ได้รับข่าวสารจากท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการทำความร่วมมือพัฒนาศูนย์เรียนรู้ (Knowledge Center) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาตามอัธยาศัย จึงแจ้งสาระให้พวกเราชาวกศน.ทราบไว้เพื่อได้ไอเดียและรู้เท่าทัน ในอันที่จะพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัยต่อไป
ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2551 ซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เป็นคณะกรรมการด้วยนั้น ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการความร่วมมือพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center) และจะได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อร่วมมือกันระหว่างสบร. กับ กระทรวงศึกษาธิการโดย กศน.
รายละเอียดโครงการความร่วมมือพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center)
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ในฐานะเป็นองค์กรนำในการพัฒนา ความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ รองนายกรัฐมนตรี (นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ได้ให้แนวคิดในการจัดทำโครงการเกี่ยวกับห้องสมุดประชาชน โดยเร่งรัดให้ สบร. ดำเนินการนำความรู้ต้นแบบต่างๆ ไปต่อยอดและพัฒนาห้องสมุดประชาชน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1) หลักการและเหตุผล
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลนั้น จำเป็นยิ่งที่จะต้องเสริมสมรรถนะให้กับบุคคลของชาติทุกระดับให้เป็นกำลังและรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ให้มีความรู้และความสามารถที่เหมาะสมและสอดคล้องต่อการประกอบอาชีพและความจำเป็นในการดำรงชีวิตของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งกลไกที่ช่วยเสริมสมรรถนะให้กับคนในชาติคือ การส่งเสริมและจัดหาแหล่งบริการการศึกษาที่ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงความรู้ ข้อมูล ข่าวสารและสาระอื่น ๆ อย่างทั่วถึง
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ในฐานะเป็นองค์กรนำในการพัฒนา ความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำแนวทางพัฒนาห้องสมุดชุมชนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center) ด้วยเล็งเห็นว่าการอ่านและการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รอบตัว ในปี 2548-2549 สบร. และ ศธ. ได้ร่วมดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาห้องสมุดประชาชนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ที่ผ่านมา สบร. และ ศธ. ได้เดินทางสำรวจสถานภาพและรวบรวมข้อมูลห้องสมุดประชาชนจำนวน 20 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อคัดเลือกและพัฒนาห้องสมุดต้นแบบของ ศธ.
จากการศึกษาสภาพปัญหาในเบื้องต้นพบว่า สังคมไทยยังขาดวัฒนธรรมในการอ่านซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ดังเห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า โดยเฉลี่ยคนไทยอ่านหนังสือ 5 เล่มต่อคนต่อปี ขณะที่ประชากรของประเทศสิงคโปร์อ่านหนังสือ 17 เล่ม ต่อคนต่อปีและประเทศสหรัฐอเมริกาอ่านหนังสือ 50 เล่มต่อคนต่อปี นอกจากนี้ประชาชนเข้าไปใช้บริการห้องสมุดน้อยมากกล่าวคือ ต่ำกว่า ร้อยละ 3 ของคนไทยเข้าห้องสมุดประชาชนอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปี และต่ำกว่า ร้อยละ 1 ของคนไทยเป็นสมาชิกห้องสมุดประชาชน ทั้งนี้มีสาเหตุจากห้องสมุดของประเทศขาดปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ กล่าวคือ (1) ปัจจัยด้านโครงสร้าง (2) ปัจจัยด้านทรัพยากร (3) ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาและปรับปรุงห้องสมุดของไทย ตลอดจนเสริมสร้างให้เป็นกลไกในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป
2) วัตถุประสงค์
1) เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center) ที่ทันสมัย มีชีวิตชีวา โดยเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของห้องสมุดประชาชนเป็น “สวนสนุกทางปัญญา” (Theater of the Mind) ให้เป็นทางเลือกในการขวนขวายความรู้ เพื่อท้าทายให้ประชาชนทุกระดับรักการอ่านและทำกิจกรรมสันทนาการยามว่าง
2) เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้พื้นฐานและความรู้เฉพาะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
3) เพื่อร่วมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และเศรษฐกิจฐานความรู้
3) เป้าหมาย
พัฒนาต่อยอดห้องสมุดที่มีความพร้อมและความเข้าใจที่จะร่วมกันออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จำนวน 10 แห่งที่กระจายในทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปี 2552 โดยห้องสมุดเป้าหมายของการพัฒนาคือห้องสมุดประชาชนที่สังกัดหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดและห้องสมุดประชาชนอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และห้องสมุดประชาชนของเทศบาล
4) กรอบแนวคิดหลัก
