ได้รับข่าวสารจากท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการทำความร่วมมือพัฒนาศูนย์เรียนรู้ (Knowledge Center) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาตามอัธยาศัย จึงแจ้งสาระให้พวกเราชาวกศน.ทราบไว้เพื่อได้ไอเดียและรู้เท่าทัน ในอันที่จะพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัยต่อไป

            ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)  เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2551 ซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เป็นคณะกรรมการด้วยนั้น  ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการความร่วมมือพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center)  และจะได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อร่วมมือกันระหว่างสบร. กับ กระทรวงศึกษาธิการโดย กศน.

 

รายละเอียดโครงการความร่วมมือพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center)

 

                สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ในฐานะเป็นองค์กรนำในการพัฒนา ความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ รองนายกรัฐมนตรี (นายแพทย์สุรพงษ์  สืบวงศ์ลี) ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ได้ให้แนวคิดในการจัดทำโครงการเกี่ยวกับห้องสมุดประชาชน โดยเร่งรัดให้ สบร. ดำเนินการนำความรู้ต้นแบบต่างๆ ไปต่อยอดและพัฒนาห้องสมุดประชาชน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

1)  หลักการและเหตุผล

                การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลนั้น จำเป็นยิ่งที่จะต้องเสริมสมรรถนะให้กับบุคคลของชาติทุกระดับให้เป็นกำลังและรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ให้มีความรู้และความสามารถที่เหมาะสมและสอดคล้องต่อการประกอบอาชีพและความจำเป็นในการดำรงชีวิตของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งกลไกที่ช่วยเสริมสมรรถนะให้กับคนในชาติคือ การส่งเสริมและจัดหาแหล่งบริการการศึกษาที่ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงความรู้ ข้อมูล ข่าวสารและสาระอื่น ๆ อย่างทั่วถึง

                สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) ในฐานะเป็นองค์กรนำในการพัฒนา ความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำแนวทางพัฒนาห้องสมุดชุมชนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center) ด้วยเล็งเห็นว่าการอ่านและการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รอบตัว ในปี 2548-2549 สบร. และ ศธ. ได้ร่วมดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาห้องสมุดประชาชนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ที่ผ่านมา สบร. และ ศธ. ได้เดินทางสำรวจสถานภาพและรวบรวมข้อมูลห้องสมุดประชาชนจำนวน 20 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อคัดเลือกและพัฒนาห้องสมุดต้นแบบของ ศธ.

                จากการศึกษาสภาพปัญหาในเบื้องต้นพบว่า สังคมไทยยังขาดวัฒนธรรมในการอ่านซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ดังเห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า โดยเฉลี่ยคนไทยอ่านหนังสือ 5 เล่มต่อคนต่อปี ขณะที่ประชากรของประเทศสิงคโปร์อ่านหนังสือ 17 เล่ม ต่อคนต่อปีและประเทศสหรัฐอเมริกาอ่านหนังสือ 50 เล่มต่อคนต่อปี นอกจากนี้ประชาชนเข้าไปใช้บริการห้องสมุดน้อยมากกล่าวคือ ต่ำกว่า ร้อยละ 3 ของคนไทยเข้าห้องสมุดประชาชนอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปี และต่ำกว่า ร้อยละ 1 ของคนไทยเป็นสมาชิกห้องสมุดประชาชน ทั้งนี้มีสาเหตุจากห้องสมุดของประเทศขาดปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ กล่าวคือ (1) ปัจจัยด้านโครงสร้าง (2) ปัจจัยด้านทรัพยากร (3) ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ

                สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาและปรับปรุงห้องสมุดของไทย ตลอดจนเสริมสร้างให้เป็นกลไกในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป

  

2)  วัตถุประสงค์

                1)  เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ (Knowledge Center) ที่ทันสมัย มีชีวิตชีวา โดยเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของห้องสมุดประชาชนเป็น สวนสนุกทางปัญญา (Theater of the Mind) ให้เป็นทางเลือกในการขวนขวายความรู้ เพื่อท้าทายให้ประชาชนทุกระดับรักการอ่านและทำกิจกรรมสันทนาการยามว่าง

                2)  เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้พื้นฐานและความรู้เฉพาะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

                3) เพื่อร่วมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และเศรษฐกิจฐานความรู้

 

3) เป้าหมาย

                พัฒนาต่อยอดห้องสมุดที่มีความพร้อมและความเข้าใจที่จะร่วมกันออกแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จำนวน 10 แห่งที่กระจายในทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปี 2552 โดยห้องสมุดเป้าหมายของการพัฒนาคือห้องสมุดประชาชนที่สังกัดหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดและห้องสมุดประชาชนอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และห้องสมุดประชาชนของเทศบาล

 

4) กรอบแนวคิดหลัก

                กรอบแนวคิดหลักของการพัฒนาห้องสมุดตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด มีดังนี้

                4.1  เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบการศึกษา  กล่าวคือ  เป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลของนักเรียน นักศึกษา โดยมีหนังสือ เอกสารข้อมูลต่างๆ ที่ใหม่และพัฒนาตลอดเวลา รวมทั้งมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่อำนวยความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูลจากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

                4.2  เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ  โดยมีหนังสือและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ทันสมัย มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะอาชีพของประชาชน โดยมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น

