ปัจจุบัน ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมของคนและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปมีมากขึ้น ซึ่งโรคเบาหวานก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพนั้น  หลายๆ คนอาจคิดว่าโรคเบาหวานเป็นโรคไกลตัว เป็นโรคที่เกิดกับคนแก่เท่านั้น เป็นโรคที่ป้องกันไม่ได้ หรือเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรงเท่าใด

 

           แต่ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เปิดเผยความจริงที่เราอาจไม่คาดคิด ...

       

1.     โรคเบาหวานเป็นวิกฤตทางสาธารณสุขที่กำลังคุกคามชีวิตคนทั่วโลกและคนไทย

 

§     องค์การอนามัยโลกระบุว่า ตั้งแต่ปี 2003 ถึงปี 2005 ประชากรเบาหวานจะเพิ่มขึ้นถึง 71% โดยจะมีผู้ป่วยโรคนี้ 344 ล้าน

§     โรคเบาหวานเป็นโรคที่อันตรายยิ่งกว่าโรคเอดส์ เพราะมีผู้เสียจากโรคเบาหวานปีละประมาณ 3.2 ล้านคน ขณะที่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 3 ล้านคนต่อปี

§     คนไทย 3 ล้านคนป่วยเป็นเบาหวาน กว่าครึ่งไม่รู้ตัว เสี่ยงภาวะโรคแทรกซ้อน ทั้งไตวาย หัวใจ ตาต้อกระจก และหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานอีก 7 ล้านกว่าคน 

 

2.     เด็กทั่วโลกและเด็กไทย ป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 มากขึ้น

 

§     ตั้งแต่ปี 2003-2005 ทั่วโลกมีคนเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 71% ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยเด็กที่เป็นเบาหวานแบบที่ 2 รวมอยู่ด้วย ซึ่งแต่เดิมเบาหวานแบบนี้ส่วนมากพบแต่ในผู้ใหญ่

§     พบผู้ป่วยเบาหวานอายุ 8 ปี มีน้ำหนักมากถึง 60 กิโลกรัม ถือว่าอ้วนเกินมาตรฐานถึง 162%

§     พบเด็กอายุเพียง 3 ขวบเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุเพียงแค่นี้

 

3.     สถานการณ์โรคอ้วนของเด็กไทยน่าวิตกมาก

 

§     สถิติการสำรวจเด็กไทยทั่วประเทศปี 2544 พบว่า เด็กอายุ 2-18 ปี จำนวน 1.27 ล้านคนเป็นเด็กอ้วน

§     เด็กกินไขมันมากเกินไปจาก 18 กรัม เพิ่มเป็น 42 กรัมต่อวัน

§     เด็กร้อยละ 8-22 ไม่ออกกำลังกาย ทำให้พบเด็กอ้วนเพิ่มจำนวนมาก

§     มีเด็กอ้วนร้อยละ 33.77 เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

            

             แต่เบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม การไม่ออกกำลังกายจนทำให้การทำงานของอินซูลินมีปัญหานี้ป้องกันได้

 

             และนี่ก็เป็นที่มาของโครงการ “Strong Kids: หนูแข็งแรง หรือชื่อเต็มว่า โครงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในจังหวัดอุบลราชธานีโดยองค์การแฮนดิแคป อินเตอร์เนชั่นแนล โครงการในประเทศไทย

 

             เราเห็นว่าประสบการณ์ ความรู้ความถนัดของเรา ในการทำงานกับชุมชนและการให้ความรู้แบบครบวงจรนั้นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเรื่องโรคเบาหวานได้ และเนื่องจากโรคเบาหวานกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ทางสาธารณสุขอย่างที่เห็นจากข้อมูลต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งเราเองมีความคุ้นเคยกับจังหวัดอุบลราชธานีเพราะเคยทำงานให้ความรู้เรื่องการป้องกันภัยจากทุ่นระเบิดในพื้นที่มาก่อน จึงริเริ่มดำเนินโครงการหนูแข็งแรงนี้ขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด

 

                โครงการนี้ในปีแรกมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550 เมษายน 2551 องค์การฯ ทำงานร่วมกับโรงเรียน 11 แห่ง ในเขตอำเภอเมือง อำเภอวารินชำราบ อำเภอสำโรง และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี  กลุ่มเป้าหมายโครงการ คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริการของโรงเรียนเป้าหมายทั้ง 11 แห่ง

 

                วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ คือ เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานในกลุ่มเด็กนักเรียน โดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมสุขภาพ 3 ประการ

1.     ด้านการรับประทานอาหาร มุ่งให้นักเรียนสามารถเลือกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ได้ในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง และอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการได้

2.     ด้านการออกกำลังกาย มุ่งให้นักเรียนมีกิจกรรมทางกายเพื่อใช้พลังงาน ( Physical Activity) อย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน

3.     ด้านบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มุ่งให้นักเรียนทราบถึงพิษภัยของบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และให้เกิดเขตปลอดสุราและปลอดบุหรี่ขึ้นในโรงเรียน

 

             กิจกรรมหลักของโครงการ คือ การอบรมครู และการผลิตสื่อการสอน เพื่อให้ครูมีความรู้และเกิดความมั่นใจที่จะนำความรู้ไปจัดกิจกรรม รวมทั้งให้เครื่องมือในการใช้ให้ความรู้แก่ครูด้วย

 

             จากการดำเนินโครงการนี้ องค์การฯ คาดหวังว่า นักเรียนในโครงการจะมีความรู้และพฤติกรรมสุขภาพในด้านการรับประทานอาหาร และการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  ส่วนครูก็มีความสามารถและตื่นตัวในการให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมเหล่านี้แก่นักเรียน