ผมลงประกาศนักกิจกรรมบำบัดเพื่อเชิญชวนให้ติดต่อนักกายภาพบำบัดและนำเสนอบทบาทงานที่สามารถให้บริการทางกิจกรรมบำบัดแก่ผู้รับบริการทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อและระบบประสาท ณ รพ. เอกชน แห่งหนึ่ง
ลองพิจารณาบทสนทนาผ่านเวปบอร์ดนี้แล้วเพื่อนๆ G2K ลองคิดดูว่าทักษะการแก้ไขปัญหาอารมณ์คืออะไรและมีวิธีการใด
อ.ป๊อป: ต้องการนักกิจกรรมบำบัด (OT) Part-time ที่มีความสนใจ Hand & Neurological Rehabilitation 1 ตำแหน่ง ติดต่อนักกายภาพบำบัด (PT)...ด่วน
นักกิจกรรมบำบัดท่านที่หนึ่ง: โทร.ไป ไม่รับสาย...ไปมาแล้ว... แนะนําให้เผื่อเวลาไว้เยอะๆหน่อยนะสําหรับการรอคอยเข้าพบ พณ ท่านที่จะสัมภาษณ์งาน ot เพราะว่าทําเหมือนตัวเองสําคัญมากกกก...นัดเรามาสัมภาษณ์...แต่ไม่อยู่ซะงั้น...รอเป็นชั่วโมง...รับปากพร่อยๆๆได้ไงไม่รู้เหมือนกัน.....คนอื่นเขาก็มีธุระที่อื่นบ้างนะ...เซ็ง...บอกสักคําก็ไม่มีว่าติดธุระหรืออะไร....นี่หายไปเลย(คิดให้ดีก่อนไปสมัคร)...แค่นี้ก็รู้ระบบการทํางานแล้วว่าเป็นอย่างไร....
อ.ป๊อป: อยากให้น้อง OT ที่สนใจ พยายามอดทนและควบคุมอารมณ์ ใช้วิธีการคิดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสม
วิธีการที่ดีที่สุด คือ การเข้าไปพูดคุยอย่างสุภาพและโทรถามถึงเวลาที่แน่นอน หากฝ่ายนัดไม่มาตามนัด ก็น่าจะโทรถามเหตุผลและหาวิธีการนัดใหม่โดยใช้อารมณ์ที่เหมาะสมนะครับ
เนื่องจาก รพ.นี้เพิ่งเริ่มจัดระบบโดยน้อง PT ซึ่งเคยเรียนรู้บทบาท OT จากผม เลยสนใจที่จะริเริ่มงาน OT ในรพ นี้
โอกาสที่ดีที่จะเปิดตัวงาน OT ในรพ ใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทนและความรู้สึกของกัลยาณมิตรต่อเพื่อนวิชาชีพอื่นๆ ด้วยครับ
นักกิจกรรมบำบัดท่านที่หนึ่ง: แล้ววิชาชีพอื่นไม่มีความรูสึกของกัลยาณมิตรของOTบ้างหรือครับอาจารย์
อ.ป๊อป: พี่คิดว่าทุกวิชาชีพและตัวบุคคลควรฝึกใจให้มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกันและกัน
ใจเย็นๆครับน้องๆOT ทุกคน อย่าเพิ่งน้อยใจหรือท้อใจ ถ้าต้องติดต่อหรือพบใครที่ไม่ประทับใจเรา น้องๆคงต้องตั้งสติและแสดงความเป็นกัลยาณมิตรของตนเองให้คนอื่นเห็นด้วย เช่น หากเขาไม่มาตามนัดก็คงต้องใช้วาจาสุภาพถามไถ่เหตุผลของการผิดนัด และทำการนัดใหม่โดยเน้นช่วงเวลาที่รอคอยให้ชัดเจน เป็นต้น
นักกิจกรรมบำบัดท่านที่สอง: ผมว่านำเสนองานต่อ ผ.อ. หรือ คณะกรรมการบริหาร ร.พ. ดีกว่ามั้ยครับ จะได้ชัดเจนต่อทุกฝ่าย ไม่งั้นก็ต้องมีฝ่ายหรือบุคคลที่จะมาสัมภาษณ์เตรียมไว้จะดีกว่านะครับ
