ไปเดินป่า ...หมดแรง แต่เต็มอิ่มที่ใจ

เมื่อ 30 เม.ย. -1 พ.ค. ที่ผ่านมา ทีมงานที่บริษัท ประมาณ 17 ชีวิต พากันไปทำกิจกรรมเดินป่า มุ่งหน้าสู่น้ำตกโกรกอีดก     

ได้ประสบการณ์ดีๆ น่าประทับใจกลับมามากมาย มาเล่าให้ฟังจ้า...

Trip นี้ เริ่มจากการกินอาหารเย็น และพักค้างคืนที่บ้านพักในสวนป่าเจ็ดคด อากาศเย็นชื้น เนื่องจากฝนตกลงมาเมื่อตอนเย็นที่พักสะดวกสบายพอสมควร ราคาไม่แพง

ตื่นเช้ามาเราก็วุ่นวายกับการเตรียมอาหารเช้ากิน นั่นคือ... ข้าวต้มไก่สูตรเด็ด!!!  และเตรียมอาหารกลางวันแบบไทยๆ           ...ข้าวเหนียว ไก่ทอดรสเด็ด ...ของชาวซันฟู้ด  ก่อนออกจากที่พักเราเที่ยวชมบริเวณโดยรอบ ถ่ายรูปบรรยากาศสวยๆ ธรรมชาติสุดๆ กันพอประมาณ แล้วมุ่งหน้าสู่ น้ำตกโกรกอีดก หนึ่งในที่เที่ยว Unseen ของไทย เป้าหมายของทุกคนที่มาครั้งนี้

รถพาคณะเราไปแค่สุดถนนลาดยาง ด้านหน้ามีป้ายบอกว่า น้ำตกโกรกอีดก เส้นทาง(เดินเท้า) ระยะทางกี่กิโลเมตรนั้น ไม่แน่ใจ เหมือนเลข 4แต่ถูกขูดออก

...มีลำธารกว้างประมาณ 3 เมตร แต่ลึกไม่ถึงครึ่งหน้าแข้ง ขวางหน้าอยู่ พวเราต้องลุยน้ำข้ามไป แล้วเดินลุยทุ่งหญ้า ลุยป่าไปตามทางที่พอสังเกตได้ว่า มีคนเคยเดินไว้ก่อนแล้ว  ภูมิประเทศครึ่งชั่วโมงแรกเป็นป่ารก มีทางเท้าให้เดินฝ่าไปได้แบบเรียงเดี่ยว พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เริ่มสูงชันขึ้น พบเห็นต้นไม้ใหญ่ตั้งแต่ขนาด 3 คนโอบ จนถึง 6 คน(ตัวโตๆ)โอบ อยู่ประปราย พื้นดินโดนปกคลุมด้วยเศษใบไม้ มีความชุ่มชื้น พบเห็นต้นไม้อ่อนงอกอยู่มากมาย

ต่อมาภูมิประเทศเริ่มเปลี่ยนเรา เรากำลังเดินใกล้ๆกับร่องน้ำ มีก้อนหินน้อย ใหญ่ ถึงใหญ่มากขวางให้เราเดินข้าม บางครั้งก็เจอท่อนไม้ใหญ่ขวางต้องมุดบ้าง ข้ามบ้าง ให้ผ่านไป เราเดินผ่านลำธาร น้อย น้ำตกที่สวยงาม 2-3 จุด ทำให้ได้พักเหนื่อยพักขาแช่น้ำเป็นช่วงๆ

ช่วงเวลาที่โหดสุดๆ คือ 1 ชั่วโมงเศษ ก่อนถึงจุดหมาย เราต้องเดินขึ้นทางสูงชัน เต็มไปด้วยก้อนหินเปียกชื้น และลื่น ต้องเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ แคบๆ เลาะไหล่เขา ซึ่งบางช่วงเป็นขอบเหวที่น่าหวาดเสียว การเดินทุกก้าวต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่เร่งรีบ ต้องรู้กำลังขาตัวเอง และรู้จักหาตัวช่วยรอบข้างเช่นกิ่งไม้ให้เกาะเกี่ยว ช่วงท้ายก่อนถึงน้ำตกเป็นป่าไผ่ อากาศเย็นสบายตลอดทาง ไม่มีแดด ไม่มีฝน บรรยากาศช่างเป็นใจเหลือเกิน เพราะถ้าเราเจอแดดแรงๆ คงหมดแรงเร็วขึ้น

ทุกคนเหงื่อเปียกตัวและหัวชุ่มโชก เหมือนไปแช่น้ำ เดินขึ้นไปถึงด้วยแรงกาย และแรงใจที่มุ่งมั่น ช่วยกันลาก ดึง ฉุด ขึ้นไป ไม่มีใครปริปากบ่น หรือเปลี่ยนใจเดินกลับ

 

อะไรกันนะ... ที่ผลักดันให้เราเดินขึ้นไป แม้ว่ามันจะยากลำบาก ก็ไม่มีใครเปลี่ยนใจเดินกลับ  ความอยาก หรือความต้องการเอาชนะ หรืออะไรกันแน่ ที่มันอยู่ข้างในตัวเรา เมื่อความสวยงามรออยู่ข้างหน้า เราต้องเดินต่อไป

แต่จะว่าไปแล้ว บรรยากาศระหว่างทางเดินทุกย่างก้าว มันก็สวยงาม เป็นธรรมชาติสุดๆ ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ ก้อนหินยักษ์ ตะไคร่ ต้นไม้เขียวชอุ่ม ทำให้คลายความเหนื่อยล้าที่ใจฉันลงไปได้มาก

 แปลกแต่จริง แม้กายเหนื่อย ถ้าใจไม่เหนื่อย ก็ไม่มีอะไรสั่งให้เราหยุดเดินได้

ได้ยินเสียงคนข้างหน้าตะโกนโหวกเหวก ว่าถึงแล้ว ตามมาด้วยเสียงเย้ เย้ และฉันก็มองเห็นภาพสายน้ำตกลงมาจากยอดเขาสูง .....

 

 

 

เราใช้เวลาเดินขึ้นไปหาน้ำตก ที่หย่อนตัวมาจากยอดเขาสูง และเดินกลับออกมา รวมๆแล้วใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมง กับระยะทางไปกลับประมาณ 8 ก.ม. มีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้น เหนื่อย มีความสุข ได้สัมผัสน้ำใจผู้ร่วมเดินทาง และที่สำคัญมากในความคิดฉัน คือประทับใจความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และ รู้สึกว่า”ตัวตน”ของเราเล็กลง ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมายมาใส่ตัวตนของเรา

เมืองไทยเรายังมีแหล่งท่องเที่ยวแบบนี้มากมาย รอให้เข้าไปสัมผัส เพื่อเป็นบทเรียนที่ดีระหว่างเรากับธรรมชาติ ได้เห็นแล้วคุณจะรักธรรมชาติ

และสำหรับคนที่รักธรรมชาติทุกคน... เราคงไม่ทำร้าย ไม่ทำลายสิ่งที่เรารักใช่ไหมคะ?