อยู่ที่ใจ

เมื่อวันที่ 10-12 พฤษภาคม  2551  ที่ผ่านมา ครูนางน้อยได้มีโอกาสเข้าร่วมปฏิบัติธรรม ตามโครงการพัฒนาจิตของ สพท.ยโธรเขต 2  ที่วัดป่าวังน้ำทิพย์เทพสถิตวนาราม  อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร  เกิดความประทับใจในการฟัง และการปฏิบัติมากมายอยากจะนำมาฝาก สมาชิกชาว “gotoknow”  และทุกคนที่สนใจในธรรม  อันที่จริงนางน้อยไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของโครงการ  แต่มีกัลยาณมิตรอย่างครูตุ่ม และครู หน่อย ที่เป็นผู้ชวนมา  และได้รับความเมตตาจากท่าน หลวงพ่อ พระมหาบุญชวน ธรรมโฆษโก(ผู้เป็นเจ้าของสถานที่)  ที่ไม่ได้เลือกว่าเป็นใครมาจากไหน (ขอให้ตั้งใจมา)   , เจ้าหน้าที่ผู้รับลงทะเบียน   คณะครูพระ(วิทยากร) 

ระยะเวลาแค่  3 วัน  2  คืนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม (ได้รักษาศีล 8  แค่  วันเดียว)  ถือว่าเป็นเวลาที่น้อยมาก  แต่สิ่งที่ได้มา  มากเหลือเกิน  ไม่อยากจะใช้คำว่าคุ้มค่า  เพราะไม่ได้ลงทุนอะไรเลย 

กิจกรรมในตาราง  ปฏิบัติ

-          ฟังธรรม   นั่งสมาธิ  (ดูตัวเอง)

-          ทำบุญตักบาตร

-          เข้าฐานธรรมมะ

-          ศึกษาดูงานหมู่บ้านปลอดอบายมุข  (บ้านคำเกิ่ง)

-          ตอบปัญหาธรรมมะ

ซึ่งก็คงจะเหมือน ค่ายธรรมะ  ทั่วไป  สิ่งที่ได้นอกเหนือจากนั้น คือบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และปริศนาธรรม  คำคม คำสอน ข้อคิด จากครูพระ(วิทยากร)  และธรรมะที่ได้จากพระเดชพระคุญหลวงพ่อ  เจ้าคณะภาค 10   และหลวงพ่อพระอาจารย์ชวน  ธรรมะโฆษะโก รวมไปถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย  ของ  พระพี่เลี้ยง(ครูพระประจำกลุ่ม)   ที่นางน้อยขอบันทึกไว้เพื่อเตือนตนและขอนำมาฝากเป็นข้อคิดและแนวทางเตือนสติแก่ชาว  “gotoknow”   ดังนี้  ค่ะ

-          การฟังธรรมใช้ใจฟัง  ให้มุ่งเอาสาระที่เหมือนผึ้งที่มุ่งเอาน้ำหวาน  ข้อนี้ท่านได้กรุณาขยายความอธิบายว่า  การฟังธรรม  ไม่ว่าจะออกจากปากผู้ใดก็เป็นธรรม  อย่าเลือกผู้แสดงธรรม  ให้ดูผึ้งเป็นตัวอย่าง  ผึ้งไม่เลือกชนิด  ไม่เลือกสี ของดอกไม้ เพราะมันต้องการน้ำหวานเท่านั้น

-          สิ่งรอบตัวของเราล้วนเป็นธรรมะ ให้สังเกตว่า  อาหารคำที่วิเศษที่สุดคือคำที่อยู่ในปาก ดังนั้นอย่าไปดิ้นรนไขว่คว้าสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

-          ในน้ำมีธรรมะ  ให้ดูคุณสมบัติของน้ำ  น้ำอยู่ที่ใดก็ชุ่มชื่น  เย็นสบาย  น้ำมีแต่ความเที่ยงตรง(คนใช้น้ำในการวัดระดับ) น้ำรวมตัวกันเสมอ ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด  น้ำจะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืน อยู่ในภาชนะใดก็เป็นรูปนั้น

 -          แนวคิดของหมู่บ้านปลอดอบายมุข    ประกอบด้วยบุคคล 3  กลุ่ม  ถ้าเปรียบเป็นคน  1  คน   ครูเป็นสมอง   พระเป็นจิตใจ   ชาวบ้านเป็นอวัยวะ   3  อย่างนี้ต้องเข้มแข็ง  จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้  

มีสิ่งหนึ่งที่ท่านพูดเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นพระรูปใด องค์ใด  ท่านบอกว่า  มันอยู่ที่ใจ  ให้รักษาใจตน  ใจเป็นสุขอยู่ที่ใดก็เป็นสุข

-          คนมักโกรธ  ย่อมเป็นทุกข์

-          เป็นครูอย่าสอนแต่วิชาการ  และวิชาชีพ  ให้สอนวิชาประครองชีพด้วย

-          กุศโลบายในการสอน เปิดของที่ปิด  พลิกของที่คว่ำให้หงาย   ฉายไฟในที่มืด  บอกคนหลงทาง

ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมายที่ไม่สามารถนำมาลงไว้ในที่นี้  หากท่านมีโอกาสผ่านไปทางยโสธรลองไปแวะสัมผัสดูด้วยตนเองที่วัดป่าวังน้ำทิพย์เทพสถิตวนาราม  แห่งนี้   ถ้าท่านไปไม่ถูก ขอให้เดินทางไปถึง  แถว ๆ  จังหวัดยโสธร  มุกดาหาร  อำนาจเจริญ  คงไม่มีใครไม่รู้จัก