ความจริงวันนี้น่าจะเขียนเป็นอนุทินชีวิตได้เลย  เนื่องจากภายในวันเดียวกันเช้าจรดเย็นเอง.....จากเหตุการณ์วุ่นวายมาเป็นโชคดีเหลือขนาด 

อูย.....ยังตื่นเต้น ดีใจไม่หาย 

ที่ว่า....วุ่นวายเมื่อเช้านี้คือ  การเป็นกรรมการร้านสหกรณ์โรงเรียน ที่ได้เล่าให้อ่านแล้ว  ครูอ้อยต้องไปช่วยพี่ครูผู้จัดการคนใหม่  ขายของให้นักเรียนที่ร้านสหกรณ์ในคราวเปิดเทอมใหม่  ตั้งแต่ 07.00 - 09.45 น. ยืนตลอด....

ทั้งผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนมากมาย มาซื้อสิ่งของให้ลูก  สมุด  หนังสือ เสื้อผ้าขุดกีฬา  เครื่องเขียน  ชุดลูกเสือเนตรนารี 

แบบเบียดเสียดเยียดยัด  สนุกสนานวุ่นวาย  ตามประสาครูอ้อย  ที่ไม่นำเรื่องวุ่นมาเป็นเรื่องให้หนักสมอง  แต่ก็อดที่จะนำประสบการณ์มาเล่าไม่ได้  มีทั้งเรื่องดี และไม่ดี 

เรื่องไม่ดี ก็คือ..... ไม่มีเงินทอน  ...ต้องรู้จักเตรียมมาด้วยสิ ครูอ้อย แม่ค้าคนใหม่  เอิ๊กเอิ๊ก  ดีนะ...แก้ปัญหาด้วยการ...จดชื่อ นักเรียน..ชั้น และจำนวนเงินที่ไม่ทอนไว้  หน้าครูอ้อย การันตี... กรุณามารับเงินทอนได้ในตอนกลางวัน....โล่งใจ

ถ้าไม่มีเงินมาพอดี.....จะไม่ขายก็ไม่ได้ 

ส่วนเรื่องดี ก็คือ.....ความซื่อสัตย์  ในความวุ่นวายนั้น  มีนักเรียนที่หยิบของและยื่นเงินให้  ไม่มีการ....อม  หรือ ไม่จ่ายเงินเลย...น่ารักกันจริงๆ

เมื่อขายของเสร็จในตอนเช้า  ก็สอน 2 ชั่วโมง  ยังไม่ทันได้กินข้าวกลางวัน  ถือถาดข้าวไปกินด้วยในร้านสหกรณ์ 

ขึ้นมาสอนอีก 3 ชั่วโมง 

พอสอนเสร็จ  กว่าจะนั่งได้...อูยยยย แสนจะทรมาน 

แต่แปลกแฮะ....วันนี้ไม่ปวดศีรษะเลยสักนิด  สงสัยศีรษะนี้  ชอบทำงานหนัก  แบบศีรษะ labour แน่เลย..อิอิ 

ส่วนเรื่อง....จากเหตุการณ์วุ่นวายมาเป็นโชคดีเหลือขนาด  ก็คือ  ในขณะที่กำลังเก็บเอกสารกลับบ้าน  เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ครูอ้อยลืมส่งรายชื่อครูเข้ารับการอบรมภาษาอังกฤษ  จึงโทรศัพท์ไปแจ้ง ท่านศึกษานิเทศก์ก่อน  ในขณะที่แจ้งอยู่นั้น  ท่าน ศน.เชิญครูอ้อย ให้เข้าร่วมโครงการวิจัย  จัดทำเครื่องมือ การพัฒนาหลักสูตร ฯ 

อูยยย ดีใจขนาด .....จะได้มีงานทำระดับชาติ... ละคราวนี้  ได้ยินเพื่อนครูทำข้อสอบระดับชาติ  ...ครูอ้อยจะได้ไปทำหลักสูตรระดับชาติ..บ้างล่ะ   

วันที่ 28 ที่จะถึงนี้...ทราบรายละเอียด  จะรายงานอีก  โปรดติดตาม.....

บอกแล้วไง....ในเมฆหมอกหม่นมัวย่อมมีแสงสว่างเสมอ....