วันนี้แค่มีคำถาม ถึงความสุขความสมหวังและความผิดหวัง ในความรักและชีวิตคู่ กับคำถามคำตอบ และความรู้สึกของเพื่อนฝูงแวดล้อม ที่ต่างบอกกล่าวบางด้านบางมุมของชีวิต ให้ได้คิดตามและคิดต่อ ว่าเหตุใดในความหมายของคำว่าเนื้อคู่ เราแต่ละต่างต้องค้นหากันอีกกี่มากน้อย กว่าจะพบเจอคำตอบนั้นของชีวิต

เนื้อคู่กันแล้ว

 

อ้างอิง - ภาพ http://www.oknation.net/blog/DECHARIN

วันนี้อ่านเรื่องราว

มองคำกล่าวในชีวิตผู้คน

หรือกระทั่งอ่านข่าวสารดารายามนี้

ยิ่งให้ฉุกคิดขึ้นมา ถึงสิ่งซึ่งแวดล้อมตัวตนของมนุษย์ มีสิ่งใดบ้างนอกเหนือจากหน้าที่การงาน สุขภาพอนามัย ความพึงพอใจในชีวิต ความเป็นอยู่ การทำมาหากิน ความรักและความอบอุ่นในชีวิตครอบครัว หรือกระทั่งความรักในคนที่เรารัก หรือเขามารักเรา นอกเหนือจากนั้นมีบ้างไหม สำหรับปัจจัยที่ครอบงำให้ชีวิตของเราได้กล้าย่างไปเบื้องหน้า

พักหลังข่าวคราวดารานักแสดงนักร้อง

ที่มักถูกประชดประชันถึงคนรัก

ว่ามักชอบเลือกแต่คนรวย

ยิ่งพาลให้เข้าใจความจริงของชีวิตบางสิ่ง พร้อมกับแนวโน้มในความจริงของสังคมผู้คน ในคำหยอกล้อในกลุ่มวัยรุ่นเรื่องความรัก ที่รักคนเลว ชอบคนดี แต่แต่งงานกับคนรวย ไม่นับรวมกับความจริงเมื่อยามเช้า ฟังเสียงตอบคำถามของดาราสาวคนหนึ่งที่ตอบข่าวลือ

ว่าเธอเลือกแต่คนรวย

ถ้าเธอจะมีคนรัก คนรักนั้นต้องรวย

เธอตอบโดยไม่ปฏิเสธในทำนองน่าสนใจ

ว่าอยากให้เขาดูแลตัวเองได้ แต่ก็มีหลายปัจจัยว่าเราต้องรักเขาด้วย หรือกระทั่งว่าเขารวยแล้วดูแลตัวเองได้ เขาจะได้ไม่ให้เราต้องมานั่งดูแล หรือมองว่าเราก็ดูแลตัวเองได้ เขาก็ดูแลตัวเองได้ ต่างคนต่างไม่ต้องมานั่งดูแลกันและกันให้มาก ซึ่งในประโยคเหล่านั้น ล้วนอธิบายชัดเจน

ในความจริงของความรักเศร้าเคล้าอมตะ

ซึ่งนวนิยายมักเลือกสรรให้ความรัก

ต้องทนนั่งกัดก้อนเกลือกิน

อาจกลายเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ในความจริงของชีวิตวันนี้ เมื่อยามเรานับความมั่งมีศรีสุขด้วยเงินทอง และสินทรัพย์เป็นที่ตั้ง ความรักอมตะดูดดื่ม หรือรักนั้นฉ่ำหวาน ด้วยความยากแค้นแสนลำเค็ญ กัดก้อนเกลือเค็มให้เป็นความหวาน หรือมองผ่านความยากลำบากร่วมกัน

ดูจะไม่ใช่หลักยึด

และอุดมคติของผู้คนรุ่นหนึ่ง

ที่ไม่ค่อยจะสนอกสนใจในความรู้สึกเหล่านี้

เพราะความรักมีสิทธิ์เลือกสรร และคัดสรรกันได้ ในความจริงทางธรรมชาติ ของสิ่งมีชีวิตที่มักเลือกสิ่งที่ดีกว่า ไม่นับรวมกับความจริงบางประการ หากยืนอยู่นอกกฎเกณฑ์แบบรักอมตะ ความรักแท้จริงเท่านั้นจึงจะดีที่สุด เหมือนเช่นที่พ่อแม่บ่าวสาว ซึ่งปรารถนาให้ลูกได้ดี

ใครบ้างไม่เข้าใจหัวอกพ่อแม่ที่รักลูก

และอยากให้ลูกไม่ตกยากลำบาก

หรือแบกรับปัญหาชีวิตคู่

การเลือกหนทางที่ง่าย และจับต้องได้มากที่สุด เมื่อความรักกับคนที่ร่ำรวยเป็นความจริง ไม่แตกต่างจากความรักกับคนยากจน หากว่ามีความรัก สถานะก็คงไม่แตกต่างมิใช่หรือ หากต้องมานั่งเถียงประเด็นเหล่านี้ ด้วยความคิดรวบยอด ความจริงเช่นนี้คงยากหาข้อสรุปอย่างแน่นอน

