วันที่ ๑๓ พ.ค. ๕๑ ผมไปร่วมประชุมของแผนกแพทยศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อร่วมกันคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลอันทรงเกียรติ สาขาแพทยศาสตร์ มีผู้สมัคร ๔ คน จากโรงเรียนแพทย์ ๔ แห่ง
ผมชอบไปร่วมการประชุมแบบนี้ ยิ่งได้อ่านข้อเสนอ “ความฝัน” ของแต่ละคนที่เขียนไว้ในใบสมัคร ผมยิ่งอยากมาประชุม เพราะอยากฟัง “ความฝัน” ของคนหนุ่มสาวที่มีสติปัญญาสูงสุดของแผ่นดินเหล่านี้จากปากของเขาเอง ซึ่งจะได้ tacit knowledge เพิ่มจากข้อเขียนมาก และเมื่อตอบคำถาม tacit thinking ก็จะยิ่งออกมาอย่างอัตโนมัติ ดังนั้นผมไม่ใช่แค่ไปร่วมสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกเท่านั้น แต่เพื่อไปเรียนรู้จากคนหนุ่มสาว ไป “จับภาพ” อนาคตของวงการวิชาการแพทย์ไทย
ผมใช้เวทีสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้รับทุนเป็นเวทีเรียนรู้ของผม เรียนรู้ทั้งจากอาจารย์แพทย์หนุ่มสาวที่สมัคร ๔ คน และเรียนรู้จากกรรมการผู้สัมภาษณ์กว่าสิบคน เรียนรู้จากคำถาม และจากคำตอบ รวมทั้งเรียนรู้จากคะแนนที่กรรมการแต่ละคนให้ด้วย ผมมีข้อสังเกตว่าแม้คะแนนของกรรมการมีส่วนสอดคล้องไปทางเดียวกัน แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างกันมากด้วย ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ให้คะแนนผู้สมัครบางคนแตกต่างออกไป เพราะผมพยายามเดาไปข้างหน้าว่าผู้สมัครคนไหนจะทำประโยชน์แก่วงวิชาการแพทย์ของประเทศได้มาก ผมติดใจคนอายุประมาณ ๓๐ ที่คิดเชิงระบบเป็น มีข้อมูลประกอบการคิดระบบ และมีจินตนาการไปข้างหน้าว่าตนจะมีส่วนทำอะไรให้แก่ประเทศในเรื่องนั้น
ในการสัมภาษณ์แบบนี้ สิ่งที่ผมพยายาม “เพ่ง” หาจากผู้สมัคร คือแรงบันดาลใจ และ จินตนาการ ต่องานที่เขาเสนอ
วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ค. ๕๑