ไม่เขียนไม่ได้ล่ะ ต้องบอกเล่าเก้าสิบให้ได้อ่านกัน ถึงเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ที่เรียกว่า อุบัติเหตุ ที่ไม่รู้ว่า จะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไร จึงเขียนเตือนสติตนเองและผู้อ่านว่า....อย่าประมาททุกเวลา
การมีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่รีบเร่ง ก็ต้องมียานพาหนะคู่ใจ คู่กาย หรือ อาจจะเป็นคู่กรรม ยามที่เธอเก่าและทำงานให้เราอย่างไม่มั่นใจ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง เอาใจใส่ให้มากยิ่งขึ้น
นอกจากการขับขี่ยวดยานของตนเองอย่างระมัดระวังแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังยวดยานของคนอื่นด้วย แต่ข้อคิด ข้อปฏิบัติที่ดีที่สุด ก็คือ ทุกคนขับขี่ยวดยานด้วยความระมัดระวัง ย่อมไม่เกิดอุบัติเหตุอย่างง่ายดาย แน่ๆ
นอกจากจะเกิดเหตุสุดวิสัย ที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับทุกคน
รถคู่ชีพของครูอ้อย เก่ามาก แต่อาจจะมีรถคันอื่นเก่ากว่าก็ตาม แต่รถคันนี้ บึกบึน และวิบากมามากแล้ว ทั้งวิ่งในเมืองหลวง ที่ต้อง หยุด วิ่ง วิ่ง หยุดมากๆ ย่อมเสื่อมสภาพได้เร็วกว่า รถที่วิ่งไปนิ่งๆ แน่นอน คิดเอาเอง.....
ปี 2538 ที่เราได้ซื้อรถคันนี้มา....ตั้งแต่น้องขวัญยังไม่เข้าโรงเรียน ครูอ้อยเพิ่งจะขับรถเป็น เมื่อปี 2547 นี่เอง
ขับเป็นตอนที่รถเธอเก่าแล้ว แต่ครูอ้อยก็อดทนใช้ ซ่อมแซมมาตลอดด้วยความรัก และประหยัดที่สุด



สวัสดีครับยามเช้าครับครูอ้อย
สวัสดียามเช้าค่ะ น้องชาย .... ครูสุ
ขอบคุณค่ะ ที่เป็นห่วงเป็นใยค่ะ
สติกับสตังค์นี่แยกจากกันไม่ได้เลยนะครับครูป้าอ้อย แหะๆ
" สติพัง สตังค์สูญ "
มีพ่อบ้านเป็นกำลังใจแบบนี้ หายเจ็บตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุแล้วล่ะ (ผมว่าน้าาาาาา...)
ด้วยความเคารพครับ
รพี
สวัสดีค่ะหลาน .... รพี กวีข้างถนน
อิอิ
ขอบคุณค่ะ หลานชาย
สวัสดีครับแม่ครูอ้อยสบายดีนะ
เพื่อนคู่ขาที่จะพาเราไปไหนต่อไหนได้ก็คือรถถ้าประมาทเพียงน้อยนิดก็อย่าคิดว่าปลอดภัย
การมีสติก็ทำให้เราประมาทน้อยที่สุดอีกอย่างกำลังใจทางบ้านแม่ครูก็มีอย่างมากมาย
รักษาสุขภาพบ้างนะครับต้องขับอย่างมีสติรับรองว่าปลอกภัยมากที่สุดประสบการณ์มักสอนอะไรเราเสมอหากคิดทบทวน
ขอบคุณครับ
แล้วทุกวันนี้ ยังใช้รถคันเดิมอยู่ไหมครับ เป็นห่วงแม่นะครับ ขอบคุณแม่มากๆ ที่ผ่านมาได้กำลังใจจากแม่....
สวัสดีค่ะน้อง ..... ขมิ้นเหลือง เดินดิน
ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง
ขอบใจมากคุณ Mr_Jod
แม่ก็ใช้รถคันเดิมน่ะค่ะ
สบายดี มีความสุขกับการทำงานค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