พืชที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า ต้นหญ้า หรือวัชพืช แค่ไม่กี่ชนิดที่พบก็ยังให้สีสันและความรู้สึกสดชื่นสว่างไสวปานนี้ ยิ่งค้นคว้าข้อมูลทำให้ได้คิดว่าไม่มีอะไรในธรรมชาติที่เกิดมาอย่างไร้ประโยชน์ ไร้จุดมุ่งหมาย เราเกิดมาเป็นมนุษย์คงไม่อยากมีชีวิตที่อายวัชพืช

 

ช่วงนี้ฝนที่มาเป็นระยะๆจนดินได้รับความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ทำให้ดอกหญ้าและวัชพืชต่างๆโตอย่างรวดเร็ว มองดูเหมือนพื้นที่รกรุงรังด้วยต้นไม้ที่มิใช่พวกที่เราปรารถนา แต่เมื่อมองให้ดีๆจะเห็นความงามมากมายราวกับภาพเขียนที่มีสีสันสดใสละลานตาด้วยพู่กันเม็ดฝนที่มาแต้มสีให้กับผืนดินและเหล่าพฤกษา

 

ผักเสี้ยน เป็นพืชที่พบทุกหนทุกแห่งรอบบ้าน

 

ผักเสี้ยนนั้นเมื่อค้นคว้าจึงได้ทราบว่ามีถึงสามชนิด และที่บ้านผู้เขียนพบ ทุกชนิด

 

ผักเสี้ยนที่เห็นชัดเพราะขนาดของต้นและดอก คือ ผักเสี้ยนไทย  มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Wild Spider Flower ชื่ออื่นๆ เช่น ส้มเสี้ยน ผักเสี้ยนตัวผู้ ชนิดนี้ดอกเป็นสีขาว เป็นพืชอายุปีเดียว ต้นสูงราวๆ ๘๐ เซนติเมตร มีดอกแล้วยังมีฝักกลมยาว ในฝักมีเมล็ดเหมือนเมล็ดงาสีดำ

 

คนรุ่นก่อนที่อยู่ต่างจังหวัดมักคุ้นเคยกับผักเสี้ยน เพราะเขาจะเก็บมาดองกินกับน้ำพริก แต่สำหรับช่อดอกและยอดอ่อนนั้นภูมิปัญญาที่ส่งผ่านกันมาสอนว่าไม่นิยมนำมากินเป็นผักสด ความรู้สมัยใหม่อธิบายว่าที่ไม่ควรกินเป็นผักสดก็เพราะมี กรดไฮโดรไซยานิก ที่เป็นพิษต่อประสาทส่วนกลาง ซึ่งสามารถทำลายได้ด้วยความร้อนและการดอง

 

เรายังสามารถใช้ผักเสี้ยนไทยเป็นสมุนไพรได้หลายอย่าง เช่นใบใช้ตำพอกหรือทาแก้ปวดเมื่อย เมล็ดใช้ขับพยาธิไส้เดือน

 

ส่วน ผักเสี้ยนสีม่วง ทุกส่วนของต้นอ่อนนุ่ม และมีขนสั้น กลีบดอกสีม่วงสดใส มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก ต่อมามีการนำมาปลูกในพม่าและมาเลเซีย แล้วจึงแพร่กระจายเข้ามาในไทย หนังสือไม่อธิบายว่าดีวิเศษ มีประโยชน์อย่างไร นอกจากความสวย จึงต้องนำข้ามน้ำข้ามทะเลมาปลูก

 

ผักเสี้ยนอีกชนิดพบไม่มากที่บ้านแต่ตามข้างทางขึ้นเป็นดงคือ ผักเสี้ยนผี ภาษาอังกฤษให้ชื่อว่า Wild Caia มีชื่ออื่นๆ เช่น ผักเสี้ยนตัวเมีย ส้มเสี้ยนผี ชื่อน่ากลัว แต่ดอกสวยดี ต้นและใบมีขนนุ่มสั้นคลุม ทุกส่วนหากนำมาขยี้จะเหม็นเขียว สงสัยที่ได้ชื่อน่ากลัวเพราะกลิ่นเหม็นกระมัง

 

ผักเสี้ยนผี ทุกส่วนใช้เป็นสมุนไพรได้หลายอย่าง เช่น ทั้งต้นใช้แก้ฝีหนองภายใน เช่นฝีในปอด ทาแก้โรคผิวหนังก็ได้ ใบเป็นยาระบายอ่อนๆ ดอก ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าพยาธิ ใบและเมล็ด ใช้ถูนวดให้เลือดเดินสะดวก

