ในการยกร่างกฎหมายขององค์กร มักนิยมกำหนดให้ผู้บริหารดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระ วาระละ ๔ ปีบ้าง ๓ ปีบ้าง ใน พรบ. ของ สกว. ไม่ระบุว่าเป็นได้ไม่เกินกี่วาระ ผมก็ไปเสนอออกข้อบังคับให้ ผอ. สกว. คนหนึ่งๆ เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน เพราะตอนนั้นผมก็เชื่อว่าแต่ละคนไม่ควรดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนานเกินไป โดยดูที่ตัวผม พอเป็นได้ ๘ ปี ก็จะสั่งสมทั้งความเข้มแข็งหรือผลสำเร็จ และจุดอ่อนขององค์กรในส่วนที่ผมไม่ถนัด
วงการวิชาการไทยมักคิดว่า ถ้าปล่อยให้ผู้บริหารเป็นนานเกินไปจะส้องสุมพรรคพวก หรือเมาอำนาจ เป็นโลกของคนมองแง่ร้าย จึงนิยมกำหนดให้เป็นได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน เวลาจะเปลี่ยน พรบ. ก็จะมีคนระแวงว่าผู้บริหารเก่าจะฉวยโอกาสต่ออายุการดำรงตำแหน่งบริหารให้ตนเอง โดยกำหนดให้นับวาระการดำรงตำแหน่งแบบนับหนึ่งใหม่ จึงมีฝ่ายที่ผลักดันให้ระบุให้ชัดเจน ว่าให้นับวาระย้อนหลังไปยัง พรบ. เก่าด้วย
ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล จะมีกรณีที่หน่วยงานพิเศษบางหน่วย เจริญก้าวหน้าขึ้นมาได้เพราะมีผู้นำที่มีความสามารถหรือคุณลักษณะพิเศษ หาคนแทนยากมาก หรือในระยะเวลาหนึ่งหาไม่ได้เลย แต่ท่านก็ดำรงตำแหน่งมาเกิน ๒ วาระแล้ว ศ. นพ. ประเวศ วะสี จะเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า การกำหนดให้ผู้บริหารดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระ เป็นมุมมองเชิงอำนาจ แต่ผู้บริหารในมหาวิทยาลัยเป็นการบริหารเชิงวิชาการ ต้องการความเป็นผู้นำทางวิชาการด้วย หรือเน้นภาวะผู้นำทางวิชาการเป็นหลัก ในกรณีเช่นนี้หลักที่ควรยึดถือคือ ผู้บริหารควรดำรงตำแหน่งอยู่นานๆ เพื่อความต่อเนื่อง ในการวางรากฐานทางวิชาการ ซึ่งต้องใช้เวลานาน
แต่ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งสั้นหรือยาว ต้องมีการตรวจสอบว่าทำหน้าที่ได้ดี สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่หน่วยงาน มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ถ้าไม่เป็นตามความคาดหมายก็ปลดได้เสมอ สภามหาวิทยาลัยต้องทำหน้าที่ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาคมใน (และนอก) มหาวิทยาลัย
วิจารณ์ พานิช
๒๒ พ.ค. ๕๑
"ถ้าไม่เป็นตามความคาดหมาย (?) ก็ปลดได้เสมอ ?"