เมื่อวานนี้ ครูอ้อยตกอยู่ในภาวะ....วาจาภวังค์ ตั้งแต่เช้า เที่ยง และเย็น
วาจาดี มีสุข
ถึงบางพูดพูดดีมีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต....จำ นำมาใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ขอเสริมว่า ต้องพูดตามความจริง จริงที่ออกมาจากใจ จะน่ารักแบบยั่งยืน
วาจามักจะมีความหมายเสมอ สำหรับคน คนที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าต่อหน้าและลับหลัง ไม่ควรพูดให้เสื่อมเสีย แบบพูดส่อเสียด
ยิ่งวาจานั้นหลุดออกมาจากปากบุคคลที่สังคมยกย่อง ไม่ว่า จะยกย่องจากคนเดียว หรือ หลายๆคนก็ตาม
ดังนั้น วาจา..มักจะมาควบคู่กับคนดีทั้งกายวาจาใจเสมอ เมื่อได้ยินประโยคใดใด ที่มากระทบหู และเข้าไปในสมอง จนกระทั่งบาดใจในที่สุด ทนต่อคำพูดนั้นไม่ได้ ก็จะต้องมีการกระทบกระทั่งกันด้วยกำลังกาย ดังที่เป็นข่าว
แต่ในสังคมที่มีหัวโขน ก็มักจะต้องอดทน อดกลั้น เก็บซ่อนไว้ภายใน แบบน้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก ปล่อยให้ตายใจไปก่อน แบบแค้นนี้ต้องชำระ หรือ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น
เมื่อวานนี้ นักเรียนมาเล่าเรื่องที่ครูพูด ครูพูดนะ ไม่ใช่ชาวบ้านพูด ครูที่เกิดก่อน ครูที่ได้รับการยกย่องของคนหนึ่งคนที่มีสิทธิออกคำสั่ง ท่านพูดส่อเสียด ท่านพูดปด ท่านพูดไม่จริง วาจาของท่านทำให้นักเรียนสับสน นักเรียนพากันเดินมาหา มาถามหาความจริง ในคำพูดของครูท่านนั้น
สรุปว่า....ไม่จริง ครูอ้อยพบกับวาจาที่ไม่จริง ตกอยู่ในภาวะ...วาจาภวังค์ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ครูอ้อยก็ตกอยู่ในภาวะนี้อีก
อูยยยยย...อยู่กับคน ไม่อยู่กับต้นไม้นะ
คำพูดไม่ดี หากผู้ฟังรู้จักฟัง..คิดก่อนโต้ตอบ หรือไม่ ก็ไม่โต้ตอบเสียก็ไม่มีเรื่องให้บาดใจกัน
ที่ไหนล่ะ จะมีแต่วาจาดี จากคนจริงใจ หรือชอบวาจาดี แต่ไม่มีจริงใจ..... หัดทำอยู่เหมือนกันนะ
วาจาดี จิตใจดี ใครๆ ก็อยากเป็น อยากทำ
แต่วาจาดี แค่ไหน ผู้ฟัง ไม่เข้าใจเจตนา ก็ไร้ผล พูดเท่าไร ก็เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟัง...
หรือท่านผู้อ่านคิดเห็นประการใด..ยืนยัน หรือปฏิเสธ
ครูพี่อ้อย ครับ
สบายดีไหมครับ...
จากบันทึกที่เขียน ผมเข้าใจในภาวะแบบนี้ดี ก็รับรู้ตามนั้น แต่เก็บขยะออกจากหัวใจให้หมดสิ้น...ก็พยายามทำอยู่ครับ
ผมนำโคลงมาฝากด้วยครับ
ก้านบัวบอกลึกตื้น...........ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน..........ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน...ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ...บอกร้ายแสลงดิน
ขอให้พี่อ้อยมีความสุขกับการทำงานมากๆครับ
ทรามกริยาส่อเชื้อ......ทรชน
ทรามจิตส่อแปลกคน........ต่ำต้อย
ทรามพจน์ช่างชอบกล......พงศ์ไพร่
ทรามจริตด่างพร้อย.........เทียบชั้นชนทรามฯ....