 

 

สำหรับความจริงในการใช้ชีวิต

เราคงต้องทำความเข้าใจในพื้นที่ความคิด

มองชีวิตผู้คนความใฝ่ฝันด้วยความหลากหลาย

รับฟังในแต่ละแง่มุม ในแต่ละเป้าหมาย และจินตนาการของความรัก รุ่นน้องผู้หญิงยังเคยเปรยให้ฟัง หลังภาวะอกหักติดพันจากคนรักเป็นปี ว่าลึกลึกโดยส่วนตัวเธอแล้ว เธอรู้สึกว่า ตัวเองมีปมในเรื่องความรัก และมีปมเรื่องครอบครัว เหมือนเธอหวาดกลัวชีวิตรัก

เธออธิบายว่าเธอเติบโตในครอบครัวที่แตกแยก

เธอเห็นการทะเลาะเบาะแว้งและการเลิกร้าง

จนวันหนึ่งเธอรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ฝังลึก

และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เธอหลงลืม วันที่เธอเห็นพ่อหิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน หลังทนทะเลาะกับแม่เป็นปีปี คือวันที่เธอรู้สึกดี ว่าไม่ต้องทนเห็นเสียงด่าทอและทะเลาะเบาะแว้ง เธอไม่รู้ว่า เวลาหลังจากนั้นนานนับสิบปี จะทำให้เธอหวาดกลัวสิ่งที่เรียกว่าความรักและคู่รัก

เพราะเหมือนเธอเชื่อเสมอ

ว่าเมื่อวันหนึ่งคนที่รักเธอก็จะเดินจากไป

และเธอก็จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอันแตกร้าวของรัก

เธอเปรยให้ฟัง หลังระยะเวลานานนับปี ที่นั่งร้องไห้กับคนรักที่เดินจากไป และมองเห็นชีวิตตัวเองที่มีความหวาดระแวงแอบอยู่ในใจ ไม่ว่าจะใครก็ตามในห้วงยามที่ร้องไห้ คงนึกได้ถึงอดีตชีวิตตัวเอง เมื่อเรามีชีวิตร้องให้กับทุกสิ่งในชีวิต ทุกเรื่องราวเหมือนฉายวนกลับมา

เหมือนเพื่อนผู้ชายของผม

ที่มักหัวเราะไปกับปมประหลาด

เมื่อยามได้รักชอบพอกับหญิงคนใด

ผู้หญิงคนนั้นมักมีอันต้องเดินทางไกลไปจากชีวิต หญิงคนที่เขารักผ่านเข้ามาในชีวิตสามสี่คน ก็ล้วนต้องมีวันพลัดพราก ส่วนใหญ่ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบินไปเรียนอเมริกา หรือไปเรียนรัสเซีย จนกระทั่งทุกครั้งในยามคุยเล่นยามข้ามคืน เรามักหยอกล้อเสมอถึงชีวิต

หญิงคนใดได้คบหาดูใจมักได้ดิบได้ดี

ได้ไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองรักชอบ

ได้โอกาสที่ดีกว่าของชีวิต

ล่าสุดหลังจากห่างหายไปกว่าสัปดาห์ เขาโทรศัพท์มาตามทวงถามเวลา ว่าเมื่อไรวันใด จะได้เริ่มต้นสนทนายามข้ามคืน ก่อนจะปิดท้ายการสนทนาที่ยาวนาน ว่าเมื่อหลายวันก่อน มีโทรศัพท์ของหญิงสาว ที่โทรมาชวนไปนั่งคุย หลังจากไม่ได้พบปะกันมานานหลายสัปดาห์

มึงจำได้ไหม คนที่กูเคยเล่าให้ฟัง

เออ จำได้ คนที่มึงไม่ได้พามาให้รู้จัก

ที่รู้แต่ว่า ทำงานอยู่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม

เออ นั่นแหละ วันก่อนเขามาบอกกูวะ

ว่าเขาจะไปเรียนต่อออสเตรเลีย

 

ผมได้แต่นั่งฟังเงียบเงียบ ก่อนจะหัวเราะแล้วพูดเสียงเบาเบา แล้วตอบน้ำคำในใจเพื่อนว่า ดีแล้ว ที่เรายังคงรักษาตัวตนของตัวเราเองไว้ได้ คบใครแต่ละคน รักผู้หญิงคนไหน เขาคนนั้นก็ได้ดิบได้ดีไปถ้วนหน้า รักใครแล้วเขาก็เจริญรุ่งเรือง ผมได้แต่ชมเขาเงียบเงียบ

ในท่ามกลางเสียงหัวเราะขื่นขื่น