การศึกษาปริมาณแคดเมียมในปลาหมึกเพื่อการส่งออกโดยใช้เทคนิค ICP-AES

 

การศึกษาปริมาณแคดเมียมในปลาหมึกเพื่อการส่งออกโดยใช้เทคนิค ICP-AES

Determination of Cd in Exporting Cephalopod by ICP-AES Method

 

ในประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลแช่เยือกแข็งส่งออกที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง โดยมีตลาดอยู่ที่ประเทศต่างๆ ในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ในระยะแรกๆ นั้น การส่งออกยังไม่มีการแปรรูปมากนัก คือซื้อวัตถุดิบมาแล้วแช่แข็งส่งออกไปทั้งตัวต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพการส่งออกโดยพัฒนาการส่งออกให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเป็นเพิ่มมูลค่าของสินค้าขึ้นภาวการณ์ค้าและการส่งออกปลาหมึกของไทยในตลาดโลกไม่พบปัญหาเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้ามากนัก แต่ที่พบปัญหาบ้างได้แก่ ปัญหาการปนเปื้อนของโลหะหนักตกค้าง ซึ่งบางประเทศมีกฎหมายที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานสากล เช่น ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีการนำเข้าปลาหมึกและผลิตภัณฑ์เช่นกัน โดยสินค้าที่นำเข้ามากได้แก่ หมึกกระดอง หมึกยักษ์ หรือหมึกสาย และหมึกกล้วยแช่แข็ง แหล่งนำเข้าที่สำคัญของไทยได้แก่ โมรอกโค เยเมน มอริตาเนีย และสเปน

ปัญหาที่สำคัญของการส่งปลาหมึกแช่เยือกแข็ง ได้แก่ ปัญหาการปนเปื้อนของสารแคดเมียมในเนื้อเยื่อปลาหมึก จะเห็นว่า ที่ผ่านมาปลาหมึกแช่เยือกแข็งส่งออกได้ถูกประเทศผู้ซื้อสุ่มตัวอย่างและตรวจสอบสารพิษและพบปริมาณแคดเมียมสูงเกินกว่าเกณฑ์กำหนดเพื่อการส่งออก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกปลาหมึกแช่เยือกแข็งตื่นตัวและระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพมากขึ้น

จากผลการวิเคราะห์ปริมาณแคดเมียมในผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแช่เยือกแข็งเพื่อการส่งออก ของหน่วยเครื่องมือกลาง คณะวิทยาศาสตร์ ในเนื้อปลาหมึกและองค์ประกอบต่างๆ ของปลาหมึก 3 ชนิด ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ คือ ปลาหมึกกล้วย ปลาหมึกสาย  ปลาหมึกกระดอง โดยเก็บตัวอย่างจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเลเพื่อการส่งออก ในจังหวัดสงขลาและปัตตานี ปี 2547 จำนวน 1590 ตัวอย่าง  เป็นผลิตภัณฑ์ 1415 ตัวอย่าง และวัตถุดิบ 175 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้เป็นปลาหมึกกล้วย 525 ตัวอย่าง หมึกสาย 554 ตัวอย่าง และหมึกกระดอง 511 ตัวอย่าง โดยใช้วิธีการเตรียมตัวอย่างชนิดเผา (dry ashing) แล้ววิเคราะห์แคดเมียมด้วยเทคนิค ICP-AES พบว่า ในผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแช่เยือกแข็งทั้ง 3 ชนิด หมึกกล้วยมีปริมาณแคดเมียมต่ำสุด คืออยู่ในช่วง 0.01-0.50 ppm ซึ่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการส่งออก ส่วนหมึกกระดอง และหมึกสายมีค่าปริมาณแคดเมียมสูงกว่าเกณฑ์เล็กน้อยประมาณ 5% และ 3% ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์แคดเมียมในองค์ประกอบส่วนต่างๆ ของปลาหมึก คือหนวด เนื้อ เครื่องใน เช่น มัน (brain) ถุงทราย (digestion gland) ไข่ (overy) ดีหมึก (ink sac) พบว่าในเครื่องในโดยเฉพาะในมัน และถุงทราย มีปริมาณแดดเมียมเฉลี่ยสูงที่สุด ถึงมากกว่า 1 ppm โดยเฉพาะในหมึกยักษ์ ที่พบปริมาณแคดเมียมมากถึง 30 ppm แต่สำหรับส่วนอื่นๆ ของปลาหมึกทุกชนิด มีปริมาณแคดเมียมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานกำหนดเพื่อการส่งออก คือ 1 ppm ดังนั้นเพื่อเฝ้าระวังแคดเมียมในปลาหมึกเพื่อการส่งออก ควรตัดแต่งเครื่องในออกให้มากที่สุด ให้เหลือแต่ส่วนเนื้อและหัว เพื่อจะได้ลดปริมาณแคดเมียมที่อาจปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้