กรอบแนวคิดหลักของการพัฒนาห้องสมุดตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด มีดังนี้
4.1 เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบการศึกษา กล่าวคือ เป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลของนักเรียน นักศึกษา โดยมีหนังสือ เอกสารข้อมูลต่างๆ ที่ใหม่และพัฒนาตลอดเวลา รวมทั้งมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่อำนวยความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูลจากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
4.2 เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โดยมีหนังสือและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ทันสมัย มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะอาชีพของประชาชน โดยมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น
4.3 เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคมระดับท้องถิ่น รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่นสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีการประมวลไว้ในห้องสมุด
4.4 เป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น การฝึกอบรมทักษะอาชีพ การพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสอนภาษาต่างประเทศ
5) กลุ่มผู้ใช้บริการเป้าหมาย
นักเรียน นักศึกษา ครูและอาจารย์ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป เป็นต้น
6) แนวทางพัฒนา
การพัฒนาห้องสมุดในปัจจุบันไปสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดที่กล่าวไว้ข้างต้น จำเป็นต้องลดข้อจำกัดด้านต่างๆ อันประกอบด้วยปัจจัยด้านโครงสร้าง ด้านทรัพยากร และด้านการบริหารจัดการ แนวทางการพัฒนามีดังต่อไปนี้
6.1 แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านโครงสร้าง
ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานหรือศูนย์ประสานงานกลางในการกำหนดนโยบายให้ไปในทิศทางเดียวกันและกำกับติดตามการดำเนินงานของห้องสมุด
6.2 แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านทรัพยากร
ด้านงบประมาณ : จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและพอเพียง จัดการในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดหา/ บำรุงรักษาสื่อวิชาการและ อุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ การ ฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร ฯลฯ
ด้านบุคลากร : สร้างบรรณารักษ์ยุคใหม่ที่เข้าใจถึงการให้ความรู้ควบคู่กับการให้
บริการ
: จัดการฝึกสอนและวิจัยในเชิงพัฒนาบุคลากร
: สร้างแรงจูงใจเพื่อหาบุคลากรที่มีคุณภาพ
6.3 แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านการบริหารจัดการ
§ การจัดระบบห้องสมุดที่มีความคล่องตัวทันสมัย ครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านกายภาพและสภาพแวดล้อมและการจัดการ รวมถึงการกำหนดตำแหน่ง (Positioning) ของห้องสมุดเพื่อการประกอบอาชีพและมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น
§ การเชื่อมโยงเครือข่าย ให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้กับแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ผ่านระบบดิจิตอล (Local Link Global Reach)
§ การสร้างสื่อสารนิเทศให้อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลในระบบศูนย์กลางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล อาทิE-Books, E-Theses, E-LearningและE-Library
§ การบริการที่ยึดประชาชนเป็นหลัก โดยต้องสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน (Demand Driven) และสามารถที่จะดึงดูดประชาชนได้ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงมีการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดการห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยและมีชีวิต
§ การเชื่อมโยงกับรัฐ ธุรกิจและชุมชน เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยการพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และกิจกรรมชุมชน
§ แหล่งการเรียนรู้ คือ การส่งเสริมให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองของชุมชนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทั้งนอกระบบการศึกษาและในระบบการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์
7) แผนการดำเนินงาน
จุดประสงค์ : การคัดเลือกและพัฒนาห้องสมุดต้นแบบระดับจังหวัด
ระยะเวลาดำเนินการ : พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบระดับจังหวัด 10 แห่ง รวมทั้งการบริหาร จัดการโครงการและออกแบบระบบ ตลอดจนจัดทำรายงานศึกษาวิจัย
พฤติกรรมการเรียนรู้ของประชาชนไทยและคุณภาพ ความพร้อมของ
แหล่งบริการการศึกษาต่างๆ
หลักเกณฑ์การคัดเลือกห้องสมุดเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ
หลักเกณฑ์ทั่วไป
1. สภาพแวดล้อมและสถานที่ตั้ง
2. ศักยภาพของห้องสมุด
3. ปัจจัยพื้นฐานด้านการศึกษา
4. ความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์กรท้องถิ่น ภาคเอกชน ฯลฯ
