ต้นไม้แต่ละต้นมีธรรมชาติของมันถ้าเรียนรู้จากมันก็จะรู้ว่า ที่ไหนดินดี ที่ไหนดินไม่ดี

ค่อนรุ่งของวันที่  17  พฤษภาคม  จัดการเรื่องที่นอน หมอน เต๊นท์กันได้แล้ว  ก็มีน้องอ้าย น้องจิ น้องนีน่ามาร่วมจองนอนหนำด้วย   จองแล้วหนีหายพากันไปอาบน้ำที่บ้านใหญ่  บรรดาป้า พี่จากกระบี่เลยคิดว่าไม่นอนกันแล้ว พากันเข้าไปแทนที่   เด็กๆกลับมา..ทำหน้าหายเหมือนจะร้องไห้.....อ้าว...บ้านหนูหายไปแล้ว......ฉันเลยให้จัดแบ่งบ้านนอนกันใหม่......เด็กๆหลังนึง....จิ๋ม-เล็ก...ป้อม-เขียว..จับคู่นอนคนละหลัง...เจี๊ยบ...ฉัน....แบ่งกันคนละหลัง.....ก็เรียบร้อยโรงเรียนครูบา...พากันเข้านอนสบายอุรา....เด็กๆยังไม่หลับ....วิ่งเข้าวิ่งออก....นีน่าเลยโดนราณีกัก...อดนอนหนำเลยในคืนแรกนี้ 

 

กว่าจะอาบน้ำเข้านอนก็ร่วมตีสองกว่าแล้ว..ก่อนนอนสวดมนต์ไหว้พระ.....กราบเจ้าที่เจ้าทาง...ขอความเมตตาให้ดูแลกันระหว่างที่มาพำนัก ณ สวนป่าแห่งนี้.....นอนหลับในเต็นท์สบายดี......สว่างรวดเลยค่ะ....แล้วยังตื่นเช้ากว่านอนที่บ้าน....ตื่นเช้าลองจับชีพจรตัวเองดูว่ามันเป็นยังไง....เอ๋! มันช้าลงแฮะ.....หรือว่าเพราะตื่นเช้า....ได้นอนป่าหลับสบาย.......อาบน้ำแต่งตัวเดินมาบ้านใหญ่.......พ่อครูบาตื่นแล้ว....หลายคนตื่นแล้ว.....ทีมกระบี่ยังไม่ตื่น......เด็กๆยังไม่ตื่น......พ่อครูบาชวนเดินเข้าชมสวนป่า....เดินกันไปตามทางลุยหญ้ากันไป......ฟ้าสว่างขึ้นแล้วแต่น้ำค้างพรมหญ้ายังเปียกอยู่เลย....เปียกจนมีคนถามขึ้นว่านี่รอยฝนตกใช่ไหม.....น่าแปลกใช่ไหมน้ำค้างอะไรมันช่างมากมายเหมือนได้น้ำรด.......แล้วก็มันสดชื่นเย็นเท้าดีค่ะ

kruba lecture

 

เดินตามพ่อครูไปแล้วก็ให้ทึ่ง.....มองเข้าไปเผินๆ......ป่าก็แค่ที่ที่มีต้นไม้อยู่มากมาย......ต้นไม้ทุกต้นดูเผินๆเหมือนขึ้นตามมีตามเกิด.......แต่ว่าความจริงไม่ใช่อย่างนั้น....ป่าที่แห่งนี้สอนให้รู้จัก “Chaordic organization” ที่จับต้องได้ด้วยตาอย่างไม่ต้องจินตนาการ......ความเป็นระเบียบที่มีให้เห็น คือ ต้นไม้ทุกต้นขึ้นอยู่ตรงไหน...ครูบาจำได้หมด.....ครูบอกว่าตอนปลูกครูตั้งใจปลูกให้มันอยู่ตรงนั้น.......ความไม่เป็นระเบียบอยู่ที่ความเป็นป่าที่ปลูกปนๆกันไป......บทเรียนบทแรกที่ฉันได้เรียนรู้เมื่อเดินเข้าสวนป่า......ต้นไม้สอนให้รู้จักว่าความมีระเบียบที่อยู่ในความไร้ระเบียบนั้นมันเป็นอย่างไร 

 