สวัสดีน้องเอกที่รัก
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
บางถ้อย ร้อยเรียง เพียงผิวเผิน
บางถ้อย ก้าวเดิน จากสี่หอ
บางถ้อย คิดเคียง กำมะลอ
บางถ้อย หยอกล้อ จนเกินงาม
นานาจิตตังครับป้าอ้อยเลือกหาเก็บเฉพาะสิ่งดีๆเอานะครับ
มาเป็นกำลังใจครับ
รพี
สวัสดีครับพี่อาจารย์อ้อย...
ทำหูทวนลมสิดี...แต่มีของดีมาฝาก
..............วจี หอมหวล ไร้สิ่งเหม็น
วจี ไม่เห็น แต่รับรู้
วจี หนักแน่น ผู้เป็นครู
วจี คงอยู่ คู่ฟ้าดิน.......
โชคดีครับผม
สวัสดีค่ะครูอ้อย ครูแตนคิดถึงครูอ้อยอยู่พอดีค่ะ ต้องขออนุญาตเสนอแนวทางนิดเดียวค่ะ หากทุกคนเฝ้ามองเพียงแค่ใจของเราเท่านั้น เราจะรู้เท่าทันกิเลสโดยใช้จิตวางเฉย ไม่เก็บเอามาเป็นกรรม ต้องขอบอกว่ากำลังฝึกจิตอยู่ค่ะ เพื่อเอาชนะกิเลส เหมือนที่ครูอ้อยมักพูดว่า อดทน อดกลั้นไงคะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วครูแตนก็ประสบเหตุเช่นกันแต่พยายามไม่นำพา ปรากฏว่าเราสบายค่ะ โชคคีค่ะ
เศษแก้วมันบาดคน แต่คำพูดของเศษคนมันบาดใจ
มาให้กำลังใจแม่อ้อย ครับ
เห็นใจครับ ครูข้างถนนคิดว่าตอนนี้ก็เหมือนแม่อ้อย เจอกับคำพูดที่ไม่โสภา เอาเสียเลยในแต่ละวัน ผมนิ่งไว้ตลอดครับ ทำตามบันทึกนี้ นิ่งเพื่อสยบความเคลื่อนไหว แต่ยิ่งนิ่งยิ่งได้ยินได้ยินและยิ่งเมตตาสงสารคนที่พูด สงสารเพราะมันเหมือนบทกลอนของคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ขอยืมหน่อยครับคุณเอก
ทรามกริยาส่อเชื้อ......ทรชน
ทรามจิตส่อแปลกคน........ต่ำต้อย
ทรามพจน์ช่างชอบกล......พงศ์ไพร่
ทรามจริตด่างพร้อย.........เทียบชั้นชนทรามฯ....
สวัสดีค่ะหลานชาย.... รพี กวีข้างถนน
คำพูด พุดดี ก็เป็นปาก
แต่ถ้าหาก พูดมาก อาจเป็นตูด
พูดบ่อยๆ นานๆย้อย เหมือนหูรูด
อยู่ที่ตูด ไม่มีดี เจ้าจงจำ
อิอิ...ขอพูดคำหยาบกับหลานชายนิดนึง ไม่ว่ากัน เอ็นดู
สวัสดีค่ะน้องชาย .... นายช่างใหญ่
พูดกี่ที กี่ครั้ง ยังจำได้
พูดหลายไป ไม่มีจริง เหมือนผีสิง
พูดจากใจ พูดไป ไม่ประวิง
เหมือนผีสิง ยิ่งพูดมาก น่ารำคาญ
ขอบคุณค่ะ น้องชายที่เป็นกำลังใจให้ครูอ้อย