มนุษยธรรม

 

คงทราบกันดีว่าในช่วงไม่กี่วันมานี้ ได้เกิดสิ่งต่างๆ ที่เรียกว่าภัยพิบัติ ทั้งจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์กันเองที่ทำลายชึ่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินมากมาย

เริ่มจากพายุไซโคลนในพม่า แผ่นดินไหวในจีนและระเบิดในเมิอง Jaipur อินเดีย ก็มีความหมาย

ในเรื่องระเบิดที่อินเดียคงไม่พูดถึงเพราะเป็นเรื่องก่อการร้าย แต่ในเรื่องภัยพิบัติในพม่าและจีนนั้น ประชาคมโลกได้ให้ความช่วยเหลืออย่างพร้อมเพรียงกันและโดยสมัครใจ

ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศแรกๆ ที่ให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง ก็ด้วยความเมตตาเป็นที่ตั้งโดยไม่ได้มีอะไรแอบแฝง

อย่างไรก็ดี ความช่วยเหลือของทุกประเทศนั้นเป็นสิ่งดีแน่นอนและน่าชื่นชม แต่ที่น่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมคือเหตุผลของการให้ความช่วยเหลือในหลักการ ซึ่งอาจมีคนสงสัยว่าทำไมจึงต้องไปช่วยประเทศอื่นมากถึงขนาดนั้น

ความจริงกฏหมายระหว่างประเทศก็มีพูดถึงเรื่องมนุษยธรรมเหมือนกัน และในทางปฏิบัติที่ผ่านมาก็เกิดองค์กรต่างๆ มากมายที่ทำงานในการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ

แต่พูดกันตามภาษาชาวบ้าน เหตุที่ประเทศหนึ่งต้องให้ความช่วยเหลือกับประเทศอื่นนั้น ก็เพราะเป็นหลักเมตตาธรรมและมนุษย์ธรรมซึ่งได้กลายมาเป็นหลักสากลแล้ว

การช่วยเหลือคนอื่นคือการทำสิ่งที่ดี ที่จะย้อนกลับมาช่วยเราหรือประเทศเราเองในยามที่ประสบภัยพิบัติเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่รูว่าว่าจะเกิดเมื่อไหร่

กรณีที่ไทยประสบภัยจากสินามิเป็นตัวอย่างที่ดี

การอยู่บนพื้นผิวโลกร่วมกันของประเทศต่างๆในขณะนี้ซึ่งมีประมาณ 200 ประเทศนั้น เราถือว่าร่วมชะตาเดียวกันนั่นคือฝากชีวิตไว้กับธรรมชาติ ยามใดที่เกิดภัยธรรมชาติ ไม่มีใครหนีพ้นได้ ดังนั้นยามที่ใครประสบภัย ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมที่ประเทศที่ยังไม่ประสบอะไรควรให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

อีกประเด็นหนึ่งก็คือในกรณีที่ในประเทศที่ประสบภัยนั้น มีคนของอีกประเทศอยู่ การให้ความช่วยเหลือจึงต้องการส่งผลไปถึงคนของประเทศตนที่อยู่ในประเทศนั้นด้วย

อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะพูดก็คือ มนุษย์เรานั้นก็มีกันอยู่แค่นี้ละประมาณ 3 พันล้านคน ก็คือสมาชิกที่สัมพันธ์กันในทุกเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า ฯลฯ ดังนั้น สมาชิกเป็นอะไร ขาดหายไปก็กระทบผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างแน่นอน

สรุปเพียงแค่นี้ก่อนในเวลาที่มี......เราช่วยเขา ก็คือเราช่วยเราในอนาคตนั่นเอง

คิดเห็นอย่างไรกันครับ