 

ดอกสีเหลือง รูปทรงดอกน่าเอ็นดู คือ หญ้าน้ำดับไฟ เป็นพืชล้มลุก แต่อายุหลายปี ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นตำผสมเหล้าพอกแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก พอกฝี ลดอาการปวดทำให้เย็นสบาย สมชื่อ แล้วยังใช้พอกศีรษะเด็ก แก้หวัดคัดจมูก ปวดศีรษะ หรือตำคั้นน้ำทาผิวหนังรักษาแผลพุพอง

 

มะระขี้นก (Wild Bitter Gourd) นั้นใครๆก็รู้จัก แต่คงนึกไม่ถึงว่า คนอยุธยา (และอีกหลายจังหวัด) เขาเรียกว่า ผักไห่  เพลง สาวผักไห่อยุธยา ที่ร้องกัน ผักไห่ก็หน้าตาอย่างนี้เอง ที่ตำบลนั้นคงเป็นดงผักไห่ เพราะเขาขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องปลูกให้เปลืองแรง โดยนกเป็นผู้แพร่กระจายพันธุ์

 

ผลอ่อน ยอดอ่อน กินเป็นผัก ลวกจิ้มน้ำพริกอร่อยนักเชียวสำหรับผู้ชอบรสชาติผักที่ออกขม หรือจะนำผลมาผัดไข่ก็ได้

 

ตำรายาไทยว่ามะระขี้นกมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยรักษาโรคเบาหาน ลดน้ำตาลในเลือด ผลดิบกินแก้โรคตับอักเสบ ม้ามอักเสบ และปวดเข่า ผลสุก ใช้คั้นเอาน้ำทาแก้สิวได้ หรือกินเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยทำให้เจริญอาหาร

 

 

ผักปลาบ พิศใกล้ๆดอกงามไม่แพ้ใคร ชื่อภาษาอังกฤษ บ่งบอกว่าขึ้นไปทั่ว นั่นคือ Spreading Dayflower เขาจะขึ้นแผ่ไปตามพื้นดิน ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีกาบรองช่อดอกไว้ เมื่อดอกบานเต็มที่ดอกจึงจะชูก้านโผล่ออกมาเหนือกาบ ดอกมีสีม่วงถึงน้ำเงินอมม่วง ใบเหมือนหญ้าแต่ตำราว่ายอดอ่อนกินเป็นผักได้ และยังใช้เป็นสมุนไพร โดยนำใบมาตำพอกฝีหรือแผลมีพิษได้ ภาพนี้ถ่ายไว้ก่อนฝนลง ช่วงฝนลงหนักไม่ค่อยเห็นดอก คงบอบบางสู้ฝนไม่ไหว

 

สุดท้ายพืชชื่อน่ากลัว ทำไมได้ชื่ออย่างนี้ก็ไม่ทราบได้ แต่จริงๆดอกสีสวยงาม และต้นก็มีประโยชน์มาก นั่นคือ ถั่วผี หรือ Scarlet Bean ซึ่งเป็นพืชล้มลุกตระกูลถั่ว การที่เป็นพืชตระกูลถั่วจึงใช้ปลูกเพื่อปรับปรุงดิน และคลุมดินในสวนผลไม้ได้ หากท่านผู้อ่านขับรถตามต่างจังหวัดคงจะได้เห็นถั่วผี ชูช่อไสวแกว่งไกวตามลม ที่ในบ้านผู้เขียนไม่มีต้นถั่วผี แต่เห็นตามข้างทางชอบใจสีสวยงามของเขามานาน ไปพบที่บ้านสวนของคนรู้จักเลยเก็บภาพมาฝาก

 

เสนอต้นไม้ชื่อผีสองชนิด แต่เป็นผีแสนสวย มีประโยชน์ทั้งคู่ อย่าไปถืออะไรกับชื่อ และขอแถมอีกผีแสนสวยคือ ผีเสื้อถุงทอง ที่ผู้เขียนภูมิใจในคุณภาพของภาพที่เก็บได้ครั้งนี้มาก

 

พืชที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า ต้นหญ้า หรือวัชพืช แค่ไม่กี่ชนิดที่พบก็ยังให้สีสันและความรู้สึกสดชื่นสว่างไสวปานนี้ ยิ่งค้นคว้าข้อมูลทำให้ได้คิดว่าไม่มีอะไรในธรรมชาติที่เกิดมาอย่างไร้ประโยชน์ ไร้จุดมุ่งหมาย เราเกิดมาเป็นมนุษย์คงไม่อยากมีชีวิตที่อายวัชพืช