ดิน น้ำ ลม ไฟ คือ ธรรมชาติของโลก   สวนป่ามีบทเรียนสอนเรื่องดินและน้ำ   เดินเข้าไปแล้วสิ่งที่พบเจอ คือ ต้นไม้ใหญ่เล็ก  พื้นดินคลุมไปด้วยใบไม้ อย่างเช่น ใบยาง  ใบกระถินณรงค์ ใบและผลต่างๆที่ร่วงลงมา  ยังมีกิ่งก้าน เถาวัลย์มากหลายที่ถูกตัดทิ้งไว้   มันก็คลุมดิน  ใบไม้แห้งคลุมดินแถมให้ดินได้น้ำ  โดยใบไม้แห้งจะอุ้มเก็บน้ำไว้บ้างเมื่อฝนตกมา  ดินชื้นเพียงพอเพราะน้ำเพียงพอพืชจึงสดชื่น  ความชื้นจากดินผสมด้วยแนวไม้ทำให้ไม่ขาดน้ำและไม่เสียน้ำจนน้ำจน ความชื้นใต้ใบไม้ร่วงที่ทับถมกันส่งให้เกิดการย่อยสลายให้ได้ปุ๋ยมา....ต้นไม้อยู่รอดต่อ  ป่านี้ช่วยคนในเรื่องอาหารด้วยวิธีคิดที่แยบยลในการเพาะปลูก  ครูบาบอกว่าได้ตามหยอดสปอร์เห็ดและเมล็ดพืชที่เป็นอาหารไว้ในจุดต่างๆที่ควร วันดีคืนดีมันก็งอกขึ้นมาให้อาหารกับคน  ธรรมชาติของป่านี้มันวนเวียนอยู่ในวงจรให้คืนกลับ  ใบไม้ที่ย่อยสลายทำให้ได้มาซึ่งดินใหม่ๆ   วงจรอย่างนี้พลิกผืนดินทุ่งกุลาที่นี่ให้มีดินอุดม    ร้ายกาจๆ....ยิ่งนักค่ะครูบา สมแล้วที่ประชายกย่องให้เป็นปราชญ์แห่งโลกของการเกษตรไทย 

 kruba

 

สำหรับลม ไฟ   ไม้แห้งตัดออก ให้สลายตัวเป็นปุ๋ย ใบไม้ร่วงชื้นเพราะอุ้มน้ำไว้   แนวไม้ที่วางมีไม้สูงต่ำเป็นลำดับ  ปลูกวางไว้ให้เพื่อคานแรงลม  สูงต่ำทิศลมลดหลั่นกันลงมา  เอาไว้อยู่หมด   สภาพการณ์อย่างนี้กล้าพนันได้ ให้ร้อนแค่ไหน  ไฟป่าไม่มีทางเกิดที่นี่แน่นอน   ป่าที่ร่มครึ้มอยู่รอบๆบ้านอย่างไม่ไกลห่างช่วยเรื่องแรงลม  ลมที่พัดมาช่วยลดความร้อนจากแดดแผดจ้าให้เบาลงๆเหลือเพียงลมอุ่นที่ทำให้ร่างกายสบายๆ    เหงื่อไหลพอสบายได้ลมโชยมาสบายไปแปดอย่างสิบอย่างเลยค่ะ 

 

ครูบายังถ่ายทอดเคล็ดลับที่ต้นไม้สอนให้รู้จักดิน  ต้นไม้แต่ละต้นมีธรรมชาติของมันถ้าเรียนรู้จากมันก็จะรู้ว่า ที่ไหนดินดี ที่ไหนดินไม่ดี  ฉันไม่ขอกล่าวเรื่องนี้ไว้ในบันทึกนี้ เพราะมีหลายคนที่ไปเฮฮา5 ได้กล่าวไว้แล้วค่ะ สนใจตามไปอ่านตามบันทึกเหล่านั้นได้เลยนะค่ะ 

 

kruba

ชมป่ากันเบาะๆราวหนึ่งชั่วโมงกลับมากินข้าวเช้า   แม่หวี น้องออย ทีมงานเจ้าบ้าน เตรียมให้เสร็จแล้ว   กินไปคุยไป แล้วก็มีเสียงเรียกมาลงทะเบียนเรียนกันได้แล้วค่ะ  เชิญขึ้นชั้นบนของบ้านกันเลยค่ะ   เสียงเรียกหวานๆมาจากเหล่านักการทีมพิดโลก  ฉันจึงปลีกไปที่หนำอีกครั้ง เพื่อนำสมุดมาใช้บันทึกบทเรียนเอาไว้ใช้งาน    ครูบา คนชอบวิ่ง  ลุงเอกนั้นนั่งอยู่รอบนอกวง ในวงมีหลายคนมานั่ง  เด็กๆที่มานั่งร่วมด้วยช่วยกันฟัง มีน้องจิ น้องอ้าย น้องนีน่าเท่านั้น  น้องฝ้าย น้องไผ่ยังไม่เห็นหน้าเพราะครอบครัวลุงซิ่งของน้องจิยังมาไม่ถึง   อ.มนตรีและอ.ประสาท เทพกีตาร์นั้นเพิ่งปรากฏกายเช้านี้   

บรรยากาศสวนป่ายามเช้า