะไม่เหมือนกันในแต่ละครั้ง พี่เม่ยบอกไม่เป็นไร แต่อย่าลืมจุดที่เราจะต้องบอกผู้ฟังให้เขารู้อะไร อย่างอื่นตามความถนัดของผม ที่นี้เริ่มคลายความตึงเครียดลงบ้าง   ในคืนก่อนพูดจริง ผมไปฝึกพูดให้น้องชายผมฟัง น้องชายบอกว่าสไลด์และเนื้อหาดีแล้ว แต่ต้องเน้นว่า เราคือใคร (ผู้ปฏิบัติการระดับล่าง) ต้องเน้นให้มากน้องบอกว่าสำคัญที่สุด

       ในวันพูดจริงผมไปตั้งแต่เช้า ไปฟังคนอื่นพูดก่อนในห้องที่ผมพูด ทำให้ผมเองคุ้นกับสถานที่ให้มากที่สุด จะทำให้ผมลดความตื่นเต้นลงได้ บ้าง การประชุมครั้งนี้แต่ละห้อง จะมีคนฟังเต็มทุกห้อง บางห้องต้องยืนและนั่งหน้าเวที่ก็มี และในห้องที่ผมจะพูดก็เหมือนกันคนเต็มมีตั้งยืนและนั่งขอบเวทีเลย ก่อนจะออกไปนั่งข้างหน้าเวทีผมนึกในใจว่า คงไม่มีคนรู้จักอยู่ฟังผมแน่ งานนี้ผมคงโม้ได้เต็มที่ แต่ซักพักอ.ปารมีมาจากไหนไม่รู้ อาจารย์มายืนแถวหน้าสุด สิ่งที่คิดไว้ตอนแรกเริ่มหายในฉับพลัน  แต่ตอนนั้นผมเองไม่ได้ตื่นเต้นมากนักเพราะซ้อมมาเยอะมากๆๆ ถ้าเป็นนักมวยประมาณ 100 ยก (ฮา) และผมก็มั่นใจกับสิ่งที่ผมจะพูดด้วย เพราะเป็นเรื่องของตัวเองและเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เรื่องวิชาการอะไรมากมาย  ตอนพิธีกรเขาแนะนำคนที่จะพูดแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนมาจากทีมบริหารโรงพยาบาลทั้งนั้น มีตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าเภสัชกรโรงพยาบาลชุมชน หัวหน้าพยาบาล และผมเป็นระดับที่เล็กที่สุดในวันนั้น แต่ผมคิดว่าถึงเราจะตัวเล็ก แต่เราก็ทำได้ ผมคิดอยู่ในใจอย่างเดียวว่าจะพูดอย่างไรให้ผู้ฟังรู้เรื่องที่ผมจะสื่อให้คนฟังเข้าใจมากที่สุด และตอนนั้นผมสังเกตุเห็นคนอื่นที่พูด ก่อนผม 2 คน ที่เป็นพยาบาลมือพี่แกมือสั่นมาก แต่พูดไม่สั่นเหมือนกับมือ   ผมเองก็นั่งงง  ผมเห็นคนอื่นมือสั่นทำให้ผมรู้คลายความตื่นเต้นลงไปเยอะมาก

         พอถึงคิวผม ผมก็พูดตามที่ผมซ้อมมาประมาณ 100 ยกนั่นแหละครับ  สิ่งที่ทำให้ผมกล้าพูดในเวทีใหญ่ระดับนี้ก็เพราะผมเองได้มีโอกาสพูดนำเสนอในโครงการ Patho- OTOP มาประมาณ 3  ครั้ง และในเวทีคณะอีก 2 ครั้ง การพูดในแต่ละที่แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน แต่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ การได้ฝึกพูด และกล้าแสดงออก จะทำให้เรามีความมั่นใจกับการพูดมากขึ้น เพราะอ.ปารมีบอกว่า ทุกคนไม่ว่าใครไม่ควรทิ้งโอกาสของเราไป ถ้ามีโอกาสเข้ามาหาเราแล้ว และโอกาสไม่ได้เข้ามาง่ายๆ ฉะนั้น อย่าทิ้งโอกาสนั้นให้เสียไป  ทุกคนทำได้ไม่ว่าคุณจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่(ไม่ใช่รูปร่าง) ถ้าตั้งใจจริง

                                                                                         

     

     

     

     

     

     

หมายเลขบันทึก: 185825เขียนเมื่อ 3 มิถุนายน 2008 07:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 00:21 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (4)

สุดยอดไปเลย เยี่ยมมากๆค่ะ

เป็นตัวของเรานี่แหละดีที่สุดแล้ว ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีดีมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

เข้ามาแสดงความยินดี และขอชื่นชมในความเป็นปัจเจกบุคคลที่สุดยอด อย่างที่

คุณ wawawa ชื่นชม หวังว่าคงมีเรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ จะรออ่านค่ะ

ชอบมากๆค่ะ เป็นบันทึกที่อ่านแล้วมีพลังดีจังค่ะ ขอบคุณที่เอามาเล่าเผื่อแผ่กันนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี