"ทุกวันโลกหมุนไปไม่หยุดนิ่ง เทคโนโลยีดูจะมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราจนลืมไปว่าธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราก้าวล้ำและกอบโกยจากธรรมชาติมาก มากจนธรรมชาติเปลี่ยนแปงไป สังคมเมืองนำความเจริญเข้ามาก็จริงแต่ยิ่งมากมันก็เป็นดาบสองคม ป่าไม้ถูกบุกรุกโดยป่าคอนกรีต รู้สึกใจหายและคิดถึงธรรมชาติอันงามตา จึงจับปากกาเรียงร้อยถ้อยกวีเผื่อใครแวะมาอ่านแล้วมีรู้สึกเหมือนกัน "
เส้นขอบฟ้าตัดท้องทุ่งนาสวย
ทาบทาด้วยสีทองของรวงข้าว
น้ำค้างเกาะยอดหญ้าดูแพรวพราว
แสงสกาวสดใสเพชรไพรวัน
ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ
สดชื่นเมื่อนกร้องก้องเวหา
ปลาดำว่ายดำผุดในธารา
ธรรมชาติสร้างมาให้คู่กัน
ดอกไม้งามยามลมพัดสลัดกลิ่น
แมลงบินหยอกเย้าเจ้าพฤกษา
หลากสีคละเคล้ากันสำราญตา
รจนาด้วยสุนทรกรกวี
ดูฟากฟ้าสีฟุ้งมีเมฆหม่น
เกิดสายฝนหยาดหยดรดนาข้าว
ยอดสบัดใบโบกพัดงามไม่เบา
ฝนนำเอาความชุ่มชื้นคืนชีวี
เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากเลย
เปิดมาก็เจอบทกวีแล้ว
แถมความหมายก็ดี และแต่งออกมาจากความรู้สึกจริงๆ
ขยันเขียนกลอนออกมาให้อ่านอีกนะ รออ่านอยู่ครับ
ทุกคนก็น่าจะเหมือนกัน
ช่วยเข้ามาให้คำแนะนำกับเพื่อนผมด้วยนะครับ
มีอะไรสามารถเขียนบอกได้เลย
เมื่อผมเล่าให้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับสวนป่า
ก็สนในที่จะสมัครบล็อกทันที่
ผมฝากเพื่อนคนนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
เห็นด้วยค่ะ บางทีเทคโนโลยีก็เป็นการทำลายธรรมชาติค่ะ