งานอื่นๆนอกจากการสอน  ครูก็ต้องทำอย่างเต็มความสามารถ เต็มใจ เต็มความรู้ เช่น  การเป็นกรรมการร้านสหกรณ์โรงเรียน  

แต่บางครั้งงานที่ไม่มีประสบการณ์  ต้องเรียนรู้และสั่งสมมาเป็นนานพอสมควร  งานนั้นจึงจะราบเรียบและปกติ 

เหมือนอย่างครูอ้อย วันนี้  กว่าจะราบเรียบได้  ครูอ้อย ต้องใช้ สติยั้งคิดมากทีเดียว  จนต้องคิดอยู่เสมอว่า...พระคุ้มครองคนที่ทำดีเสมอ  

การทำงานที่เป็นความร่วมมือกัน  รับผิด และรับชอบด้วยกัน  มีส่วนที่ดีมากๆ อย่างนี้นี่เอง....

*****

ในการเป็นคณะกรรมการสหกรณ์ วันนี้ครูอ้อยรับหน้าที่ต้องเปิดประตูตามเวลา 07.00 น  กรรมการขายของก็ยังมาไม่ถึง  ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน  ต้องรีบซื้อสิ่งของให้เสร็จอย่างรีบด่วน เพราะต้องไปทำงานอีก 

ดังนั้น  ความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นซ้ำ  ทั้งๆที่ครูอ้อยก็แก้ปัญหามาแล้ว คือ...แลกเศษเงินมาให้ครบถ้วน 

ยิ่งนักเรียนมาก ผู้ปกครองมาก  อิอิ  ครูอ้อยก็สับสน ทั้งต้องพูดจาหวานคำ ต้องศึกษาราคาสินค้าที่เปลี่ยนไปจากสัปดาห์ที่แล้ว   จากการขายเครื่องพลศึกษา  มาเป็นลูกเสือเนตรนารี  ที่ต้องมีเครื่องหมาย แสดงกอง หมู่ พวก ชั้น สนกุมากค่ะคุณขา 

แต่ครูอ้อยก็ไม่ย่อท้อ  จนกระทั่งหมดเวลาการขายสินค้า  เพราะนักเรียนต้องไปเข้าแถวเคารพธงชาติ  วันนี้ครูอ้อยต้องเป็นกรรมการนับเงิน 

เราแยกเงิน ใหญ่ น้อย เสร็จเรียบร้อย  พี่ครูท่านหนึ่ง นับ 2 ครั้ง ต่อหน้าครูอ้อย  เราลงหมายเหตุว่าขายได้เท่าไร...ลงลายมือชื่อ 

ครูอ้อย  รอนักเรียนสมาชิกที่ช่วยขาย  เก็บของเรียบร้อย   ปิดไฟ  ปิดแอร์  ปิดประตู 

มาล้างมือ  แล้วนำเงินมาให้กรรมการการเงิน    นับให้ตรงกับบัญชีที่ลงไว้  ....

ปรากฎว่า  หัวใจของครูอ้อย  ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม  เงินขาดหายไปตั้งจำนวนมาก  เธอนับอีก  ก็ขาดอีก 

ครูอ้อย  ต้องรีบเดินมาหาพี่ครูที่ช่วยครูอ้อยนับเงิน  และพาพี่ครูมายืนยันว่า...การนับเงินของพี่ครูอย่างไร 

คราวนี้นี่เอง  ต้องร้อง ...อ๋อ  พร้อมกับ  ดึงหัวใจที่ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม  ต้องนำหัวใจกลับมาไว้ที่เดิม  

พี่ครูนับเงินถูก  แต่พอมาอยู่ในมือ  พี่ครูนับ  จาก 100 กลายเป็น 1000

กลายเป็นครูอ้อย ขายของได้มากจริงๆ  เพราะ  เงิน 100 กลายเป็น 1000

เราทั้ง 3 คน ต้องเปลี่ยนจำนวนเงินในบัญชีให้ตรง  และลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน 

ครูอ้อยก็เดินกลับมา...ห้องพัก...ใจ  เห็นไหมล่ะคะ  ....พระคุ้มครองคนที่ทำดีเสมอ...คริ คริ