หลักเกณฑ์เฉพาะ
ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ เช่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มรดกโลก ฯลฯ โดย สบร. และ ศธ. จะดำเนินการคัดเลือกห้องสมุดที่มีความพร้อมสูงสุดจำนวน 10 แห่ง เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ทั้งนี้ รายชื่อห้องสมุดประชาชนที่ สบร. และ ศธ. ได้ไปสำรวจในช่วงปี 2548-2549 พร้อมผลการสำรวจ
8) ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังด้านห้องสมุด
- มีศูนย์ความรู้ที่มีชีวิตชีวา ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น
- มีโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่มีสื่อการเรียนรู้และข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้แก่ประชาชน
- มีระบบบริหารจัดการสื่อและหนังสือที่มีประสิทธิภาพ มีการบำรุงรักษาที่เป็นระบบและ สามารถเชื่อมโยงทุกศูนย์ความรู้เข้าด้วยกัน
- บุคลากรมีความรู้และทักษะสามารถให้บริการและบริหารจัดการศูนย์ความรู้สมัยใหม่
มันยากเหมือนกันนะครับ ดูจากผลที่คาดหวังแล้ว แต่ขอเป็นส่วนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
คิดว่าการพัฒนานั้นมันต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยและต้องร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพและผลดีต่างๆ ก็จะตามมาคะ
โครงการความร่วมมือพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center)
โครงการการดี ก็มีความต้องการที่อยากดำเนินการหรืออยากทำเพื่อให้เกิดการพัฒนาและการเปลี่ยน ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานหลาย ๆ ส่วน ร่วมมือกันเพื่อสร้างฝันที่เป็นจริง ครับท่าน
หากดูการจัดกิจกรรมที่ผ่านมาของห้องสมุดฯ ได้ดำเนินการจัดอยู่ตามโครงการห้องสมุดฯมีชีวิต เพียงแต่ยังขาดในเรื่องการจัดให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

สำหรับกลุ่มงานส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย มีโครงการที่จะจัดผึกอบรมการเขียนเว็บไซต์ให้กับบรรณารักษ์ เร็ว ๆนี้ ซึ่งได้จัดให้ CIO ไปแล้วเมื่อวันที่ 21-22 พ.ค. 2551 ที่ผ่านมา
ด้านล่างเป็นภาพกิจกรรมการจัดอบรมให้กับ CIO
เมื่อวันนี้(29พ.ค.51) คณะจากเนปาล ได้มาดูงานที่ กศน.ชลบุรี มี อ.ขจีวรรณ ผอ.อนันต์ และคณะชาว กศน.ชลบุรีให้การต้อนรับ







ดีครับ โครงการนี้ ร่วมมือร่วมใจกันทำ คิดว่าประสบความสำเร็จแน่นอน ตอนนี้คุณสมชายก็พัฒนาห้องสมุดบ้านบึงสว่างไสวได้ดั่งเนรมิต
สวัสดีค่ะ ผอ.
ตามที่ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ครั้งที่ 5/2551 นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งเชิญชวนข้าราชการ ประชาชน เฝ้ารับเสด็จ
วันที่ 6 มิถุนายน 2551 เวลา 17.00 น. พระองค์โสม ฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน "ชลบุรีพฤกษานานาชาติ" ณ หน้าศาลากลาง จังหวัดชลบุรี การแต่งกายปกติขาว
วันที่ 9 มิถุนายน 2551 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550" ณ โรงพยาบาลพนัสนิคม
เวลา 15.30 น. เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร "ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550" ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.เสม็ด อ.เมือง ชลบุรี
เรียนเพื่อทราบเท่านี้ก่อนนะคะ
สวีสดี คะ ผอ.
การต้อนรับตัวแทนซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากประเทศ เนปาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนในจังหวัด , อำเภอเมือง ตลอดจน ศรช. วัดนอก ให้ความร่วมมือในการต้อนรับกันดีมากคะ ในวันที่ 3 มิย. บ่าย 3 โมง ผู้ว่าจะมาเปิดการประชุมที่ สำนักงานเราอีกนะคะ เรื่องเด็กป่วยเรื้อรัง คะ
กศน.อำเภอเมืองรับทราบคะ
ผมชอบคำนี้ครับ "สวนสนุกทางปัญญา" กศน.หนองใหญ่ อยากทำมั่ง ที่ไหนทำกิจกรรมนี้ดี ๆ บอกหนองใหญ่ บ้างเน้อ จะขอไปศึกษาดูงานทำมั่ง...อ่ะ ทำเพื่อประชาชนอ่ะ.....อ้อ อดเป็นปลื้ม อ.แป้ง หนองใหญ่ แบบสุด ๆ เป็นล่าม SPEAK ENGLISH กับชาวเนปาลที่มาดูงาน กศน.ชลบุรี สำเนียงดีสุด ๆ เลย ขอชื่นชมแทนพวกเราชาว กศน.ชลบุรี ด้วย
รับทราบค่ะ
เป็นโครงการที่ดีมาก ที่ภาครัฐเห็นความสำคัญของการพัฒนาห้องสมุดประชาชน อย่าลืมว่าประชาชนยังรอบริการดี ๆ จากภาครัฐ ทำอย่างไรประชาชนจะได้รับการสนองตอบตามความต้องการเสียที หากภาครัฐจะทำจริงเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนและเพื่อยกระดับห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศให้ทัดเทียมกัน เห็นควรพัฒนาห้องสมุดทุกแห่งไม่เฉพาะห้องสมุดต้นแบบเพียง 10 แห่ง เท่านั้น ที่เหลือชะตากรรมจะเป็นอย่างไร อีกนานแค่ไหนถึงจะได้รับการพัฒนาโดยทั่วถึงกัน โดยเฉพาะห้องสมุดของกศน.เกิดมาก็นานแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับคนก็นับว่าเป็นผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน มีภูมิปัญญาสั่งสมมานาน น่าจะพัฒนาได้ดีกว่าใคร ไม่อยากเห็นห้องสมุดของหน่วยงานอื่นซึ่งเกิด
ทีหลังเรา แต่พัฒนาแซงหน้าเราไปไกลลิบลิ่ว แล้วเราจะทำอย่างไร?
