กสิกรรมเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

           "ทุกวันโลกหมุนไปไม่หยุดนิ่ง    เทคโนโลยีดูจะมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราจนลืมไปว่าธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต    เราก้าวล้ำและกอบโกยจากธรรมชาติมาก   มากจนธรรมชาติเปลี่ยนแปงไป   สังคมเมืองนำความเจริญเข้ามาก็จริงแต่ยิ่งมากมันก็เป็นดาบสองคม    ป่าไม้ถูกบุกรุกโดยป่าคอนกรีต    รู้สึกใจหายและคิดถึงธรรมชาติอันงามตา   จึงจับปากกาเรียงร้อยถ้อยกวีเผื่อใครแวะมาอ่านแล้วมีรู้สึกเหมือนกัน "

        เส้นขอบฟ้าตัดท้องทุ่งนาสวย

ทาบทาด้วยสีทองของรวงข้าว

น้ำค้างเกาะยอดหญ้าดูแพรวพราว

แสงสกาวสดใสเพชรไพรวัน

        ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ

สดชื่นเมื่อนกร้องก้องเวหา

ปลาดำว่ายดำผุดในธารา

ธรรมชาติสร้างมาให้คู่กัน 

        ดอกไม้งามยามลมพัดสลัดกลิ่น

แมลงบินหยอกเย้าเจ้าพฤกษา

หลากสีคละเคล้ากันสำราญตา

รจนาด้วยสุนทรกรกวี

        ดูฟากฟ้าสีฟุ้งมีเมฆหม่น

เกิดสายฝนหยาดหยดรดนาข้าว

ยอดสบัดใบโบกพัดงามไม่เบา

ฝนนำเอาความชุ่มชื้นคืนชีวี