หากหน้าที่ของกระบวนกร..คือการเอื้ออำนวยให้เกิดการตระหนักรู้..วันนี้คุณครูก็ได้ทำหน้าที่ประหนึ่งกระบวนกร..แม้ว่า..จะเป็นเพียงกระบวนกรลูกทุ่ง..ก็ตามที..

ก่อนเปิดเทอมทุกปี...ต้องมีโจทย์ให้คุณครูคิด
จะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์มีความสุข  สนุกกับการเรียนรู้

ข้อต่อมาคือ..การติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง
ด้วยต้องทำงานประสานความร่วมมือ ช่วยกันดูแลเด็กๆ
หากร่วมแรง..ประสานใจ..ดูแลไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะเกิดผลอันชวนชื่นใจ
หากไม่รับรู้..ไม่เข้าใจ..ก็ทำให้งานของครูยากยิ่งขึ้น

และยิ่งโรงเรียนของเรา..คิด..สอน..ด้วยวิธีที่ดูจะแตกต่างจากใครๆ ในพื้นถิ่น
เป็นวิธีเรียนปนเล่น..เน้นความสุขจากการเรียนรู้..ชวนดู..ชวนลงมือทำ..ชวนคิด..
ผลผลิตจากการเรียน..จึงไม่ใช่เพียงรอยขีดเขียน ก.กา..ก.ไก่..ซ้ำๆ อยู่ไปมา
แต่กลับต้องอาศัยความเข้าใจและการอดทนรอคอยในระดับหนึ่ง
จึงจะเห็นถึงสิ่งที่เด็กได้รับและพัฒนาขึ้น
ทั้งด้านความรู้..วิธีเรียนรู้..การอยู่กับผู้อื่นด้วยความรัก..และทักษะแห่งความเป็นมนุษย์

 

วันประชุมผู้ปกครอง..จึงเป็นวันที่ต้องเตรียมการเพื่อสื่อสารให้บรรลุผล..

เมื่อแรกเสนอให้คุณครูอนุบาลนำกิจกรรมให้ผู้ปกครองทดลองทำก่อนการพูดคุยกันในชั้นเรียน
ดูเหมือนทีมงานยังลังเลใจ..กลัวไม่ได้ผล..
จึงขอให้ทุกคนทดลองเขียนถ้อยคำ
คุณครูใหญ่ผู้แสนจะน่ารัก...ด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด
บรรยากาศจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยรอยยิ้มในถ้อยคำอันแสนผะอืดผะอม..ผสมกับการบังคับมือให้เขียน
เมื่อเปลี่ยนเป็นคำต่อมา..
ปฏิจจสมุปบาท.. เสียงโวยวาย..ก็ดังขึ้นพร้อมกัน..

เป็นโอกาสให้ยืนยันให้เขียน..แล้วเวียนกันบอกความรู้สึก
ชี้ชวนให้สังเกต  ทบทวนถึงบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะทดลองทำ
คำถาม..และความลังเลใจ..จึงคลี่คลาย..กลายเป็นเรื่องปรึกษาหาวิธีตามแนวทางที่เสนอ

ดังภาพที่เห็นในวันประชุม..

 คุณครูชั้นอนุบาล 1 ชักชวนให้ผู้ปกครองลองขีดเขียนด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด
ทั้งพ่อ แม่ ตา ยาย..ที่มาประชุม..ต่างร้องบอกถึงความอึดอัด..ฝืดฝืน..บังคับมือไม่ได้ดังใจ
คุณครูรีบชวนให้ลองวิธีที่ใช้กับเด็กๆ..ร้องเพลง..ขยับนิ้ว..ขยับมือ..
ทำท่าทางไปกับเพลง..งู..ช้าง..สัตว์ต่างๆ ที่ใช้สร้างความพร้อมในการเรียนรู้ของเด็ก
 

คุณครูชั้นอนุบาล 2 เขียนคำสั่งหราบนกระดาน..
..
จงเขียนเลขอารบิคและเลขไทย จำนวน 1-10 “..
และมอบงานให้ผู้ปกครองเขียนด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด
จนได้สัมผัสความรู้สึกเช่นเดียวกับเด็กๆ ยามถูกบังคับให้เขียน
แล้วเปลี่ยนมาเป็นการต่อเติมภาพจากตัวเลข..
ที่บรรดาพ่อ แม่ ปู่ ย่า รีบร้องขอใช้มือข้างที่ถนัดทำ..

