ลูกเป็นสมาธิสั้น.. หรือเปล่า

 

..กมล แสงทองศรีกมล

กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

 

ลูกเป็นสมาธิสั้น.. หรือเปล่า เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนสงสัย วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องเด็กสมาธิสั้นครับ

อาการสมาธิสั้นเป็นอย่างไร

เด็กสมาธิสั้นหรือที่ศัพท์ทางการแพทย์ ์เรียกว่า ADHD. ( Attention Deficit

Hyperactivity Disorder) จะมี 3 อาการหลักคือ

- สมาธิสั้น ช่วงความสนใจไม่ต่อเนื่อง ( Inattention )

- ซุกซน อยู่ไม่นิ่ง ( Hyperactivity )

- หุนหันพลันแล่น ใจร้อน รอไม่ได้ ( Impulsivity )

 

สมาธิสั้น

คนที่จะสังเกตเห็นอาการสมาธิสั้นคือคุณพ่อคุณแม่และคุณครู โดยพ่อแม่จะเห็นชัด เวลาสอนการบ้าน หรือให้ลูกอ่านหนังสือครับ คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะบอกว่า เวลาดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ เขาก็สนใจได้นานนะ.. คงไม่ใช่เด็กสมาธิสั้นกระมัง ตรงนี้เอามาตัดสินไม่ได้ครับ เพราะเรื่องพวกนี้ เด็กสมาธิสั้นมักสนใจได้นานครับ เพราะมันเป็นสิ่งเร้าที่ดึงความสนใจเด็กได้ อาการที่สังเกตุเห็นเช่นเมื่อทำการบ้านได้10-15 นาทีเด็กจะเริ่มไม่มีสมาธิ อาจขอไปเล่นก่อน ขอไปกินนำ้ เข้าห้องนำ้ เด็กบางคนใช้วิธีชวนคุยนอกเรื่อง คุณพ่อคุณแม่หลงกลก็มีครับ

นอกจากนี้อาจหงุดหงิด ไม่อยากทำ ยุกยิก อยู่ไม่นิ่ง เล่นของเล่นบนโต๊ะ วาดรูปเล่น มุดใต้โต๊ะ หรืออาการสมาธิสั้นอาจออกมาในแบบเหม่อลอย ฝันกลางวันก็ได้ครับ เด็กสมาธิสั้นมักจะวอกแวกง่าย ชอบหันไปสนใจอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ งานตรงหน้า เช่น เสียงโทรทัศน์ พี่น้องเล่นกันหรือคนคุยกัน ส่วนคุณครูก็จะเห็นในชั้นเรียน อาการสมาธิสั้นมักทำให้เด็กมีช่วงความสนใจไม่ต่อเนื่อง ครูมักบ่นว่าไม่ค่อยตั้งใจเรียน บางคนชวนเพื่อนคุย ชอบหาอะไรมาเล่น แหย่เพื่อน วอกแวกง่ายครับ เด็กสมาธิสั้นมักลืมของเป็นประจำ เช่นอุปกรณ์การเรียน ปากกา ดินสอ ยางลบ หมวกลูกเสือ กระเป๋า รองเท้าจะหายประจำครับ คุณพ่อคุณแม่บางคน ต้องซื้อของเผื่อไว้เป็นโหลๆ เพราะรู้ว่าเดี๋ยวก็หายอีก

 

อาการซน อยู่ไม่นิ่ง

เด็กสมาธิสั้นมักเล่นซุกซนมาก เล่นเสียงดัง รุนแรง อาจเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆครับ เช่นเดี๋ยวก็มี แผลถลอก พกช้ำ ดำเขียว อยู่เรื่อยๆ บางคนรุนแรงถึงกระดูกหักก็มีครับ เวลาเดินไปตามทาง หรือในห้างสรรพสินค้าอาจเอามือระๆสิ่งของ หรือราวทางเดิน

 

ั• หุนหันพลันแล่น อดทนรออะไรไม่ค่อยได้

เวลาจะออกจากบ้าน ถ้าพ่อแม่ยังไม่เสร็จธุระ เด็กจะรอไม่ได้ ถ้าต้องรอคิวอะไรสักอย่างหรือรถติดๆ

เด็กก็มักจะมีอาการหงุดหงิด บ่น ครับ

- พูดโพล่ง มักพูดแซงขึ้นมาก่อนที่พ่อแม่จะพูดจบ

- เวลาพ่อแม่หรือญาติพูดคุยกัน มักเข้ามาแทรก สนใจ อยากรู้อยากเห็นด้วยเสียทุกเรื่อง