เรื่องห้องสมุด เรามีบุคลากรเยี่ยมหลายท่าน ในด้านการพัฒนาห้องสมุด ชอบใจคนมีความสามารถอย่าง อ.พิศสมัย เกรงว่า คนมาทีหลังจะแซงหน้าเราไป เมื่อคืน ผมยังนอนคิดอยู่เลยว่า ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ80พรรษา ที่จะเปิดใหม่ในเดือนหน้า คงจะต้องแซงหน้าเราไปอย่างไม่ติดฝุ่น ถ้าห้องสมุด อำเภอเมือง มีคนอย่างอ.พิศสมัย ผู้ร่วมงาน อย่าง กศน.พนัส คุณเก๋า พี่ธำรงค์ ไปอยู่ทำงานร่วมกัน แล้วเอาคนอยู่เดิมออกไปอยู่ที่อื่น ผมรับรองเลยว่า ไม่มีห้องสมุดที่ใด จะแซงหน้าเราไปได้แน่นอน
เราควรมาร่วมคิดร่วมทำ ประชุมกันดูสักครั้งว่าเราควรจะพัฒนาห้องสมุดของเราทุกอำเภอ อย่างไร ให้สมกับที่เราเคยเป็นหนึ่งมาแล้วในอดีตและปัจจุบัน
กศน.กำลังก้าวไปข้างหน้า...ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญ..ยินดี..ยินดี เป็นอย่างยิ่งครับ
พัฒนา...อัตรา...ปัญญา...และปัญหา....คือสิ่งสำคัญที่ต้องมองเห็น
รับทราบครับ ขอบคุุณที่ท่านได้นำความเคลื่อนไหวในวงการห้องสมุดมาเสนอ กศน.เมือง
ชลบุรีจะเดินหน้าต่อไปแต่ที่น่าเสียดายคือ เวลาที่ผ่านล่วงเลยไปยังไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า
ทั้งๆที่ได้วางแผนตกลงกับผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้วและมีการกระตุ้นเตือนเป็นระยะ ก็จะ
พยายามต่อไปครับ แต่ความคิดที่จะพัฒนานั้นคงไม่หยุดแน่ หากมีเวลาก็จะลงแรงเอง
เพื่อให้ได้ดั่งใจที่คาดหวัง
ขอบคุณ ผอ.อนันต์,อ.ขจีวรรณ,ทีมงาน กศน.อำเภอเมือง และทีมงานวัดนอก
ที่ได้ให้การต้อนรับคณะดูงานเนปาล ทั้งนี้ ไม่ได้อยู่ต้อนรับเนื่องจากไปร่วมประชุม
ที่จ.นครนายก ระหว่างวันที่ 27-29 พค.51
ขอบคุณ ทุกท่านครับ เป็นความเห็น และการแจ้งความเคลื่อนไหวให้ผมทราบ ที่เป็นประโยชน์ในการจะใช้พัฒนางานของเราต่อไป ขอให้ช่วยกันด้วยนะครับ
กำลังพยายามนำรูปกิจกรรม มาให้ผอ.ได้ดูตรับ
เห็นด้วยกับ"คุณพี่นัน"และขอเป็นกำลังใจให้กับ ผอ.ศักดาพงศ์ค่ะ ขอให้มุ่งมั่น
ที่จะพัฒนาห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรีต่อไป อย่าท้อเสียก่อน มองให้เห็น
อุปสรรคแล้วขจัดออกไปเสีย ห้องสมุดฯ จังหวัดก็จะรุ่งโรจน์ได้ดังใจปองค่ะ