ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. เห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในภาครัฐ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานด้านการส่งเสริมคุณธรรมตามสาระในกฎหมายหลักของประเทศ อาทิ รัฐธรรมนูญ 2550 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 นโยบายรัฐบาลปัจจุบัน และยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
การกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าว ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของการส่งเสริมให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ สามารถบริหารจัดการและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะเกิดต่อผลสัมฤทธิ์ของภารกิจภาครัฐและประโยชน์สุขของประชาชน โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ประการ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการงานภาครัฐที่เอื้อต่อการหล่อหลอมให้ข้าราชการมีมโนสุจริต
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคลให้เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การกำหนดบรรทัดฐานทางจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมคุณธรรมในองค์กรเพื่อเป็นต้นแบบให้ข้าราชการได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลของข้าราชการและหน่วยงานของรัฐ
นอกจากนี้ได้มอบให้สำนักงาน ก.พ.ตั้ง อ.ก.พ.เฉพาะกิจขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการยกร่างจรรยากลางของข้าราชการ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ส่วนราชการจัดทำข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณข้าราชการต่อไป
2. เห็นชอบในหลักการ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. .... กฎ ก.พ.ดังกล่าว กำหนดขึ้นตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งให้อำนาจผู้บังคับบัญชาสั่งให้ข้าราชการผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพออกจากราชการ หากพิจารณาการประเมินผลการปฏิบัติราชการแล้ว ไม่อยู่ในระดับที่เป็นที่พอใจของส่วนราชการตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. โดยยังคงได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ข้าราชการจะถูกสั่งให้ออกจากราชการ ส่วนราชการจะต้องให้โอกาสข้าราชการในการพัฒนาและปรับปรุงตนเอง โดยการประเมินผลการปฏิบัติราชการจะไม่เกิน 3 รอบ (รอบละ 6 เดือน) หากข้าราชการไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้ภายใน 30 วัน
มติชน (คอลัมน์ข้าราษฎร) 15 พ.ค. 51