 

ปัญหาการจัดการและควบคุมข้อมูลของสมอง ( Executive function )

- เวลาสั่งหรือพูดอะไรด้วย มักไม่ค่อยฟัง เข้าทำนองเข้าหูซ้ายทะลุ ออกหูขวาครับ

- ปัญหาการจัดการข้อมูล

ถ้าสั่งงานให้ทำอะไรสัก 2-3 อย่างต่อเนื่องกัน

เด็กมักจำได้แต่เรื่องสุดท้ายหรืองง จำไม่ได้เลย

- มักควบคุมตัวเองไม่ได้

- มีปัญหาในการเรียงลำดับเหตุการณ์หรือลำดับความสำคัญ

- สะเพร่า เลินเล่อ มักผิดพลาดโดยเกิดจากการไม่รอบคอบ มักไม่วางแผน มี ปัญหาในการจดจำสิ่งซึ่งทำผิดพลาดไปแล้วในอดีต ( ผิดแล้วผิดอีก ไม่จำ ) ซึ่งมักเป็นปัญหาน่าปวดหัวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ครับ

- เด็กสมาธิสั้นมักจะไม่มีการวางแผนล่วงหน้า

 

ปัญหาอารมณ์และพฤติกรรม

เด็กสมาธิสั้นมักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ หงุดหงิดง่าย ไม่เชื่อฟังคำสั่ง อาจมีพฤติกรรม ก้าวร้าว รุนแรง

 

อาการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อนะครับ ซึ่งแพทย์จะเป็นคนประเมินจากข้อมูลจากการซักประวัติพ่อแม่ แบบสอบถามจากคุณครู และการประเมินตัวเด็กเอง

 

เด็กสมาธิสั้นจำเป็นต้องซนหรือไม่

เด็กส่วนใหญ่อาจมีอาการครบ ทั้ง 3 อย่าง แต่มีเด็กสมาธิสั้นกลุ่มหนึ่งที่มี เฉพาะอาการเฉพาะข้อแรกเท่านั้น ( Inattentive type ) ดังนั้นบางคนเด็กสมาธิสั้นไม่จำเป็นต้องซนเสมอไปครับ

 

ั• คนอื่นเช่นคุณครู ญาติ พี่น้อง บอกว่าลูกเป็นหรือไม่เป็นสมาธิสั้น จะเชื่อดีไหม ?

อาการสมาธิสั้นมีเกณฑ์ในการวินิจฉัย ซึ่งจะวินิจฉัยโดยแพทยเท่านั้น แพทย์ทั่วไป กุมารแพทย์หรือจิตแพทย์สามารถให้คำแนะนำและวินิจฉัยขั้นต้นได้ ในกรณีมีปัญหาอาจปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเช่น จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือกุมารแพทย์สาขาพัฒนาการเด็กก็ได้ครับ โดยแพทย์จะมีการตรวจประเมินอย่างละเอียด รวมถึงการวัดระดับสติปัญญา ( I.Q. test ) ความสามารถในการอ่าน เขียน ( Achievement test ) ในกรณีสงสัยว่าจะมี ภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ L.D. ( Learning disorder) ร่วมด้วย คุณครู ญาติ พี่น้อง มักให้ความคิดเห็น ตามประสบการณ์ ความรู้สึกของตนเอง หรือเปรียบเทียบเอง ซึ่งอาจผิดพลาดได้ง่ายครับ

 

กลุ่มอาการอื่นที่ดูคล้ายโรคสมาธิสั้น

บางครั้งอาจพบว่าเด็กบางคนดูคล้ายเด็กสมาธิสั้นครับ แต่จริงๆ อาจไม่ใช่เช่น

- เด็กที่ซนมาก เนื่องจากการที่เด็กไม่ได้รับการควบคุมกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย พูดง่ายๆ ก็คือเด็กดื้อที่พ่อแม่ตามใจนั่นเองครับ เด็กกลุ่มนี้สามารถทำอะไรก็ได้ เคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง เนื่องจากพ่อแม่ห้ามไม่ฟังเลย และพ่อแม่เองก็ไม่มีวิธีการควบคุมลูก