                4.3  เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคมระดับท้องถิ่น รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่นสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีการประมวลไว้ในห้องสมุด

                4.4  เป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้  เช่น การฝึกอบรมทักษะอาชีพ การพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสอนภาษาต่างประเทศ

 

5)  กลุ่มผู้ใช้บริการเป้าหมาย

                นักเรียน นักศึกษา ครูและอาจารย์ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป เป็นต้น

 

6)  แนวทางพัฒนา

                การพัฒนาห้องสมุดในปัจจุบันไปสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดที่กล่าวไว้ข้างต้น จำเป็นต้องลดข้อจำกัดด้านต่างๆ  อันประกอบด้วยปัจจัยด้านโครงสร้าง ด้านทรัพยากร และด้านการบริหารจัดการ แนวทางการพัฒนามีดังต่อไปนี้

                6.1  แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านโครงสร้าง

                ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานหรือศูนย์ประสานงานกลางในการกำหนดนโยบายให้ไปในทิศทางเดียวกันและกำกับติดตามการดำเนินงานของห้องสมุด

                6.2  แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านทรัพยากร

                                ด้านงบประมาณ :         จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและพอเพียง                                                                                    จัดการในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดหา/ บำรุงรักษาสื่อวิชาการและ                                                                              อุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ การ                                                                              ฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร ฯลฯ

                                ด้านบุคลากร     :              สร้างบรรณารักษ์ยุคใหม่ที่เข้าใจถึงการให้ความรู้ควบคู่กับการให้

                                                                                บริการ

                                                                :        จัดการฝึกสอนและวิจัยในเชิงพัฒนาบุคลากร

                                                                :        สร้างแรงจูงใจเพื่อหาบุคลากรที่มีคุณภาพ

                6.3  แนวทางการพัฒนาปัจจัยด้านการบริหารจัดการ

                          §    การจัดระบบห้องสมุดที่มีความคล่องตัวทันสมัย ครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านกายภาพและสภาพแวดล้อมและการจัดการ รวมถึงการกำหนดตำแหน่ง (Positioning) ของห้องสมุดเพื่อการประกอบอาชีพและมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละท้องถิ่น

                          §    การเชื่อมโยงเครือข่าย ให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้กับแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ผ่านระบบดิจิตอล (Local Link Global Reach)

                    §    การสร้างสื่อสารนิเทศให้อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลในระบบศูนย์กลางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล อาทิE-Books, E-Theses, E-LearningและE-Library

                          §    การบริการที่ยึดประชาชนเป็นหลัก  โดยต้องสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน (Demand Driven)  และสามารถที่จะดึงดูดประชาชนได้ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ  รวมถึงมีการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดการห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยและมีชีวิต

                          §    การเชื่อมโยงกับรัฐ ธุรกิจและชุมชน เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยการพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และกิจกรรมชุมชน

 

                         §     แหล่งการเรียนรู้ คือ การส่งเสริมให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองของชุมชนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทั้งนอกระบบการศึกษาและในระบบการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์

 

7) แผนการดำเนินงาน

                จุดประสงค์ :       การคัดเลือกและพัฒนาห้องสมุดต้นแบบระดับจังหวัด

                ระยะเวลาดำเนินการ :    พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบระดับจังหวัด 10 แห่ง รวมทั้งการบริหาร                                                  จัดการโครงการและออกแบบระบบ ตลอดจนจัดทำรายงานศึกษาวิจัย

                                                                พฤติกรรมการเรียนรู้ของประชาชนไทยและคุณภาพ ความพร้อมของ

                                                                แหล่งบริการการศึกษาต่างๆ

                หลักเกณฑ์การคัดเลือกห้องสมุดเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ

                                หลักเกณฑ์ทั่วไป

                                1.  สภาพแวดล้อมและสถานที่ตั้ง

                                2.  ศักยภาพของห้องสมุด

                                3.  ปัจจัยพื้นฐานด้านการศึกษา

                                4.  ความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์กรท้องถิ่น ภาคเอกชน ฯลฯ

                                หลักเกณฑ์เฉพาะ

                                ลักษณะเฉพาะของพื้นที่ เช่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มรดกโลก ฯลฯ โดย สบร. และ ศธ. จะดำเนินการคัดเลือกห้องสมุดที่มีความพร้อมสูงสุดจำนวน 10 แห่ง เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ ทั้งนี้ รายชื่อห้องสมุดประชาชนที่ สบร. และ ศธ. ได้ไปสำรวจในช่วงปี 2548-2549 พร้อมผลการสำรวจ

 

8) ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

                 ผลลัพธ์ที่คาดหวังด้านห้องสมุด

                                -  มีศูนย์ความรู้ที่มีชีวิตชีวา ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น

                                - มีโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่มีสื่อการเรียนรู้และข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้แก่ประชาชน

                                -  มีระบบบริหารจัดการสื่อและหนังสือที่มีประสิทธิภาพ มีการบำรุงรักษาที่เป็นระบบและ สามารถเชื่อมโยงทุกศูนย์ความรู้เข้าด้วยกัน

                                -  บุคลากรมีความรู้และทักษะสามารถให้บริการและบริหารจัดการศูนย์ความรู้สมัยใหม่