ให้ได้รู้ถึงการเรียนในสิ่งเดียวกันด้วยวิธีที่แตกต่างกัน
 

คุณครูชั้นอนุบาล 3  ชวนให้วาดภาพม้ากันทุกคน  ท่ามกลางเสียงบ่น..
วาดไม่ได้ดังใจ..ม้าวาดยังไงเนี่ย..
วาดม้าเสร็จ..ตามมาด้วยการวาดภาพตามใจชอบ..

เป็นการมอบประสบการณ์ตรง..
ให้ได้รู้ถึงการเรียนด้วยกรอบบังคับ กับ การเรียนด้วยความรู้สึกอิสระ

เสร็จจากการประชุม..คุณครูต่างเล่าถึงบรรยากาศที่ได้พบ
การได้ลงมือทำ..การได้หัวเราะ..ได้ถูกยั่วแหย่ขณะทำกิจกรรม..
ช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกใกล้ชิด  เป็นกันเองต่อกันมากขึ้น..ทั้งครูและผู้ปกครอง
ในระดับอนุบาล 1  ถึงกับบอกแก่กันว่า..ให้รู้สึกต่อกันเสมือนญาติพี่น้อง

ผู้ปกครองได้ตระหนักรู้..ถึงความรู้สึกของเด็กยามเรียน..
ทำให้สนใจ..ตั้งใจรับฟังเรื่องราวจากครูที่ครูบอกเล่าในช่วงต่อมาอย่างชัดเจนขึ้น
ทั้งเรื่องราว วิธีการสอน..ขั้นตอนการฝึกฝนอบรม..การชี้ชวนให้ชื่นชมในสิ่งดีของลูกหลาน
จนนำสู่การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน
และถึงขั้นช่วยยืนยันสนับสนุน..ในสิ่งที่ครูอธิบายให้แก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจได้ชัดเจน

เมื่อได้เห็นผลงานที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม
ก็ได้ข้อสังเกตที่จะนำไปสู่การอธิบายได้อีกหลายเรื่อง
ทั้งการเขียนตัวเลขกลับข้าง..ทั้งลายเส้นทีหยักคด..ไม่มั่นคง..วงกลมที่ไม่สมบูรณ์
ขนาดตัวหนังสือที่ไม่สม่ำเสมอ..จินตนาการที่แตกต่าง..ฯลฯ

ระหว่างที่ครูและผู้ปกครองช่วยกันประสานไมตรี ให้มีแนวทางร่วมกันพัฒนาเด็ก
เจ้าตัวเล็กก็สนุกสนานกับการเล่นรอคอยอยู่ด้านล่าง
ไม่ต้องใช้กิจกรรมใดๆ  ก็พร้อมใจกันเดินเข้าหากัน
ชวนกันเล่น...ชวนกันค้นหา..ทดลอง..เลียนแบบ..ด้วยความอยากรู้
ดูมีความสุข..สนุกสนาน..ในการเรียนปนเล่น..

หากหน้าที่ของ..กระบวนกร (Facilitator) ..คือการเอื้ออำนวยให้เกิดการตระหนักรู้
วันนี้..คุณครู..ก็ได้ทำหน้าที่ประหนึ่งกระบวนกร..
ที่ชักชวนให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ...ได้เข้าใจธรรมชาติของเด็ก
ได้คิด..ได้ตระหนักรู้...ถึงการมีชีวิตอยู่อย่างเบิกบานใจ..
ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนวิธีจัดสรรให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นอย่างงดงาม..ตามที่ปรารถนา
แม้ว่า...จะเป็นเพียง..กระบวนกรลูกทุ่ง..ก็ตามที...