- เด็กปัญญาเลิศ ( Gifted child ) คือเด็กที่มี ระดับสติปัญญาสูงมาก ( I.Q. อาจสูงถึง 130-140 ) เด็กกลุ่มนี้ก็จะดู คล้ายเด็กสมาธิสั้นครับ เนื่องจากความที่เขาฉลาดมาก จึงมักมีความอยากรู้อยากเห็น มีพลังงานในตัวเองมาก นอกจากนี้เขาจะมีสมาธิดีมากใน เรื่องซึ่งตนเองสนใจ แต่ถ้าเรื่องไหนไม่อยู่ในความสนใจ ก็อาจไม่สนใจเลย จึงดูคล้ายเด็กสมาธิสั้นได้ แต่เรื่องไหนที่สนใจ เขาก็จะพยายามค้นคว้าจนมีความรู้เกินวัย ที่ผมเคยเจอก็เช่นเด็กปัญญาเลิศคนหนึ่งสนใจเรื่องเครื่องบิน เขาก็จะค้นคว้าจนรู้จักเครื่องบินทุกรุ่น รู้ไปจนถึงเครื่องยนต์กลไกในการบิน และการบังคับการบินในห้องนักบิน บางคนสนใจเรื่องดาราศาสตร์ อาจศึกษาลึกลงไปถึงวงโคจรของดาวอังคารเลยทีเดียว ผมว่าเรื่องเด็กปัญญาเลิศนี่ น่าสนใจนะครับ วันหลังเราคงมีโอกาสคุยกันเฉพาะเรื่องนี้อีกครั้ง

สาเหตของสมาธิสั้นุคืออะไร

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบครับ แต่มีการศึกษาวิจัยมากพอควรที่ทำให้รู้กลไกว่าเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล กล่าวคือมีสารเคมีในสมอง 2-3 ชนิด ( Dopamine , Noradrenaline, Serotonin ) มีปริมาณน้อยกว่าปกติในพื้นที่หนึ่งของสมองที่ทำงานเกี่ยวกับ สมาธิ และความสนใจที่ต่อเนื่อง ร่วมกับมีัีความบกพร่องเล็กน้อยของของสมองบางส่วน และมีการศึกษาวิจัยพบว่าเด็กสมาธิสั้นอาจมีเรื่องของพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง

แต่ไม่ทุกราย ( ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ) ครับ โรคสมาธิสั้นนั้นจะพบได้บ่อยในเด็ก โดยพบถึง 3 - 10 % ของเด็กวัยเรียนและพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 4 - 6 เท่าครับ

 

รู้แล้วว่าเป็น..ถ้าไม่รักษาจะได้หรือไม่

ปัญหาของอาการสมาธิสั้นนั้น หากเราไม่ช่วยเหลือ เด็กสมาธิสั้นจะได้รับผลกระทบคือ

1.ผลการเรียนไม่สมกับระดับสติปัญญาเช่นเด็กบางคนฉลาด ( วัด I.Q. test ได้คะแนนสูง ) แต่เรียนอยู่ในลำดับท้ายๆ ของเพื่อนในชั้นเรียน

2. กระทบความภาคภูมิใจในตัวเอง เพราะเด็กสมาธิสั้นส่วนใหญมักจะมี ปัญหาไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยรับผิดชอบ

จึงทำให้ถูกดุถูกุว่าทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่ภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่งอาจติดตัว เด็กไปจนโตครับ คุณพ่อคุณแม่บางคนจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทีี่สำคัญกว่าผลการเรียนเสียอีกครับ

เด็กสมาธิสั้นเป็นเด็กซึ่งน่าช่วยเหลือนะครับ บางคนฉลาด I.Q.ดี แต่เรียนไม่สม I.Q. ตัวเอง เนื่องจากอาการสมาธิสั้นฉุดความสามารถที่แท้จริงไว้ ดังนั้นเมื่อเด็กได้รับการช่วยเหลือแล้ว ผลการเรียนจะดีขึ้นอย่างชัดเจน เช่นเมื่อก่อนผลสอบได้เกรด1 เกือบทุกวิชา หลังการช่วยเหลือ1 เทอม ผลการเรียนดีขึ้นมากเป็นเกรด 3 ทุกวิชาก็มีครับ คุณพ่อคุณแม่จึงควรมองการช่วยเหลือ รวมถึงการใช้ยาในแง่ดี คือจะช่วยเสริมศักยภาพให้ลูก และนอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งสูงค่ามาก เงินทองก็หาซื้อมาให้ไม่ได้ นั่นก็คือความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองของลูกนั่นเองครับ