อ.ป๊อป: "...เงียบ...ไม่ตอบโต้" เพราะนักกิจกรรมบำบัดท่านที่สองไม่ได้แสดงความเห็นได้ตรงประเด็นนักและอยากให้ความคิดเห็นของทุกคนสะท้อนให้นักกิจกรรมบำบัดท่านที่หนึ่งได้ใช้เวลาคิดทบทวนทักษะทางจิตสังคมด้วยตนเอ
นักกิจกรรมบำบัดท่านที่สาม: ไปมาแล้ว พี่ PT เค้าก็คุยกับเราดีนะ ยังได้เจอกับแพทย์เวชกรรมฟื้นฟูด้วย เราต้องใจเย็นและมีความอดทนกับอุปสรรคที่ขวางกั้นเรื่อง ผมเชื่อว่าชาวโอทีเราใจเย็นและสุขุมที่สุดครับ
อ.ป๊อป: ยินดีด้วยครับน้อง OT ที่ใจเย็นและสามารถสร้างสัมพันธภาพในการทำงานกับ PT และ PM&R ได้น่าประทับใจ ในความเห็นของนักกิจกรรมบำบัดท่านที่สาม
ขอบคุณครับที่เป็นตัวอย่างของนักวิชาชีพที่ดี
นักกิจกรรมบำบัดท่านที่สี่: ในที่สุดเราก็เริ่มเห็นแสงสว่างของปลายเทียน สตินี่สำคัญจริงๆนะครับ ทำให้เราคิด...พูด....ทำ....อย่างละเอียด และอดทนต่อความไม่ถูกใจ การเริ่มต้นที่ยากลำบากย่อมเป็นบทพิสูจน์ ที่ทรงคุณค่าสำหรับเรา
บทสรุปของบทสนทนานี้ เราจะทราบว่า ศักยภาพแห่งทักษะชีวิตของคนทำงานทุกคนที่ควรพัฒนาให้ยั่งยืน ได้แก่ ทักษะการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอย่างมีสติ ทักษะการควบคุมอารมณ์และจัดการการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม และทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างมีความสุข ดูจากรูปภาพข้างล่าง ที่มา: www.psychlife.net

ความอดทนอย่างมีสติ สำคัญมากๆนะครับอาจารย์
ถูกต้องแล้วครับคุณยงยศ
สวัสดีค่ะอาจารย์ pop
ใช่เลย ครับการควบคุมอารมณ์ตนเองสู่การควบคุมให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปด้วยดี
ขอบคุณครับคุณผึ้งงาน SDU
เป็นคนที่อารมณ์ร้อนมากไม่ดีเลยพยายามทำตัวเองให้ใจเย็นเย็นอยากควบคุมสถานการณ์ได้แต่บางครั้งก็หลุดฟิวส์ขาดช่วยที
ขอบคุณครับคุณแตงโม
พื้นฐานของอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงย่อมมีเหตุผลและการจัดการเสมอ ลองใช้ความนิ่งเงียบซัก 1 นาที หลับตาและปล่อยความคิดให้อิสระ นับเลขหนึ่งถึงหกสิบตามลมหายใจทีละรอบของการหายใจเข้าและออกช้าๆ (สมาธิโดยธรรมชาติของคนเราที่ไม่มีการบังคับและคาดหวังมากนัก)
ฟังเสียงลมหายใจ ฟังเสียงความคิดดังๆ ของเรา นึกถึงเป้าหมายหรือใคร่ครวญอยู่กับการทบทวนตนเองซีกพักหนึ่ง จะทำให้เกิดวงจรผ่อนคลายอารมณ์และความคิดที่มีสุขครับ