ชิเน กทริยํ ทาเนน พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

       เมื่อวานเป็นวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2551 จ๊ะจ๋าตั้งใจอย่างมากที่จะไปวัดซึ่งมุ่งมั่นที่จะทำบุญ ทำทาน  ท่านหลายคนเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เราชำระร่างกายทุกวัน แต่จิตใจท่านได้ชำระกันบ้างไหม? และนี่เองที่ทำให้จ๊ะจ๋าอยากจะไปชำระจิตใจในวันสำคัญของเราชาวพุทธ  ซึ่งถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดี

    วันนั้นมีเพื่อนร่วมทางหนึ่งคน ซึ่งเป็นคนไทยที่ไม่ชอบเข้าวัด (เค้าบอกเอง ไปวัดเพราะโดนบังคับ ทำให้จำฝังใจตั้งแต่เด็กว่าไม่ชอบเข้าวัด)  เราเดินทางไปทำบุญกันตั้งแต่เช้า ณ วัดสระปทุม หรือ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนพระราม ๑ ระหว่างศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์และสยามพารากอน  สิ่งที่น่าตื่นเต้นเมื่อเข้าไปในวัดที่อยู่ในย่านวัยรุ่นคือ  ผู้คนที่แห่กันมาทำบุญอย่างล้นหลาม และส่วนใหญ่คือวัยรุ่นที่มากับพ่อแม่ นักศึกษาก็มีมากมายคะ น่าชื่นใจคะที่วัยรุ่นสมัยนี้เข้าวัดเข้าวา ฟังเทศน์ ฟังธรรม...

      หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปวัดที่ 2 กันเลยนั่นคือ วัดระฆัง หรือ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  ที่อยู่ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามท่าช้างวังหลวงผู้คนล้นหลามอีกเช่นเคย..เสียงระฆังดั่งก้องกังวานมาแต่ไกล ยิ่งใกล้วัดเข้าไปทุกที เสียงระฆังยิ่งฟังชัดและถี่มากขึ้น   ....

สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. ชาวพุทธในเมืองกรุงยังมีความศรัทราในพระพุทธศาสนากันอย่างเหนียวแน่น

2. เด็กกรุงอีกจำนวนมากที่หันหน้าเข้าวัดในวันสำคัญ

3. น่าดีใจที่วัดระฆังมีการจัดระเบียบ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่บริเวณวัดได้อย่างเป็นระเบียบ

(ลองไปดูซิคะ ว่าดีแค่ไหน)

4. มีการให้อาหารปลา ณ หน้าท่าเรือข้ามฝาก (แต่ก่อนไม่มี)

5. ได้เรียนรู้ว่า "การให้ สุขใจกว่าการรับ" และสามารถทำให้เราอมยิ้มได้ตลอดเวลา เมื่อนึกถึง

ดั่งคำที่ว่า  ชิเน กทริยํ ทาเนน พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

คุณละเรียนรู้อะไรจากวันสำคัญ?