สศค.ประเมินเงินเฟ้อเดือน พ.ค.อาจพุ่งถึง 7.1% พิษน้ำมันแพง บาทอ่อน ด้านพาณิชย์ช่วยยันอีกแรงเชื่อเกิน5% แน่ จับตาแถลงวันจันทร์นี้  "เลี้ยบ" ไม่หวั่นน้ำมันพุ่งแตะ 150 เหรียญฯ ช่วงกลางปี เชื่อประคอง ศก.ได้ "ยรรยง" เรียกถก 4 กลุ่มสินค้าก่อนให้ปรับขึ้น บอร์ดบีโอไอจ่ออนุมัติลงทุน 1.4 หมื่นล้าน

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้มีการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค.51 ว่าจะขยายตัวถึง 7.1% ต่อปี เนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก โดยราคาน้ำมันเบนซิน 95 และดีเซลเฉลี่ยในเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้น 7.2%  และ  8.1%  ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาจากราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง  ในขณะที่ราคาผักผลไม้ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย รวมถึงการปรับอัตราค่าโดยสารรถประจำทาง

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันที่ 2 มิ.ย. กระทรวงพาณิชย์จะแถลงอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ค.คาดว่าจะยังคงขยายตัวสูงอยู่ โดยไม่ต่ำกว่าระดับ 5% เนื่องจากเงินเฟ้อในเดือน พ.ค.ยังมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นถึง 8 ครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลขึ้นมาอยู่ลิตรละ 37.64 บาท จากเดือน เม.ย.ลิตรละ 33.44 บาท  น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ  38.49  บาท จากลิตรละ 35.49 บาท  น้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 39.59 บาท จากลิตรละ 36.59 บาท

นพ.สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า สถานการณ์การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน      ในปัจจุบันแตกต่างกับครั้งก่อน ๆ ที่เพิ่มขึ้นแล้วมีการหยุด แต่ครั้งนี้เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด ทำให้ยากต่อการหาจุดสมดุลเพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะต้องรีบหาทางดูแลอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไปอย่างที่หลายฝ่ายคาด โดยต้องหาทางลดต้นทุนราคาพลังงานลงให้เร็วที่สุด  ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์กันว่าหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นสูงถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายปี 2551 อย่างที่มีการคาดการณ์กันไว้ รัฐบาลก็มั่นใจว่าสามารถประคองสถานการณ์ไม่ให้มีผลกระทบมากได้ เช่น การเร่งลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ เป็นต้น

นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะเชิญผู้ประกอบการสินค้า 4 กลุ่ม ได้แก่ เหล็ก ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัสดุก่อสร้าง มาหารือถึงสถานการณ์การผลิตสินค้าว่าเป็นอย่างไร มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบเท่าไร และแนวทางแก้ไขปัญหาของแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร โดยสินค้าทั้ง 4 กลุ่ม เป็นสินค้าที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่นำเข้าในตลาดโลก และเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการทำหนังสือเข้ามา  ยังกรมฯ เพื่อขอปรับราคา  "ทางออกของสินค้าทั้ง 4 ชนิดไม่จำเป็นต้องใช้วิธีปรับขึ้นราคาสินค้าเสมอไป เพราะ      จะกระทบกับผู้ใช้หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือหากจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาจริง จะปรับราคาขึ้นเท่าไหร่ที่ทำให้กลุ่มผู้ใช้รับราคานี้ได้  และไม่ได้รับผลกระทบจนเกินไป  ดังนั้นจึงต้องเรียกมาหารือกัน" นายยรรยงกล่าว

 แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 2 มิ.ย.จะพิจารณาอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน  5  โครงการ เงินลงทุนรวม 13,910 ล้านบาท ได้แก่  บริษัท  พีทีที โพลีเมอร์ โลจิสติกส์ จำกัด ลงทุนกิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ 3,100 ล้านบาท ขนาดจัดเก็บสินค้า 1,200,000 ตัน ตั้งในจังหวัดระยอง บริษัท วันทูโก แอร์ไลน์ จำกัด ลงทุนเช่าเครื่องบินจำนวน 4 ลำ ลงทุน 840 ล้านบาท  บริษัท  การบินกรุงเทพ จำกัด ลงทุนเช่าเครื่องบิน  Airbus  จำนวน  3  ลำ ลงทุน 2,200 ล้านบาท บมจ.ปตท.เคมิคอลผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ลงทุน 6,000  ล้านบาท  ตั้งในจังหวัดระยอง บริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส ผลิตแผ่นเหล็กเคลือบโครเมียม ลงทุน 1,770 ล้านบาท กำลังการผลิต 120,000 ตันต่อปี ตั้งโรงงานในจังหวัดระยอง

ไทยโพสต์  2  มิ.ย.  2551