กว่าผมและน้องๆจะเสร็จเรื่องภารกิจที่ดงหลวง มุกดาหารก็ปาเข้าไปเกือบสามโมงเย็นแล้ว

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีเวลามากมายที่จะเดินทางไปสวนป่าพ่อครูบา

แม้ว่าจะผิดเวลากับการที่นัดน้องๆอีกกลุ่มหนึ่งที่ขอนแก่น มหาสารคาม เราก็ใช้เทคโนโลยีสมัยนี้บอกกล่าวกัน

ท้ายรถเรามีกล้า "สะตอป่า" และ "ตะไคร้ต้น" สักยี่สิบกล้าเพื่อเอาไปฝากท่านครูบา เห็นท่านบอกเคยมีแล้วถูกคนที่ไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไรตัดทิ้งไปเสีย  ไม่เป็นไร ดงหลวงมีชาวบ้านเพาะกล้าไว้เสมอจึงเอามาฝาก

อีกอย่างคือ "ว่านสาวหลง"  แหะ แหะ ตาสว่างเลยหละซีคุณหมอชอบวิ่ง อันนี้ป้าจุ๋มสอบถามไปถึงบางทรายว่าดงหลวงมีว่านชนิดนี้ไหม หากมีเอาติดมือมาบ้าง

มีครับ  ผมตรวจสอบกับหมอยาพื้นบ้านแล้วมี ใช่ ของแท้  ..โห..ขนาดขับรถมายังมีสาวนั่งติดรถมาด้วยตั้งสามคนแน่ะ...อิอิ  คุณหมอชอบวิ่งอย่า..ตาร้อน. อิอิ ของจริง  ของจริง..

เรามาถึงขอนแก่น หกโมงเย็น ผิดเวลาที่ตั้งไว้เดิมถึงสามชั่วโมง

จัดการส่งเพื่อนแล้วก็เข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดชุดไปสวนป่าเข้าแทนที่ ตบหัวเล่นๆเจ้าคุกกี้ที่มาคลอเคลียเราไม่ห่าง น้องหมามันดีใจที่เรากลับมาบ้าน  แต่เขายังคงไม่รู้ว่าเรากำลังจะเดินทางต่อไปอีกแย้วววว

ออกจากบ้านไปรับน้อง(ติ๋ม)ที่หอพัก แล้วเริ่มเดินทางไปมหาสารคามเพื่อรับน้องสุนัยอีกคนหนึ่ง ระหว่างทางฝนตกลงมาห่าใหญ่ แต่เพียงเดี๋ยวเดียวก็หยุด  มารับน้องสุนัยแล้วแวะทานข้าวต้มกัน

เมื่อเราเดินทางต่อ ถามว่ามีใครในรถเคยเดินทางไปสตึกยามกลางคืนบ้าง  ไม่มีสาวคนไหนยกมือ  แต่พอเดาเส้นทางได้อยู่ น้องสุนัยโทรติดต่อเพื่อนผู้รู้เส้นทางดีหนึ่งครั้งเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

มีฝนตกมาเป็นครั้งคราวครับ

ผมถือโอกาส อธิบายเรื่องราวสวนป่า เฮฮาศาสตร์ G2K และ blog ให้น้องๆฟัง  เพราะทั้งสามสาว ไม่มีใครเป็น blogger แต่พอได้ยิน paleeyon เล่าให้ฟังบ้าง  ผมเล่าให้ฟังบ้าง

เราถึงสตึกเวลาประมาณ ห้าทุ่ม ผมเลี้ยวรถเข้าถูกต้อง อิอิ ลุ้นตั้งนาน ขับไปเส้นทางถูกต้องเห็นป้าย "ทางไปสวนป่าครูบาสุทธินันท์"  แต่ดูจะเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ผมเคยมา  พอถึงทางเข้าสวนป่ามีป้ายขนาดใหญ่บอก เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปอย่างมั่นใจ  อา....เรามาถูกต้องแล้ว..ใช้ได้  ผมนึกในใจ 

แต่ขับไปสักพักพบว่า  เอ..ถนน ทำไมดูแปลกๆ มันเป็นป่ายูคา ถนนรอยฝนตกมีหลุมมีบ่อ ต้นไม้ วัชพืช ขึ้นรกเต็มสองข้างทาง  น้องๆ สาวๆ ต่างส่งเสียงว่า ใช่ทางไปสวนป่าหรือเปล่า อาจารย์...  ผมตอบว่า เอ..ไม่แน่ใจว่ะ..  อ้าว... เสียงสามสาวต่างร้องขึ้นมาพร้อมกัน

งั้นอาจารย์กลับไปอีกทางดีกว่า  เอากลับก็กลับ  สักพัก  ต่างก็สังเกตว่า  ไม่มีรอยรถ  เส้นทางก็ดูจะไม่น่าใช่ทางไปบ้านคนเลย  อาจารย์ค๊ะ หนูว่าผิดแล้วค่ะ  อือ...ก็คิดเหมือนกันแหละ...อ้าว....สามสาวต่างร้องมาพร้อมกันอีกครั้ง  เราเลี้ยวรถกลับใหม่อีก 

อาจารย์ลองไปอีกทางหนึ่งซิ  น่าจะใช่นา...คราวนี้  สักแค่ 10 เมตรเท่านั้น  ไม่ใช่แล้วอาจารย์  วุ้ย...ยุ่งหละหว่าทีนี้ มืดก็มืด เงียบก็เงียบ มีแต่เราสามสี่คนนี่แหละ...  เราตัดสินใจกลับไปตั้งต้นตรงทางเลี้ยวมาใหม่   ทบทวนลักษณะเส้นทางดูต่างลงความเห็นว่าเส้นทางแรกน่าจะใช่แล้ว  เอ้าเอาใหม่ อิอิ

ลึกเข้าไป ถนนมีหลุมมีบ่อ หญ้า วัชพืชสองข้างทางรกยืนออกมาคลุมถนน ดูหวั่นๆ... สักพักใหญ่ผมบอกน้องๆว่า เฮ้ย..น้ำมันกำลังจะหมด....หา....สามสาวร้องลั่น   ตายเลย.......จะทำไงดีนี่....

ผมปล่อยก๊ากสสสสส  แซวเล่นน่า... 

เท่านั้นเอง สามสาวบ่นกะปอดกะแปด ตกใจหมดเลย....

สักพักเดียวน้องเอื้องบอกว่าเห็นแสงไฟแล้ว นั่น นั่น......เฮ้ เฮ้.....เรามาถูกแล้ว..เฮ้....

ใช่จริงๆ  พลันเราเห็นแสงไฟรถข้างหน้า ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าใช่แล้ว

ผมเลี้ยวรถเข้าสวนป่าเห็นเตาเผาถ่านขนาดใหญ่ตรงหน้า นึกออกว่า ตลอดเส้นทางที่เข้ามาแล้วเราหลงวนไปมานั่นคือเส้นทางที่ผมไม่เคยขับมา  เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง เรียกว่าทางด้านหลัง..

เรามาถึงพร้อมกันกับทีมพิษณุโลกของคุณหมดคนชอบวิ่งพอดี

เท่านั้นเองมหกรรมการกอดก็เกิดขึ้นพลัน.. เฮ.....