วันนี้ได้อ่านบล็อกของ รศ.ดร.สุพักตร์  พิบูลย์ อาจารย์และนักการศึกษาที่ผมคุ้นเคยและศรัทธาคนหนึ่ง ท่านเสนอเทคนิคการประชุมคณะกรรมการที่ได้สาระและน่าสนใจมาก  เลยขออนุญาตตัดตอนนำมาฝาก  (เผื่อบางท่านไม่ได้อ่าน) ครับ...

1) เรื่องแจ้งเพื่อทราบควรเรียบเรียงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนที่สุด ซึ่งประธานในที่ประชุมสามารถแจ้งให้ที่ประชุมศึกษารายละเอียดพร้อมกัน ในเวลา 9-12 นาที  โดยไม่ต้องแจ้งด้วยวาจาเป็นเรื่องๆ

 

 ประธานเพียงพูดว่า  ต่อไปเป็นวาระเรื่องแจ้งเพื่อทราบ  วันนี้มี 13  เรื่อง โปรดอ่าน 13 นาที่ ...เชิญครับ แล้วประธานก็นั่งดื่มกาแฟ 13 นาที เมื่อครบ 13 นาที   ค่อยถามว่ากรรมการท่านใดมีข้อซักถามหรือข้อสังเกตใด ๆ ไหมครับ   ถ้าไม่มีขอจบวาระเรื่องแจ้งเพื่อทราบนะครับ

 

2) ในวาระรับรองรายงานการประชุม   ประธาน อาจพูดกับสมาชิกว่า ต่อไปเป็นวาระ รับรองรายงานการประชุม เชื่อว่าสมาชิกคงอ่านมาแล้ว  ในกรณีการพิมพ์ผิด หรือตกหล่น หรือใช้ คำ และหรือ  ต่อ  แต่ ไม่ถูกต้องขออนุญาตไม่ต้องนำเสนอต่อที่ประชุมนะครับ ให้บันทึกส่งฝ่ายเลขานุการได้เลยขอให้เสนอหรือท้วงติงเฉพาะที่เห็นว่ามีการบันทึกมติที่ประชุมผิดพลาดนะครับ......เชิญครับ ในกรณีเช่นนี้ จะสามารลดเวลาในเรื่องการทักท้วง  พิมพ์ผิด ถูก หรือ การตกหล่น ได้มากครับ

 

3) ในวาระเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาหรือเรื่องหารือ  ควรแจ้งประเด็น/รายละเอียดให้กรรมการรับทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้ศึกษาและเตรียมข้อคิดหรือข้อเสนอแนะมาล่วงหน้า จะช่วยลดเวลาในการคิดในที่ประชุม  รวมทั้งจะช่วยให้ได้ข้อคิดที่คมชัด สมเหตุสมผล เป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฏิบัติ ไม่ใช่การคิดในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

 

ประธานที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนางานพัฒนาองค์กร จะให้ความสำคัญในวาระนี้สูงมากและให้เน้นการระดมสมอง โดยให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ดังบรรยากาศการประชุมต่อไปนี้

 

ประธาน : วันนี้มีเรื่องหารือทั้งหมด 5 เรื่องนะครับ   เรามีเวลาเพื่อการหารือรวมประมาณ 150 นาที หรือ  2 ชั่วโมงครึ่ง   ดังนั้น แต่ละเรื่องจะต้องสรุปให้ได้ภายใน 25 นาที นะครับ  ผมขอหารือเรื่องที่ 1 เลยนะครับ คือ.(ประธานอ่านประเด็นให้สมาชิกฟัง) ขอให้คิดภายใน 2 นาที่ นะครับ แล้ว เดี๋ยวผมจะเวียนถามทีละคนครับ(เจอแบบนี้ สมาชิก จะคุยเล่นกันไม่ได้แล้วครับ  ต้องรีบคิด อย่างจริงจัง)  เมื่อครบ 2 นาที่ประธานจะถามความคิดเห็นทีละคน โดยทุกคนต้องให้ความเห็นอย่างกระชับ ไม่เกินคนละ 1 นาที หลังจากนั้น ถ้าสมาชิกเห็นคล้อยตามกัน ก็สรุปเป็นมติเลยทันที   แต่ถ้าความเห็นแตกต่างเป็นหลายแนว อาจวนถามเป็นรอบที่ 2-3 แล้วค่อยสรุป

 

ประธานที่ดี อย่าลืม...เวียนถามความเห็นทีละคนนะครับ(อาจกำหนดเวลาให้คนละเท่า ๆ กัน)   ดร.สุพักตร์ เคยเจอวิธีการนี้ จากการประชุมร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.พจน์ หลายครั้ง .ท่านเชื่อหรือไม่  เราต้องคอยตั้งใจฟัง(เพราะจะรู้สึกอาย หรือไม่สบายใจ ในกรณีที่เราจะต้องตอบแบบคลุมเครือ)   กรรมการก็ควรจะศึกษาประเด็นหารือล่วงหน้า และเตรียมคำตอบไว้ก่อน  โดยจัดพิมพ์ไว้อย่างดี เพื่อตอนตอบต่อที่ประชุมจะได้ตอบอย่างกระชับ ได้ใจความชัดเจน.....

 

4) ลดเวลาในการประชุมในวาระแจ้งเพื่อทราบ และใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อเรื่องหารือ/เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

 

5) เปิดห้องสนทนา/ปรึกษาหารือผ่านเว็บไซด์(ห้อง V.I.P) กำหนด Log in  เข้าได้เฉพาะกรรมการเท่านั้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการหารืองานล่วงหน้า หรือในบางเรื่องก็สามารถหาข้อยุติได้โดยไม่ต้องหารือในห้องประชุมปกติอีก

 

6) ตกลงและจัดทำกำหนดการประชุมเป็นรายปี จะประชุม  กี่ครั้ง วันใดบ้าง  ทั้งนี้ สถานที่ อาจเวียนไปตามโรงเรียนต่าง ๆ (ในกรณีที่เป็นกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา) จะได้ถือโอกาสเยี่ยมชม หรือเยี่ยมนิเทศโรงเรียนไปในตัวด้วย