เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีส่วนสร้าง "คนให้เป็นคนเต็มคน" เนื่องจากนมแม่มีคุณค่าทางอาหารสูง เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ลูกน้อย เสริมสร้างความสัมพันธ์แม่-ลูก ประหยัด และปลอดภัย

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีส่วนสร้าง "คนให้เป็นคนเต็มคน" เนื่องจากนมแม่มีคุณค่าทางอาหารสูง เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ลูกน้อย เสริมสร้างความสัมพันธ์แม่-ลูก ประหยัด และปลอดภัย

ช่วงนี้มีโฆษณายอดเยี่ยมแห่งปีในความเห็นของผู้เขียน คือ การนำแสดงสไตล์หนังไทยประเภทอิจฉาริษยา ทว่า... แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมนมแม่อย่างน่าติดตามชม

...

ท่านอาจารย์แพทย์หญิงยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่สุดๆๆ ของนมแม่คือ "หัวน้ำนม (โคลอสตรัม / colostrum) ซึ่งมีการผลิตในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ และ 1-2 สัปดาห์หลังคลอด

หัวน้ำนมหรือโคลอสตรัมมีคุณค่าโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารภูมิคุ้มกันโรคแบบ "เข้มข้น" ซึ่งไม่มีอาหารเสริมชนิดใดทัดเทียมได้

...

นมแม่อย่างเดียวเพียงพอสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นควรให้นมแม่พร้อมอาหารเสริมจนถึง 2 ปี

ทว่า... คุณแม่ทุกวันนี้ทำงานนอกบ้านกันมากกว่า 50% จึงมีการพัฒนาวิธีการเก็บนมแม่ไว้ในตู้เย็น หรือการจัดตั้งธนาคารน้ำนมขึ้นมา

...

วิธีง่ายๆ คือ บีบน้ำนมวันละ 3 ครั้งได้แก่ ช่วงสายๆ ช่วงหลังอาการเที่ยง และช่วงบ่าย ห่างกันประมาณ 3 ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณช่วงละ 30 นาที

คุณแม่ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดก่อนบีบ หามุมสงบ นึกถึงหน้าลูก เก็บใส่ภาชนะที่ต้มฆ่าเชื้อ (ทิ้งให้เย็น และแห้งเสียก่อน) หรือเก็บในถุงเก็บน้ำนม ใส่ตู้เย็น พอเลิกงานก็นำกลับบ้านไปเลี้ยงลูกได้

...

การเก็บนมแม่ทำได้ทั้งใส่ขวด และใส่ถุง... อาจารย์หมอยุพยงกล่าวว่า การเก็บใส่ถุงพลาสติกสะอาดจะช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เย็นได้มากกว่า

ทีนี้เก็บนมไว้ได้นานเท่าไร... นมแม่เก็บไว้ได้นานกว่าที่คิดดังตาราง

...

การเก็บรักษา ระยะเวลาที่เก็บไว้ได้
อุณหภูมิห้อง (25 องศาเซลเซียส) 4-6 ชั่วโมง
กระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา 1 วัน
ตู้เย็นช่องธรรมดา (ไม่ใช่ช่องแช่แข็ง) 1-3 วัน
ตู้เย็นช่องแช่แข็ง 2 สัปดาห์ - 3 เดือน

...

เมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อนชื้น... ผู้เขียนขอเรียนเสนอว่า ถ้าเก็บไว้ที่ห้องข้างนอกตู้เย็น

  • ควรเลือกห้องที่ไม่ร้อน
  • ไม่ถูกแสงแดดส่องโดยตรง
  • และต้องระวังอย่าให้มด แมลง หรือสัตว์ เช่น จิ้งจก ฯลฯ เข้าไปกินหรือเลียน้ำนม โดยอาจหล่อน้ำป้องกันสัตว์อื่นไว้

...

ถ้าเก็บน้ำนมไว้นอกตู้เย็น และห้องค่อนข้างร้อน... อายน้ำนมมีแนวโน้มจะสั้นลง เช่น จาก 4-6 ชั่วโมง อาจจะเหลือ 2-3 ชั่วโมง ฯลฯ

คุณแม่ที่มีน้ำนมออกมาก... อาจจะเก็บน้ำนมสะสมไว้ในช่วงที่อยู่บ้าน หรือช่วงวันหยุด ซึ่งจะทำให้มีนมในธนาคารน้ำนมเพิ่มขึ้น

...

การนำนมที่เก็บในช่องแช่แข็งมาใช้ ให้ย้ายออกจากช่องแช่แข็ง เก็บในช่องแช่เย็นธรรมดา 1 คืน เพื่อให้น้ำนมแข็งละลายเป็นน้ำนมเหลว

การนำน้ำนมที่เก็บในช่องแช่เย็น (ไม่ใช่ช่องแช่แข็ง) มาใช้ ให้แช่ในน้ำอุ่นๆ ห้ามแช่ในน้ำร้อน หรืออุ่นในไมโครเวฟ ใส่ขวดนม หยดลงบนหลังมือว่า ไม่ร้อน หรือเย็นจนเกินไป แล้วจึงนำมาให้ลูกดื่ม

...

น่าทึ่งมากๆ ที่คุณแม่ยุคใหม่เป็นคนทำงานช่วยครอบครัวด้วย และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งมีส่วนสร้างคนรุ่นใหม่ ให้เป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองด้วย

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีส่วนช่วยให้คุณแม่ได้ใช้กำลังงานที่มักจะสะสมไว้มากเกินให้ลูก ป้องกันโรคอ้วนให้คุณแม่ และเสริมสุขภาพให้คุณลูก

...

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของคุณแม่ คุณพ่อ ตลอดจนท่านผู้ปกครอง เช่น ญาติสนิทมิตรสหาย พี่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ) ทุกท่านมา ณ ที่นี้... สาธุ สาธุ สาธุ

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

หมายเหตุ                                            

ท่านผู้อ่านสามารถติดต่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่...

  • ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย > โทรศัพท์ 0-2354-8404 ต่อ 11
  • เว็บไซต์ชีวิตพอเพียง (พอเพียงไลฟ์) > www.porpeanglife.com > โทรศัพท์ 0-2298-0500

...

ที่มา                                                  

  • ขอขอบพระคุณ > สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) > นมแม่...วัคซีนหยดแรกของชีวิต > ฐานเศรษฐกิจรายสัปดาห์ ปี 28 ฉบับ 2,320. วันที่ 8-10 พฤษภาคม 2551. หน้า 21.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย > โทรศัพท์ 0-2354-8404 ต่อ 11
  • ขอขอบพระคุณ > www.porpeanglife.com > โทรศัพท์ 0-2298-0500
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 12 พฤษภาคม 2551.